ไลฟ์สไตล์
อดีตเชฟโรงแรม กำเงิน 200 บาท สุดท้ายกลับบ้านเกิด ผันตัวขายไส้กรอกอีสานย่าง ได้กำไรครึ่งแสนต่อเดือน
24 ก.ย. 2563
2.3K views
อุทัยธานี - ที่ย่านใจกลางแหล่งค้าขาย ในเขตเทศบาลตำบลหนองฉาง อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี มีร้านขายไส้กรอกอีสานแบบรถเข็นอยู่ร้านหนึ่ง ซึ่งหากมองผิวเผินธรรมดา ก็เหมือนกับร้านปกติทั่วไป แต่ทว่า ร้านนี้เป็นร้านไส้กรอกอีสานชื่อดังในย่านนี้ ด้วยมีรสชาติที่อร่อย ราคาไม่แพง ตั้งร้านขายอยู่ริมถนนในช่วงเย็นทุกวัน อีกทั้งเจ้าของร้าน ยังมีประวัติที่ไม่ธรรมดา ที่ใครรู้เป็นต้องทึ่งกันทุกราย และใครจะไปรู้ว่า ไส้กรอกอีสาน ลูกละ 2 บาท กลับสร้างรายได้กว่าครึ่งแสนบาทต่อเดือน
โดยร้านไส้กรอกอีสานร้านนี้ เป็นของ นายกิตติพงษ์ คณฑา อายุ 60 ปี เปิดร้านไส้กรอกอีสานสูตรข้าวผสมหมูล้วนสูตรพิเศษ ย่างเตาถ่าน โดยตั้งร้านอยู่ที่บริเวณริมถนนย่านใจกลางแหล่งค้าขาย ในเขตเทศบาลตำบลหนองฉาง ขายในช่วงเย็นของทุกวัน มีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาซื้อกันอย่างไม่ขาดสาย ด้วยรสชาติที่อร่อย แถมยังสะอาด และราคาไม่แพง ที่ลูกละ 2 บาท ทยอยย่างทีละแผงเพื่อให้ลูกค้าได้ซื้อไปรับประทานทานของร้อนสดใหม่ตลอดเวลา โดยย่างขายวันละ 3,000 ลูก และขายหมดเกลี้ยงทุกวัน
นายกิตติพงษ์ฯ เล่าว่า ตนเองและภรรยานั้น เปิดร้านไส้กรอกอีสานย่างมาเกือบ 10 ปี แต่กว่าจะมายืนพื้นยึดอาชีพได้แบบนี้ ก็เคยทำอาชีพอื่นมาก่อน โดยเคยเป็นเชฟอยู่ที่โรงแรมคิงส์ปาร์ค ก่อนออกมาต่อยอดทดลองทำปลาหมึกยักษ์ขาย ที่จังหวัดพิษณุโลก โดยสนับสนุนให้กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการมีรายได้จากการทำอาชีพนี้ ซึ่งตอนนั้นก็ไปได้สวยมาก แต่สุดท้ายก็ถูกหักหลังทางธุรกิจ จนต้องเลิกทำอาชีพนั้นไป ตอนนั้นก็เคว้งคว้างมาก วนเวียนอยู่ว่าจะทำอะไรต่อไปอยู่พักหนึ่ง จนสุดท้ายตัดสินใจ ทดลองขายไส้กรอกอีสาน
โดยตอนนั้นเริ่มขายด้วยการซื้อสูตรจากเขามาที่ราคา 1 หมื่นกว่าบาท แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า ใช้เงินที่เก็บสะสมมา ลงทุนทั้งสูตร ทั้งของขาย ทั้งรถไปรวมๆแล้วเกือบ 1 ล้านบาท ที่สุดต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ทั้งเนื้อทั้งตัวเหลือเงินอยู่แค่ 200 บาท ตัดสินใจพาครอบครัวกลับมา อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ที่เป็นบ้านเกิด ตั้งหลักใหม่กับอาชีพขายไส้กรอกอีสานย่างอีกครั้ง ตอนเริ่มขายใหม่ๆแทบไม่เห็นกำไร เพราะขายแบบขายไปแจกไป เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองชิมว่ารสชาตินั้นเป็นอย่างไร ถูกปากลูกค้าที่นี่หรือไม่
ด้วยเพราะแนวคิดการทำของตนเองนั้นก็คือ เราจะไม่เอาตัวของตัวเอง เพราะเราเคยเป็นเชฟมาก่อน จะต้องยึดจรรยาบรรณว่า อาหารทุกอย่างที่ทำนั้น เราเป็นเพียงแค่คนผลิต เราไม่ใช่คนบริโภคหลัก ดังนั้นเราต้องตามใจลูกค้า ตามใจคนกินว่า เค้าต้องการแบบไหน จึงทดลองสูตรปรับปรุงพัฒนามาเรื่อยๆ จนได้สูตรที่อร่อยถูกปากลูกค้าจนถึงปัจจุบัน ถึงตอนนี้มีลูกค้าประจำ และมียอดขายที่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ย่างขายอยู่ที่ 3,000 ลูกต่อวัน แม้ตอนนี้ ราคาหมูนั้นจะปรับเพิ่มสูงขึ้นมาก ประกอบกับสูตรที่ตนทำขายนั้นเป็น สูตรข้าวผสมหมูล้วน ไม่ผสมวุ้นเส้น ทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ตนเองก็ยังคงขายในราคาเดิม เพราะไม่อยากเพิ่มภาระให้ลูกค้า ได้กำไรน้อยหน่อยแต่ก็ยังพอเห็นกำไร
ตอนนี้ชีวิตครอบครัวก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จากคนที่เรียกได้ว่าจะหมดตัว กลับมามีอาชีพ มีเงินเลี้ยงครอบครัว ส่งรถได้ 1 คัน และกำลังจะส่งบ้านอีก 1 หลัง ด้วย ส่วนรายได้และกำไรที่ได้จากการขายนั้น ตนเองจะไม่ใช้วิธีคิดหักลบแบบรายวัน แต่จะใช้วิธีคิดแบบสะสมเงินรวม คือ ในเดือนนี้ลงทุนไปเท่าไหร่ เก็บรวบรวมเงินรายวันจนครบเดือนแล้วนำมาหักทุนเหลือเท่าไหร่ นั่นคือกำไรที่ได้ทั้งหมดในเดือนนั้น ซึ่งหลักๆแล้วก็จะเหลือกำไรอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท ต่อเดือน
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/jfJINK8Lyik
แท็กที่เกี่ยวข้อง