เลือกตั้งและการเมือง

"พล.อ.ณัฐพล" ยันชงข้อเสนอเก็บกู้ทุ่นสังหาร-ปราบคอลเซ็นเตอร์ บีบกัมพูชา วงประชุม GBC ครั้งต่อไป

โดย nutda_t

8 ส.ค. 2568

79 views

พลเอกณัฐพล​ นาค​พาณิชย์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​กลาโหม​ กล่าวถึงข้อตกลง​การประชุม​คณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย–กัมพูชา หรือ​ GBC​ ว่า​ จากข้อตกลง 13 ข้อ​ จะแบ่งออกเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 คือ 9 ข้อ​ และกลุ่มที่ 2 คือ​ เ​มื่อหยุดยิงแล้วจะอย่างไรต่อ อีก 3 ข้อ และสุดท้ายคือติดตามผลประชุม GBC ที่จะเกิดขึ้นอีก 1 เดือนข้างหน้า​

ส่วนที่​ประชาชนหลายคนก็สงสัยว่า​ ไทยเชื่อใจกัมพูชาได้หรือไม่​ พลเอกณัฐพล​ กล่าวว่า​ ประเด็นแรกใช้แนวทางเดิม คือความเป็นผู้มีวุฒิภาวะ ประเทศไทยต้องแสดงถึงความมีวุฒิภาวะ ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมายระหว่างประเทศ​ และตามความเห็นร่วมกันของนานาชาติ​ ไทยจะใช้เรื่องนี้เป็นกรอบประเมินและควบคุมทางฝ่ายกัมพูชา ว่า​กัมพูชาจะทำอะไรขัดต่อกฎหมาย หรือขัดอนุสัญญา หรือขัดต่อความเห็นของนานาชาติได้อย่างไร​ ประเด็นที่ 2 คือ​ จะประเมินความจริงใจ​จาก​กัมพูชา เป็น 3 ขั้น​ ขั้นแรกคือ​ การประชุมฝ่ายเลขา​ ซึ่งก็ให้ความร่วมมือ​ แต่ก็มีบางข้อเสนอที่ไม่ยอมรับ​ คือ​เรื่องของทุ่นระเบิดและสแกมเมอร์ แต่ก็ถือว่าผ่านในขั้นตอนของฝ่ายเลขา​ฯ​

เมื่อวานการประชุมระดับผู้บริหาร เป็นการประเมินขั้นที่ 2​ ทางฝ่ายกัมพูชาก็ตอบรับ แต่ก็มีบางประเด็นที่นำมาพูดข้างหลังบ้าง แต่ในภาพรวมก็ได้ลงนามข้อตกลงกันแล้ว จึงยึดถือเอกสารที่ลงนามร่วมกัน ต่อไป​คือ​ ขั้นที่ 3 ที่จะประเมินการปฏิบัติ ซึ่งมีกลไกที่กำกับอยู่ 2 กลไก 1. คือ​กลไก​คณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค​ หรือ RBC ซึ่งแม่ทัพภาคเป็นประธาน ดูในรายละเอียดเรื่องพื้นที่​ 2. กลไล GBC​ ที่จะมีการประชุมหลังจากนี้​ อีก 1 เดือน และกลไกอีกประการหนึ่งที่มีการพูดคุยกัน คือคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว มีผู้ช่วยทูตทหารในอาเซียน​ เข้ามาสังเกตการณ์​ แต่ยังไม่มีกองกำลังเข้ามา ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้​

ส่วนข้อเสนอที่กัมพูชา​ไม่รับ​ ก็จะนำไปตกลงในการประชุม​ GBC ครั้งต่อไป โดยจะหยิบยกเรื่องที่กัมพูชา​ไม่เห็นด้วยขึ้นมาใหม่ จนกว่าจะยอมรับ​ ส่วนเรื่องการเก็บทุ่นระเบิดกับการปราบปราม​สแกมเมอร์​ กัมพูชา​ไม่ได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดไม่ยอมรับ แต่ไทยก็พอทราบ ​

"เรื่องระเบิด เป็นเครื่องป้องกันกัมพูชา​ ก็พูดว่าเขาเองก็ไม่ไว้ใจใส่เรา ฝ่ายไทยก็ไม่ไว้ใจกัมพูชา ดังนั้นการตกลงให้ได้ข้อยุติความยากมันขนาดไหน สื่อมวลชนลองจินตนาการว่าความยากมันขนาดไหน ไม่ใช่การพูดคุยทั่วไป คนจึงต้องชื่นชมและให้กำลังใจฝ่ายเลขา ที่สามารถทำให้บรรลุข้อเสนอของเรา​ ถึงแม้ว่าจะได้มาเหมาะสมในสถานการณ์แบบนี้"

พลเอกณัฐพล​ ยังกล่าวต่อด้วยว่า​ ภาพรวมของการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา​ ตนเองได้หารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ ที่ผ่านมาได้​ ขอให้นายภูมิธรรม​ เว​ชย​ชัย​ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี​ ขอให้พิจารณาสั่งการ​ ว่างานอื่นๆขอให้ส่วนราชการอื่นๆ ดำเนินการ​คู่ขนานไปด้วย เพราะ​ ศบ.ทก.จะไม่ทำอะไรที่ผูกพันในระยะยาว​ แต่จะพยายามให้จบภารกิจเร็ว ถ้าสถานการณ์คลี่คลายก็จะขอจบภารกิจ​ ศบ.ทก.​ แต่ปัจจุบันรัฐบาลยังอยากให้​ ศบ.ทก. ช่วยดูไปก่อน แต่หากสถานการณ์จบ ภารกิจก็จบด้วย​ เพราะมันเป็นภาระที่หนักมาก ที่ผ่​านมา​มีอะไร​ก็จะต้องเสนอเข้าสู่​สภาความมั่นคงแห่งชาติ​ หรือ​ สมช.ทุกเรื่อง เพื่อให้กระบวนการเป็นไปด้วยความรอบคอบและถูกกฎหมาย และวันนี้​ได้แต่งตั้งที่ปรึกษา เป็นคณะกรรมการ​กฤษฎีกา และเลขา​ ครม. และเลขาสภาพัฒน์ เพื่อให้ช่วยดูว่าสิ่งที่ทำอยู่ทุกวัน ถูกต้องหรือไม่ และยังมีการแต่งตั้งที่ปรึกษาส่วนตัวอีกเป็นผู้เชี่ยวชาญ​ ทางด้านการทหาร​ ด้านสังคมด้านประวัติศาสตร์ ด้านกฎหมายและด้านแผนที่ รวม 8 คน ซึ่งจะมีการแต่งตั้งในวันนี้ เพราะเริ่มมองเห็นแล้วว่างานข้างหน้า ลำพัง CBC หรือ​ ศบ.ทก.เริ่มเกินกำลังแล้ว

เรื่องสุดท้ายที่สุด​ท้าย​ คือ​พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัด มีความเดือดร้อนมาก อยากจะกลับบ้าน เพราะห่วงบ้าน แต่การห่วงบ้าน ตนได้กราบเรียนนายภูมิธรรม ว่าขอให้สั่งตำรวจและชรบ. ในการช่วยดูแลทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน อีกอย่างหนึ่งคือ เขาห่วงผลผลิตทางด้านการเกษตร ที่บางอย่างต้องเก็บเกี่ยว ถ้าช้าไปก็อาจจะเสียหาย ซึ่งเมื่อเช้าได้ประสานกับทาง แม่ทัพภาคที่ 2 ขอให้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัด มาหารือว่า​จังหวัดใดสถานการณ์เหมาะสม เพียงพอที่จะให้ประชาชนกับภูมิลำเนาได้ ขอให้เร่งดำเนินการ แต่ถ้าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง ก็ขอให้ขอความร่วมมืออยู่ในศูนย์อพยพก่อน สุดท้ายคือต้องขอขอบคุณประชาชนในพื้นที่ 4 จังหวัด ก็ที่เห็นความเดือดร้อนของท่าน ขอบคุณในความอดทนอดกลั้นจะพยายามที่ขายสถานการณ์ให้เป็นไปตามลำดับ​ ส่วนประชาชนในจังหวัดจันทบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ ซึ่งประสบความเดือดร้อน อันนี้ก็ขอความกรุณาอดทนอีกนิดนึง โดยการให้ประชาชนกลับบ้าน ให้พื้นที่พิจารณาได้เลย​ ไม่ต้องกลับมาขอความอนุมัติจาก​ ศบ.ทก.​ แล้ว เพราะให้ผู้ว่าฯ ประสานทหารในพื้นที่ ซึ่งเขาจะทราบถึงความปลอดภัยอยู่แล้ว

"สิ่งที่ทหารเป็นห่วงคือ กัมพูชาระดมยิงอาวุธมาทางฝั่งเรา ลูกจรวดบางส่วนยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ เรากังวลว่าพี่น้องประชาชนกลับเข้าไปแล้วอาจจะรู้ เท่าไม่ถึงการณ์ เข้าไปเก็บหรือเข้าไปหยิบ อาจได้รับผลกระทบบาดเจ็บถึงเสียชีวิต​ ตรงนั้นจะเป็นเศษส่วนที่ทำให้เราเสียใจมาก​ ทำให้ฝ่ายทหารขอประเมินอีกนิดนึง แต่ก็เร่งรัดในการตรวจพื้นที่ ว่ามีวัตถุอะไรที่ยังตกค้างอยู่ในพื้นที่ อันนี้ต้องขอความเห็นใจจากพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เราไม่มั่นใจในสถานการณ์ แต่เราไม่มั่นใจในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน"

สถานการณ์ตอนนี้มีความเป็นไปได้ ที่จะให้กัมพูชาเจรจาเรื่องเขตแดน หรือประชุม JBC หรือไม่ พลเอกณัฐพล​ กล่าวว่า​ 14 มิถุนายน​ มีการประชุมที่ผ่านมาแล้ว​ ก็จะมีการนัดต่อไป​ แล้วก็จะนัดประชุมครั้งต่อไปเดือนกันยายน ก็ถือว่าเป็นกลไกที่คู่ขนานกันอยู่ แต่ตนเองไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ​

คุณอาจสนใจ

Related News