ต่างประเทศ
'เกรต้า ธันเบิร์ก' สิ่งที่เธอทำ โรคที่เธอเป็น คำชื่นชมที่มาพร้อมกระแสวิจารณ์
2 ต.ค. 2562
4.5K views
เรียบเรียงเรื่อง : มาร์
เมื่อช่วงเดือนกันยายน 62 ที่ผ่านมา คงจะมีน้อยคนนักที่จะไม่ได้ชมคลิปวีดีโอการกล่าวปาฐกถา ของ 'เกรต้า ธันเบิร์ก' (Greta Thunberg) นักเรียนชาวสวีเดนวัย 16 ปี ที่เคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม บนเวทีคู่ขนานการประชุมสุดยอดผู้นำสหประชาชาติเพื่อดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ หรือ UN Climate Action Summit ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา เพราะเรื่องที่เธอได้กล่าวนั้นนับว่าเป็นการตั้งคำถาม แบบเสียดสีต่อผู้นำโลกหลายประเทศเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
ซึ่งในระหว่างที่การกล่าว ปาฐกถาอยู่นั้นเธอได้ แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งที่ผู้นำโลกที่ยังคงเน้นย้ำความเติบโตทางเศรษฐกิจ มากกว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก โดยเธอกล่าวอย่างดุดันว่า“เธอควรกลับไปเรียน ไม่ใช่มาอยู่ตรงนี้ แต่กลับถูกขโมยความฝันและวัยเด็กด้วยคำพูดที่เลื่อนลอย ผู้คนกำลังล้มตาย ระบบนิเวศน์ล่มสลาย ย้ำว่า หากการทำลายสิ่งแวดล้อมเพื่อความเติบโตเศรษฐกิจ จนทำให้สภาพอากาศแปรปรวนยังไม่ยุติ อาจทำให้การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดขึ้น”

ทำให้คลิปที่เธอกล่าวบนเวทีโลกวันนั้น กลายไปไวรัลไปชั่วข้ามคืน ถูกตีข่าวออกไปทั่วโลก ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากที่มีคลิปเผยแพร่ออกไป 'โดนัลด์ ทรัมป์' ได้กล่าวเสียดสีว่า“เธอดูเหมือนเป็นเด็กสาวที่มีความสุขมากๆ กำลังมองไปยังอนาคตที่สดใส ดีใจจังที่ได้เห็น!” ยิ่งทำให้ผู้คนสนใจ และพูดถึงเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก
เกรต้า ธันเบิร์ก และจุดเริ่มต้น
เกรต้า ธันเบิร์ก เกิดและเติบโตที่ประเทศสวีเดน ครอบครัวของเธอนับว่าค่อนข้างที่จะมีชื่อเสียง เพราะแม่ของเธอคือ 'มาเลนา เอิร์นแมน' (Malena Ernman) นักร้องโอเปร่าชื่อดัง ส่วนพ่อของเธอคือ 'สวานเต ธันเบิร์ก' (Svante Thunberg) เป็นนักแสดง และปู่ของเธอคือ 'โอลอฟ ธันเบิร์ก' (Olof Thunberg) ที่เป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับ ทั้งนี้บรรพบุรุษทางฝ่ายพ่อของเธอ เป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ.1903 และเป็นผู้ที่ค้นพบข้อสรุปที่ว่า การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์เป็นคนก่อในชั้นบรรยากาศนั้น จะส่งผลให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น หรือเกิดสภาวะโลกร้อน
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกรต้าหันมาสนใจประเด็นปัญหาสภาพภูมิอากาศ คือตอนที่เธอได้เรียนรู้วิธีประหยัดพลังงานที่โรงเรียน โดยขณะนั้นเธอเรียนอยู่เกรด 3 และมีอายุเพียง 9 ขวบเท่านั้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอได้รับรู้เกี่ยวกับปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือสภาวะโลกร้อน

ซึ่งในตอนแรกเธอไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นกับโลก หนึ่งปีต่อมาเธอเริ่มให้ความสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง แรงบันดาลใจของเกรต้าคือ “เรื่องการประหยัดพลังงาน” เธอถูกสอนให้ปิดไฟเพื่อประหยัดพลังงาน ถูกสอนให้นำกระดาษกลับมาใช้ใหม่ พยายามใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามว่า “หากมนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกได้จริง แต่ทำไมกลับไม่มีใครสนใจและไม่มีใครพูดถึง”
ความคิดเรื่องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมของเธอเริ่มชัดเจนมากขึ้น เมื่อเกรต้าอายุ 13 ปี เธอแสดงจุดยืนที่จะเลิกการเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยให้เหตุผลว่า เครื่องบินสร้างมลพิษทำลายชั้นบรรยากาศได้มากกว่ารถยนต์หลายเท่า นั่นหมายความว่าแม่ของเธอต้องเลิกอาชีพนักร้องโอเปร่าระหว่างประเทศ อีกทั้งเธอยืนยันที่จะไม่กินเนื้อสัตว์เลย เพราะการทำปศุสัตว์เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของปัญหานี้ กว่าจะได้เนื้อสัตว์ต้องทำลายป่า เพื่อปลูกพืช เอามาเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการทานพืชผักโดยตรง

ซึ่งครอบครัวของเกรต้าก็ให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ ด้วยการเปลี่ยนมาเป็นครอบครัววีแกน ปลูกผักกินเองในครอบครัว และการติดตั้งแผงโซลาเซลล์ เดินทางด้วยจักรยาน ใช้รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในยามจำเป็นเท่านั้น
“Fridays for Future”
เธอค่อยๆ เริ่มจากตัวเอง ขยายไปยังคนรอบข้าง และเมื่อเธออายุ 15 ปี เกรต้าออกมาส่งเสียงให้ผู้คนได้ยินความคิดของเธอ วันที่ 20 สิงหาคม 2018 เกรต้าตัดสินใจหยุดเรียนเดินตรงไปยังรัฐสภา เพื่อชูป้ายที่เขียนว่า “โดดเรียนเพื่อโลก” (Skolstrejk för klimatet) เธอนั่งอยู่ที่นั่นจนถึงเวลาเดียวกับที่เสียงออดเลิกเรียนดัง และค่อยเก็บของเดินกลับบ้านอย่างเงียบ ๆ เธอตัดสินใจหยุดเรียน และออกมาประท้วงที่หน้าอาคารรัฐสภาสวีเดนทุกวัน นาน 3 สัปดาห์ ซึ่งในขณะนั้นเธอเริ่มต้นประท้วงด้วยตัวคนเดียว เธอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน

หลังการเลือกตั้งทั่วไปของสวีเดนสิ้นสุดลง เกรต้าได้เปลี่ยนจากโดดเรียนทุกวันมาเป็นหยุดทุกวันศุกร์ การประท้วงของเธอเข้มข้นขึ้นเพราะเริ่มมีเด็กคนอื่น ๆ เข้ามาช่วยเธอส่งเสียง ทำให้ความคิด ความเชื่อของเธอขยายวงกว้างไปเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นกระแส มีเด็กนักเรียนกว่า 20,000 คน ใน 270 เมืองทั่วโลกเข้าร่วมประท้วงเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเรื่องโลกร้อนอย่างจริงจัง
จากการประท้วงที่เริ่มต้นด้วยเด็กสาวธรรมดาๆ คนหนึ่ง ได้กลายเป็นการเคลื่อนไหวในระดับโลก การเคลื่อนไหวของเกรต้าได้สร้างการตระหนักรู้ในประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในปี 2019 จำนวนผู้เข้าร่วมการเคลื่อนไหว Climate Strike เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2 ล้านคนใน 135 ประเทศทั่วโลก

เกรต้ายังได้เดินทางไปทั่วยุโรปเพื่อรณรงค์ และเรียกร้องให้ผู้นำระดับโลก นักการเมือง และผู้คนทั่วโลก ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจัง โดยเธอได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจากขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวทีการประชุมระดับนานาชาติหลายเวที
.jpg)
รู้จักโรคที่เธอเป็น 'แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม'
เมื่อเกรต้าอายุ 11 ปี เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค แอสเพอร์เกอร์ซินโดรม (Asperger Syndrome) ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับโรคออทิสติก รวมถึงยังเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD) และมีปัญหาด้านการพูด (selective mutism) ซึ่งเธอจะพูดก็ต่อเมื่อเธอคิดว่าจำเป็นเท่านั้น ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่้เธอถูกสื่ออเมริกาโดยเฉพาะฝั่งขวา หยิบยกเรื่องนี้มาโจมตีอย่างดุเดือด
สำหรับ 'แอสเพอร์เกอร์' นั้นทาง เพจ drama-addict และ nisitjournal ได้เขียนอธิบายเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า 'แอสเพอร์เกอร์' คำๆ นี้มีที่มาจากประมาณ เจ็ดสิบกว่าปีก่อน คุณหมอคนนึงจากสถาบันจอห์นฮอปกินส์ ชื่อ หมอแอสเพอร์เกอร์ ซึ่งเป็นกุมารแพทย์ เขาศึกษาข้อมูลของเด็กกลุ่มนึงที่มีอาการคล้ายๆ กัน คือเด็กกลุ่มนี้จะมีปัญหาเรื่องการเข้าสังคม และมักหมกมุ่นกับการทำอะไรซ้ำๆ แต่แปลกที่เด็กกลุ่มนี้หลายๆ คน ฉลาดจนน่าตกใจ
ต่อมาแพทย์ในยุคต่อๆ มาก็ศึกษาเพิ่มเติมจนพบโรคนี้ และตั้งชื่อให้เป็นเกียรติแก่คุณหมอแอสเพอร์เกอร์ โดยโรคนี้ถือเป็นความบกพร่องทางพัฒนาการ กลุ่มเดียวกับโรคออทิสติค แต่ต่างกันในรายละเอียดปลีกย่อย กล่าวคือ ออทิสติคจะพบปัญหาเรื่องพัฒนาการทางภาษาล่าช้า แต่ในคนที่เป็นแอสเพอร์เกอร์จะไม่มีปัญหานี้อย่างมีนัยสำคัญ คือสามารถพูดคุยสื่อสารได้ปกติ แต่อาจจะไม่เข้าใจความหมายของคำ สำนวน คำพังเพย คำประชดประชันแบบที่คนทั่วไปเข้าใจ
คนที่เป็นแอสเพอร์เกอร์อาจจะมีปัญหาในการเข้าสังคม เช่น อาจจะไม่อยากสร้างสัมพันธภาพกับคนอื่น ไม่อยากร่วมกิจกรรมกลุ่มกับสังคม ไม่รู้วิธีวางตัวตอนเข้าสังคม จนบางครั้งคนที่ไม่เข้าใจ อาจมองว่าคนเป็นแอสเพอร์เกอร์เป็นคนไม่รู้จักกาละเทศะก็มี และหากปล่อยไว้เรื่อยๆ อนาคตเด็กคนนั้นอาจมีปัญหาทั้งเรื่องหน้าที่การงาน การเข้าสังคมและชีวิตส่วนตัวได้
หากพ่อแม่สังเกตว่าลูกอาจจะเป็นแอสเพอร์เกอร์ และพาไปหาหมอเด็กเพื่อกระตุ้นพัฒนาการให้เหมาะสม เด็กก็จะสามารถพัฒนาการทั้งด้านภาษาการเข้าสังคม จนสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปรกติ และในเด็กที่เป็นแอสเพอร์เกอร์ ส่วนมากพบว่า สติปัญญาอยู่ในระดับปรกติ และบางคนอาจฉลาดกว่าปรกติด้วยซ้ำ ถ้าได้รับการช่วยเหลือจากพ่อแม่ หมอ ครู คนรอบข้างอย่างเหมาะสม

ส่วนกรณีของเกรต้า พ่อแม่ของเธอรู้ว่าเธอเป็นโรคนี้และพาไปหาหมอกระตุ้นพัฒนาการกันจนเธอเติบโตมาฉลาดเฉลียวอย่างที่เห็น ซึ่งในเรื่องนี้เองเกรต้าไม่เคยปิดบังเรื่องที่ตัวเองเป็นแอสเพอร์เกอร์ และเธอไม่ได้มองว่านี่คือความเจ็บป่วย
ซึ่งเธอได้กล่าวเอาไว้ว่า “เป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยออทิสติกสามารถจดจ่ออยู่กับเรื่องที่สนใจได้นานๆ ส่งผลให้สามารถจดจ่อ และศึกษาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างลึกซึ้งตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา” เกรต้ากล่าว
คำชื่นชมที่มาพร้อมกระแสวิจารณ์
เกรต้า ได้รับคำชื่นชม และถูกพูดถึงจากคนทั่วโลกเป็นอย่างมาก แต่จากคำชื่นชมที่หอมหวานก็นำพามาซึ่งกระแสวิจารณ์อย่างดุเดือด ของอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ที่บ้างก็ออกมาตำหนิเธอว่าเป็นเด็กสาวที่ก้าวร้าว มีการโจมตีถึงอาการป่วยจากคนหลากหลายกลุ่ม บ้างก็บอกว่าเธอเป็นลัทธิโน่นนั่นนี่ ต่างๆ นานา
และที่ทำให้เกิดการประลองคารมกันอย่างระอุบนโลกออกออนไลน์ขึ้น ก็เมื่อสำนักข่าว METRO รายงานว่า 'ดิเนศ ดิซูซา' (Dinesh D'Souza) นักวิจารณ์การเมืองหัวอนุรักษ์นิยมชาวอเมริกัน เชื้อสายอินเดีย โพสต์รูปภาพเปรียบเทียบ เกรต้า ธันเบิร์ก ขณะอยู่ระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัยพิเศษว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ว่ามีรูปลักษณ์เหมือนกับเด็กสาวบนโปสเตอร์ที่ กองทัพนาซีเยอรมันใช้โฆษณาชวนเชื่อ

นายดิซูซา ทวีตรูปภาพเปรียบเทียบระหว่าง เกรต้าที่ถักเปีย 2 ข้าง กับภาพโปสเตอร์ชวนเชื่อของกองทัพนาซีมีเด็กสาวผมบลอนด์ ถักเปีย 2 ข้าง ถือธงสัญลักษณ์สวัสติกะ โดยระบุข้อความเอาไว้ว่า
“เด็กๆ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า เด็กหญิงผิวขาวชาวนอร์ดิก กับผมเปีย และแก้มแดง – มักถูกใช้ในโฆษณาชวนเชื่อของนาซี เทคนิคเก่าแก่ของเกิบเบิลส์ ดูเหมือนว่าฝ่ายซ้ายก้าวหน้าในทุกวันนี้ยังเรียนรู้กลยุทธ์จากฝ่ายซ้ายยุคก่อน ในช่วงทศวรรษที่ 1930”
.png)
และแน่นอนว่าเมื่อภาพ และข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เพราะชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างก็ตำหนินายดิซูซาว่าพยายามปลุกระดมความเกลียดชัง ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนหนึ่งระบุว่า “นี่เป็นหนึ่งในทวีตที่น่ารังเกียจที่สุดที่เคยเจอ คุณควรรู้สึกละอายใจ”
อีกคนว่า “ชอบเกมกลยุทธ์แบบนี้ คุณซึ่งสวมเสื้อเชิ้ตและมีผมสีดำเช่นเดียวกับฮิตเลอร์! งั้นคุณก็เป็นฮิตเลอร์น่ะสิ!”
บ้างก็ว่า “ฮิตเลอร์เคยกล่าวว่าจะทำให้เยอรมนียิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่เอาเหอะ กลั่นแกล้งเด็กผู้หญิงที่พยายามรักษ์โลก”
ฝั่งไทยก็ไม่น้อยหน้า เมื่อ 'มล.ณัฐกรณ์ เทวกุล หรือ หม่อมปลื้ม' ได้ออกมาวิจารณ์ 'เกรต้า ธันเบิร์ก' ในรายการที่ออกอากาศทาง Voice TV ว่า เด็กสาวที่ชื่อ เกรต้า เป็นตัวอย่างของเด็กสาวที่โดนล้างสมองในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น เธอเข้าใจผิดทั้งหมด เพราะมนุษย์คือเจ้าของโลกใบนี้ และมนุษย์เป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยี ที่จะทำให้ในวันหนึ่ง มนุษย์มีศักยภาพในการบุกเบิก เข้าไปยึดทรัพยากรของดาวเคราะห์ดวงอื่นในระบบสุริยะจักรวาลมาใช้ ธรรมชาติไม่ได้เป็นเจ้าของโลกใบนี้ โดยกเอาหนัง "Ad Astra" มาเป็นตัวอย่าง
พร้อมระบุอีกว่า “เข้าใจกันไหมบรรดานักต่อต้านการก่อสร้างเขื่อน นักต่อต้านการพัฒนา และบรรดาเกรต้า เด็กอายุ 15 ขวบของโลกใบนี้”
จนต่อมาได้เกิดกระแสการวิจารณ์อย่างหนักจากคนหลายกลุ่ม ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ 'แขก-คำ ผกา' เพื่อนร่วมช่องของหม่อมปลื้ม ที่ออกมาแสดงอาการไม่ปลื้มอย่างหนัก โดยได้กล่าวแสดงความคิดเห็นโต้ตอบ ผ่านคลิปวีดิโอที่ถูกแชร์ออกมาผ่านเพจ 'สาระแน่' ว่า สิ่งที่เกรต้าทำไม่ใช่ลัทธิ The Count of Environmentalism ถ้าคุณปลื้มจะพูดว่าเกรต้าเป็น หนึ่งใน The Count of Environmentalism จะพูดลอยๆ อย่างนี้ไม่ได้ ถ้าคุณจะใส่ร้ายเกรต้าว่าเป็น Count of Environmentalism เอาหลักฐานอะไรมาบอกว่าเขาอยู่ในลัทธินั้น
ซึ่งในคลิปวีดีโอดังกล่าว 'แขก-คำ ผกา' ยังระบุอีกว่า เรื่องนี้เธอรู้สึกโกรธจริงๆ และอายมากที่ทำงานที่เดียวกัน พร้อมกับตำหนิหม่อมปลื้มว่า “คุณปลื้มเนี่ยสนับสนุนเหมืองถ่านหินอยู่เรื่อยเลยนะ แขกก็บอกไปดมเลยแม่เมาะ ไปดม เอาลูกไปดมด้วย โกรธ แล้วคุณไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบไง”
อีกหนึ่งคนที่ออกมาพูดถึงเรื่องนี้คือ 'สนธิ ลิ้มทองกุล' อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้โพสต์แสดงความคิดเห็น ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว 'คุยทุกเรื่องกับสนธิ' โดยระบุว่า “ผู้ใหญ่อย่ารังแกเด็ก” สำหรับตนแล้ว เกรต้า เป็นเด็กที่ยิ่งใหญ่มากในโลกนี้ เธอยังเรียนอยู่ในโรงเรียนมัธยม แต่เธอกล้าพอที่จะลุกขึ้นมาสู้ในเรื่องโลกร้อน เธอสู้เพื่อมนุษยชาติ ความเชื่อของเธอนั้นมีพื้นฐานความเชื่อมาจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
เธอกล้าหาญที่จะลุกขึ้นมาแสดงออกในเรื่องที่ตน ทุกๆ คนในโลกนี้ ยังมัวบ้าคลั่งกับเรื่องอื่นๆ อยู่ ถ้าเด็กไทยรวมทั้งผู้ใหญ่ไทย และคนในโลกนี้ เป็นอย่างเกรต้า โลกนี้ และประเทศนี้คงน่าอยู่กว่านี้มาก
วันนี้ผู้ใหญ่อย่าง มล.ณัฐกรณ์ เทวกุล ได้ออกความเห็นรังแก เกรต้า เด็กอายุ 16 โดยกล่าวหาว่า เป็นเด็กอยากดัง ได้ข้อมูลมาผิดๆ ในเรื่องโลกร้อนผมเลยต้องเดือดร้อนไปด้วย เพราะตนคิดและเห็นด้วยกับ เกรต้า และที่ตลกคือ ถ้าเกรต้าได้ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ที่ต่อต้านโลกร้อน ในทำนองเดียวกัน มล.ณัฐกรณ์ ในฐานะที่พูดภาษาอังกฤษ และอ่านภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วเหมือนภาษาตัวเอง ก็คงได้ข้อมูลมาจากอีกฝั่งหนึ่ง เช่นเดียวกับเกรต้า
ซึ่งฝ่ายที่ต่อต้านโลกร้อนนั้นก็มักจะเป็นกลุ่มทุน กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มการค้าที่ต้องการแสวงหาผลกำไร โดยไม่สนใจว่า สิ่งที่ตัวเองทำนั้นจะเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่ง ที่ทำให้โลกร้อนและกลุ่มคนพวกนี้ ก็จะไปขุดค้น เสาะแสวงหา ว่าจ้าง นักวิทยาศาสตร์ ที่ออกมาต่อต้านนักวิทยาศาสตร์ที่บอกว่าโลกกำลังร้อนขึ้น

ตน และเกรต้า และคนอีกมากเชื่อว่า โลกกำลังร้อนขึ้น นอกจากสามัญสำนึก และความรู้สึกที่เราได้สัมผัสกับอากาศรอบตัวเรา รวมทั้งการรับทราบ และได้เห็นประสบการณ์ภัยพิบัติ ที่เกิดขึ้นในปริมาณที่มากขึ้นกว่าเก่ามาก ไม่ว่าจะเป็น พายุในหลายรูปแบบ เช่น ไต้ฝุ่น เฮอริเคน ทอนาโด รวมไปจนถึง ภาวะน้ำท่วมทั่วโลกตามที่ต่างๆ และรวมทั้งชั้นบรรยากาศที่ถูกทำลายมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกทั้งนักวิทยาศาสตร์อิสระ หรือนักวิทยาศาสตร์ที่มาจากสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก รวมทั้งบทสรุปที่องค์การสหประชาชาติ ได้ทบทวนเรื่อง ผลงานวิจัย เรื่องโลกร้อน จากนักวิทยาศาสตร์ 100 คน จาก 30 ประเทศ โดยการสรุปได้ความว่า โลกร้อนนั้นมีจริง และกำลังทวีเพิ่มมากขึ้น
“โลกร้อนได้ไปถึงจุดที่จะทำให้เกิดภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดยั้งตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติที่เกิดจากพายุ น้ำท่วม การละลายของน้ำแข็งทั่วโลก และน้ำทะเลที่ร้อนขึ้น ฯลฯ”
ทั้งตน และ มล.ณัฐกรณ์ ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ แต่ตนเชื่อในพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในหลัก ปฏิจจสมุปบาท ว่า “เมื่อมีสิ่งนี้ ก็ต้องมีสิ่งนั้น ฯลฯ” ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากเหตุต่างๆ ก็ตกอยู่กับหลัก อิทัปปัจจยตา อย่างไม่มีข้อสงสัย
มล.ณัฐกรณ์ เทวกุล และพลพรรคอีก 3-4 คน ที่ออกมาประจำในช่อง Voice Tv. แสดงความคิดเห็นทางการเมืองตลอดเวลา มักจะชอบพูดเสมอว่า “คนเราต้องยอมรับความคิดเห็นต่างได้” แต่วันนี้ผู้ใหญ่อย่าง มล.ณัฐกรณ์ กลับไม่ยอมรับความคิดเห็นต่างของเกรต้า เด็กวัย 16 มิหนำซ้ำ ยังกล่าวหาว่า เกรต้า ถูกล้างสมองมาอีก ทั้งๆ ที่ มล.ณัฐกรณ์ ก็ถูกล้างสมองมาจากอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกัน แล้วยังไปกล่าวหาว่า เกรต้า อยากดัง แต่พฤติกรรม ของ มล.ณัฐกรณ์ ก็คงอยากดังเช่นกัน โดยการไปตำหนิเด็กเช่นนั้น
และนายสนธิ ยังระบุอีกว่า 'โดนัลด์ ทรัมป์' ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ฉาวโฉ่ ไร้จริยธรรม และมุสา ในเรื่องต่างๆ รวมทั้งมีนิสัยที่เลวร้าย มากที่สุดในประวัติศาสตร์ผู้นำของสหรัฐอเมริกา ก็คิดแบบเดียวกับ มล.ณัฐกรณ์ แต่ผมเชื่อว่า มล.ณัฐกรณ์ คงไม่เลวร้าย และชั่วช้า แบบนายทรัมป์ เพียงแต่อยากดัง และถูกล้างสมอง และพูดโดยไม่ได้คิดตามหลักพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซึ่งท้ายประโยค นายสนธิได้กล่าวขอโทษว่า “ต้องขอโทษด้วยที่มาวิพากษ์วิจารณ์ มล.ณัฐกรณ์ ซึ่งผมไม่ควรเลย เพราะผมเป็นแค่อดีตนักโทษ คนที่เคยติดคุก สถานภาพผมต่ำต้อยกว่าเขามาก แต่ผมทนไม่ได้ ที่เห็นท่านรังแกเด็ก โดยไม่มีเหตุผล มันก็เป็นเพียงแค่นี้เองแหละครับ!!”
ซึ่งในเวลาต่อมา 'หม่อมปลื้ม' ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวแล้ว
อย่างไรก็ตามนับว่านี่เป็นแรงกระเพื่อมที่ทำให้โลกได้ตื่นตัว ถกเถียง วิพากษ์วิจารณ์ แลกเปลี่ยนความคิด ความเห็น เกี่ยวกับปัญหาทางสิ่งแวดล้อม และสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้เป็นวงกว้าง นี่จึงนับว่าเป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่มาจากเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง คนนี้...

"เกรต้า ธันเบิร์ก" (Greta Thunberg) เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาทางเลือกของสวีเดน ปี 2019 "Right Livelihood Award Alternative Nobel Prize 2019"
อ้างอิง : seub, Teen Climate Activist Greta Thunberg Shot a Brutal Glare at Donald Trump, Why Greta Makes Adults Uncomfortable, Greta Thunberg: “Sweden is not a Role Model”, drama-addict, nisitjournal.press, metro, เพจสาระแน่, เพจคุยทุกเรื่องกับสนธิ
ขอบคุณภาพ : @GretaThunberg, มติชน, @DineshDSouza
แท็กที่เกี่ยวข้อง