เปิดใจ! พี่สาว นศ.ปี 1 เสียชีวิต เหตุรุ่นพี่สั่งวิ่งจนช็อก สุดงงพยานให้การไม่ตรงกัน ยันน้องสาวไม่มีโรคประจำตัว

สังคม

เปิดใจ! พี่สาว นศ.ปี 1 เสียชีวิต เหตุรุ่นพี่สั่งวิ่งจนช็อก สุดงงพยานให้การไม่ตรงกัน ยันน้องสาวไม่มีโรคประจำตัว

22 ส.ค. 2563

3.4K views

จากกรณีโลกออนไลน์ได้แชร์ภาพพร้อมข้อความแสดงอาลัย ของการเสียชีวิตของ นักศึกษาสาว ชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภูเก็ต หลังจากที่เกิดอาการช็อกหมดสติ จากการที่รุ่นพี่ลงโทษด้วยการให้วิ่ง ก่อนจะเสียชีวิต วันที่ 20 ส.ค.63 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามได้มีผู้เข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีการโพสต์ข้อความเผยเหตุของการลงโทษที่เกิดจากการซ้อมเชียร์ลีดเดอร์
วานนี้ (21 ส.ค.) ที่สภ.เมืองภูเก็ต ญาติๆ ของ นศ.สาว ปี 1 ผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบพ.ต.ท.ชน สุทธิมาศ รองผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต เพื่อแจ้งความ พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิตของ นศ.สาว ปี 1 หลังพบว่าข้อมูลจากที่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยกับข้อมูลจากเพื่อนๆ ผู้เสียชีวิต ไม่สอดคล้องกัน
โดยพี่สาวผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อวันที่ 19ส.ค.63 ที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยฯ ได้แจ้งกับครอบครัวว่า น้องเป็นลมและได้นำส่งโรงพยาบาล  ทางครอบครัวจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็พบว่าน้องอยู่ในห้องฉุกเฉิน ซึ่งมีหมอและพยาบาลให้การช่วยเหลืออยู่ โดยทางหมอแจ้งว่าว่าน้องมีอาการหนัก ซึ่งขัดแย้งกับอาการเป็นลม และทางหมอแจ้งว่าน้องมีเลือดออกในช่องปอด ซึ่งอาการนี้มันยังหาสาเหตุไม่ได้ตามที่ทางมหาวิทยาลัยฯแจ้งว่าเกิดจากอาการเป็นลม
จากนั้นวันที่ 20 ส.ค.หมอก็ยังสอบถามว่าสาเหตุของน้อง โดยทางเพื่อน,รุ่นพี่ และอาจารย์ ได้เดินทางมาถึง ทางญาติจึงได้สอบถามเหตุการณ์เป็นอย่างไร ซึ่งดูจากอาการแล้วไม่น่าจะใช่เป็นลม โดยทางอาจารย์ได้แจ้งว่าก่อนเกิดเหตุน้องได้ไปซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ ซึ่งก่อนการซ้อมจะมีการวิ่งวอร์มร่างกายซึ่งน้องวิ่งได้เพียง 1 รอบก็เกิดอาการเป็นลม จากนั้นเพื่อนๆเลยนำน้องมาส่งทางโรงพยาบาล โดยอาจารย์และรุ่นพี่ รุ่นน้องและเพื่อน เล่าข้อมูลมาเพียงเท่านี้ กระทั่งเมื่อเวลา 18.20 น วันที่ 20 ส.ค.63 น้องได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ทั้งนี้ พี่สาวผู้เสียชีวิต กล่าวต่อว่า จากข้อมูลที่พบในเพจต่างๆ เเละจากการสอบถามความจริงกับเพื่อนๆของน้อง พบว่ามีข้อมูลที่ขัดแย้งกับอาการเป็นลมที่ระบุ ซึ่งเพื่อนของน้องให้ข้อมูลว่าน้องได้ถูกทำโทษ หลังจากที่น้องได้มาซ้อมหลีดสาย เนื่องจากต้องทำงานอยู่ที่อีกตึกหนึ่ง โดยรุ่นพี่ได้สั่งให้วิ่งจำนวน 8 รอบ ซึ่งน้องวิ่งได้ในรอบที่ 7 ก่อนจะมีอาการช็อก ตาเหลือก ตาค้าง
อย่างไรก็ตามในตอนนี้น้องเสียชีวิตไปแล้ว ก็ต้องทำใจ ทางครอบครัวเองและทางญาติพี่น้องไม่ได้ต้องการให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง แต่ยังติดใจว่าทำไมทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ให้ข้อมูลที่แท้จริงกับทางครอบครัวและหมอ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการรักษา จึงเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันเพื่อต้องการข้อเท็จจริงจากปากของอาจารย์และรุ่นพี่ โดยอยากให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์สุดท้ายของน้องๆ และไม่อยากให้มีการกระทำเช่นนี้ก็อีก เพราะบุตรหลานใคร ใครก็รัก
ทั้งนี้ พี่สาวผู้เสียชีวิต ยืนยันว่า น้องสาวเป็นคนที่ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเป็นเด็กกิจกรรม หลังจากที่เราเสียชีวิตทางมหาวิทยาลัยได้ติดต่อมาขอจัดการในเรื่องค่าใช้จ่ายในการทำศพ ซึ่งตอนนี้ศพของน้องยังอยู่ที่โรงพยาบาล คาดว่าจะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดท่าเรือ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 
ทางด้านเพจ ANTI SOTUS ได้เปิดเผยเรื่องราวดังกล่าวโดยระบุว่า รายงานข้อเท็จจริง จากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ กรณี น้องมิ้น นักศึกษา ปี 1 ถูกลงโทษจนเสียชีวิต จากผู้ที่อยู่ร่วมในเหตุการณ์
เหตุการณ์เริ่มจากมีการซ้อมเชียร์หลีดเดอร์ ช่วงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ซึ่งวันนี้รุ่นพี่ให้ทีมเชียร์หลีดเดอร์ ซ้อมร่วมกับแสตนเชียร์ และแจ้งว่าหากใครเต้นผิด 1 ครั้ง จะให้วิ่งจำนวน 1 รอบ
ซึ่งมี 1 เพลงต้องแกะท่ายาก แล้วต้องซ้อมกับแสตนเชียร์ ซึ่งแสตนเชียร์ร้องเพลงเร็วกว่า เชียร์หลีดเดอร์ ทำให้ ท่าเต้นรวนจึงมีการลงโทษให้วิ่ง เมื่อผิด จึงให้ไปวิ่งรอบตึกอุตสาหกรรมในส่วนของลานจอดรถไม่ใช่พื้นที่รอบขุมเหมือง โดยที่เป็นการวิ่งหลังจากซ้อมเลย ไม่ได้มีการพัก และการกินน้ำระหว่างนั้น ทำให้เหนื่ยมากๆ โดยส่วนตัวมิ้นไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร น้องมิ้นถูกสั่งลงโทษให้วิ่งประมาณ 8 รอบ เมื่อถึงรอบที่ 6 น้องมิ้นมีอาการอ่อนแรง และอยู่ดีดีก็ตาเบิกโพลง ปากอ้ากว้าง แล้วช็อคหมดสติล้มลง เมื่อล้มลงแล้วเกิดอาการ ปัสสาวะไหลโดยไม่รู้สึกตัว รุ่นพี่จึงพารุ่นน้องไปที่โรงพยาบาล ในช่วงหัวค่ำ
ขณะที่ทาง ผศ.ดร.หิรัญ ประสานการ อธิการบดีมหาลัยราชภัฏภูเก็ต พร้อมคณะผู้บริหารได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยจะให้ความช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้น จำนวนเงิน 100,000 บาท และได้ติดต่อประสานงานกับครอบครัวของนักศึกษาแล้ว และจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีนี้ โดยขอยืนยันว่า ไม่ได้เกิดจากกิจกรรมการรับน้องตามที่เป็นข่าว เป็นเพียงกิจกรรมกีฬาสีของคณะ โดยเป็นเหตุการณ์การเตรียมกิจกรรมกีฬาสีในวันที่ 19 ส.ค.2563 ซึ่งมหาวิทยาลัยจำดำเนินการแถลงข่าวเมื่อมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในลำดับต่อไป
ขณะที่ทางพนักงานสอบสวนฯ ได้มีการเชิญตัวกลุ่มนักศึกษา หรือเชียร์ลีดเดอร์ที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าให้ปากคำ ที่สภ.เมืองภูเก็ต โดยมีอาจารย์และฝ่ายบริหารของมหาวิทยาลัยเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ โดยจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า วันเกิดเหตุมีการซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ของกลุ่มสีชมพู มีรุ่นน้องปี 1 ทั้งหมดจำนวน 11 คน และรุ่นพี่ 4 คน รวม 15 คน 
โดยในวันดังกล่าวมีการซ้อมเต้นตามท่า และมีข้อตกลงกันว่า หากเต้นผิดจังหวะจะต้องวิ่งรอบลานจอดรถ 1 รอบ ซึ่งหลังซ้อมเสร็จได้มีการดื่มน้ำและพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนที่ในเวลาประมาณ 19.00 น.จะเริ่มวิ่งรอบลานจอดรถ โดยกำหนดวิ่งจำนวน 8 รอบ ขณะที่วิ่งถึงรอบที่ 6 ผู้ตายได้เกิดเป็นลมหมดสติและล้มลง ทั้งหมดจึงช่วยกันปฐมพยาบาลก่อนโทรแจ้งไปที่หมายเลข 1669 และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ก่อนรีบนำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนแจ้งไปยังญาติ
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนฯพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ตก็ได้มีการลงพื้นที่เก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ในที่เกิดเหตุเพื่อรวบรวมหลักฐานทั้งหมดประกอบสำนวนการสอบสวน ร่วมกับผลการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตจากแพทย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในอีก 1 – 2 วัน
รับชมผ่านยูทูบได้ที่ : https://youtu.be/8h61QS4ik5I

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ