สังคม
‘โรคหอยคัน’ ระบาด พบชาวนาจำนวนมากมีตุ่มแดงคัน แพทย์ชี้เกิดจากพยาธิในหอยชอนไช
12 พ.ย. 2563
474 views
เฟซบุ๊กนายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ หรือหมอจุ๊ก ผอ.รพ.จะนะ จ.สงขลา เปิดเผยเรื่องราวของชาวบ้านในพื้นที่ อ.จะนะ ป่วยด้วยอาการมีผื่นคันตามผิวหนังจำนวนมาก โดยระบุว่า “ดำนาแล้วเกิดผื่นคันที่จะนะ กับภารกิจที่ต้องจับผู้ร้ายให้จงได้”
นายแพทย์สุภัทร ระบุว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เริ่มมีอุบัติการณ์โรคชนิดหนึ่งที่ต้องสงสัย เพราะมีผู้ป่วย ที่มีอาการผื่นคันจำนวนมาก ลักษณะคือ มีตุ่มแดงคันนูนอย่างน่ากลัว คันมากตามแขนขา พบว่ามีผู้ป่วยกระจายในพื้นที่ 7 ตำบล คนไข้ทั้งหมดมีอาการผื่นคันหลังการดำนา โดยส่วนใหญ่คนไข้เริ่มคันหลังดำนาได้ 1-3 วัน
จากการสังเกต ผื่นมีลักษณะจำเพาะ คือเป็นผื่นที่ขาทั้ง 2 ข้างและแขนข้างที่ถนัด ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวบ้าน ดำนา คือที่แขน-ขา ข้างที่ใช้ปักดำกล้าเท่านั้นจะเกิดผื่น ส่วน แขนอีกข้างที่ใช้วางต้นกล้าบนแขนซึ่งไม่ได้สัมผัสน้ำจะไม่มีผื่น ไม่มีผื่นบริเวณร่มผ้าหรือบริเวณอื่นที่ไม่สัมผัสน้ำ พบผู้ป่วยที่มาตรวจรักษามากถึง 233 ราย และมีผู้ป่วยอีกจำนวนหนึ่ง ที่เป็นไม่มากและไม่ได้มาตรวจ ผู้ป่วยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ดำนามาทุกปี ไม่เคยเจอแบบนี้ ผมเป็นหมอที่โรงพยาบาลจะนะมากว่า 20 ปีก็ไม่เคยเจอเช่นกัน
คำถามคือ สาเหตุของผื่นคันที่ระบาดหนักในครั้งนี้ เกิดจากอะไร เกิดจากมลพิษสารเคมีในน้ำ หรือเกิดจากเชื้อโรคเชื้อพยาธิ
ทางโรงพยาบาลจะนะ ได้รับการช่วยเหลือจาก สำนักโรคจากการประกอบอาชีพ ที่มาจากกระทรวงสาธารณสุข สถาบันโรคผิวหนังภาคใต้ซึ่งตั้งที่จังหวัดตรัง และคณะแพทย์จากโรงพยาบาลหาดใหญ่และสงขลานครินทร์ ร่วมกันมาสอบสวนโรคและหาสาเหตุ จากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ทำแผนที่การระบาด ซึ่งจาการตรวจก็ไม่พบเหตที่ทำให้มีอาการดังกล่าว เหลือ 2 เหตุที่ป็นไปได้ คือ ผื่นคันจากเชื้อปรสิตที่มาจากหอย ซึ่งคุณหมอ เปรียบเทียบว่าเป็นผู้ร้ายที่ต้องสงสัยที่สุด ส่วนน้ำเสียจากการเกษตรหรือโรงงานนั้นน่าจะไม่ใช่ แต่ยังต้องคิดถึงอยู่
ดังนั้นเพื่อให้สามารถจับผู้ร้ายได้แม่นยำ จึงต้องได้นำน้ำและหอยในนาไปตรวจ และมีผู้ป่วย 4 คนยินดีให้ทำskin biopsy หรือผ่าเอาเนื้อผิวหนังไปตรวจโดยกล้องจุลทรรศน์ และพบว่า สาเหตุที่ชาวบ้านป่วยมีอาการดังกล่าวนั้น มาจากหอย
ผลการตรวจ skin biopsy พบตัวอ่อนพยาธิตัวแบน Cercaria ในผู้ป่วย 3 คน จากที่ผ่าส่งตรวจไป 4 คน และในน้ำที่ส่งตรวจก็พบเชื้อพยาธินี้ด้วย และจากการไปลงพื้นที่เพื่อสำรวจหอยในพื้นที่นา ก็พบทั้งหอยเชอรี่ หอยโข่ง และหอยคัน และหอยคันที่เก็บไปก็ตรวจพบเจอ Cercaria อีกด้วย
ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ผื่นคันครั้งนี้ วินิจฉัยโรคว่า เป็น Cercarial dermatitis หรือ Swimmer’s itch หรือ ชื่อไทยๆ เรียกว่า โรคหอยคัน
ลักษณะของอาการนี้ จะเริ่มคัน มีผื่นเกิดจากตัวอ่อนของพยาธิได้ไชเข้าไปสู่ผิวหนังของคนไข้ แต่พยาธินี้เป็นพยาธิใบไม้ในเลือดที่เติบโตได้จำเพาะเฉพาะในสัตว์ (Animal Schistome) ไม่สามารถเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัยในคนได้ เมื่อชอนไชเข้าสู่ร่างกายของคน พยาธิก็จะตายหลังจากไชไประยะเวลาหนึ่งบริเวณผิวหนัง
แต่การไชไปตามผิวหนังก็กระตุ้นให้เกิดผื่นและอาการคัน ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาการตอบสนองของภูมิคุ้มกันในร่างกาย พบว่าคนไข้ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นได้เองหลังผ่านไป 1-2 อาทิตย์ การใช้ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ทั่วไปก็สามารถช่วยให้ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น
ส่วนคำถามใหญ่ที่ยังไม่มีใครตอบคือ อะไรทำให้เกิดการระบาดของเชื้อพยาธิในครั้งนี้ หรือเพราะว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เอื้อต่อการเติบโตของหอยและเชื้อพยาธิ หรือการไหลหมุนเวียนของน้ำท่าที่ถูกปิดกั้นจากการถมที่ หรือมีเหตุอื่นๆที่เราคาดไม่ถึง แต่ที่แน่ๆหากปีหน้าเกิดซ้ำ พื้นที่ทำนาของจะนะที่ลดลงต่อเนื่องอยู่แล้วน่าจะลดลงมากไปอีกอย่างแน่นอน
ชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/RVjt85s6UMw
แท็กที่เกี่ยวข้อง