กีฬา

กสทช. หนักใจ 'ลิขสิทธิ์บอลโลก' 1,600 ล้าน - นิเทศจุฬาฯ แจงเหตุผลค้านทุ่มซื้อ

โดย nattachat_c

8 พ.ย. 2565

213 views

ความคืบหน้าเรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า ทาง กสทช.ได้รับเอกสารจากทาง กกท. แล้ว แต่หนังสือดังกล่าวไม่ได้มีการชี้แจงอะไรเพิ่มเติมจากครั้งก่อน


โดย กกท.ให้เหตุผลว่าเพราะทางฟีฟ่าไม่ได้ให้เอกสารรายละเอียดมาเปิดเผย เท่ากับว่าวงเงิน 1,600 ล้านบาทนั้น เป็นค่าลิขสิทธิ์ล้วนๆ ทำให้ทาง กสทช.ทำงานค่อนข้างลำบากพอสมควร อย่างไรก็ตามในวันพุธที่ 9 พฤศจิกายนนี้จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมแน่นอน เพื่อนำมาคุยกันว่าจะทำอย่างไร เพราะเราเองก็ไม่อยากเตะถ่วง ถ้าหากคณะกรรมการ กสทช.จะไม่อนุมัติเงินให้ ก็จะได้แจ้งให้ไปหางบประมาณจากแหล่งอื่นแทน หรือว่าจะให้เท่าไหร่ ก็ต้องมาคุยกัน


เรื่องของตัวเลขที่เห็นคือ 36 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่มันจะมีค่าภาษี, ค่าแปลงเงินต่างประเทศ รวมแล้วก็ตกประมาณ 42 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,591,800,000 บาท ตัวเลขนี้ทำให้หนักใจ เหมือนเรามีลูก มาขอเงิน 10,000 บาท แต่พอถามกลับว่าเอาไปทำอะไรบ้างกลับตอบไม่ได้ ก็ต้องเห็นใจกรรมการบอร์ด กสทช. ทั้ง 6 ท่านด้วย ท่านอยากให้คนไทยมีความสุข แต่มาเจอแบบนี้มันก็เหนื่อย และหนักใจเป็นธรรมดา


ตนก็ไม่รู้ว่าต่างชาติที่ซื้อ เขาซื้อในแพ็คเกจแบบไหน ซื้อครบทุกนัด ถ่ายทอดสดทุกช่องทางแบบประเทศไทยหรือไม่ จึงไม่สามารถบอกได้ว่าของไทยแพงไปหรือไม่ รวมถึงประเทศไทยอาจจะเข้าไปติดต่อขอซื้อช้า ฟุตบอลจะเริ่มอีกไม่กี่วันแล้ว ผู้ขายอาจจะบังคับเราให้ซื้อครบทุกนัดก็ได้ หรืออาจจะเพราะเราซื้อช้า และจำเป็นต้องซื้อ เลยทำให้ต่อรองราคาไม่ได้ด้วยหรือไม่ ก็เป็นปัญหาที่จะต้องนำมาพูดคุยแก้ไขกันในครั้งต่อไป


หลังจบฟุตบอลโลกก็คงจะต้องมีการพูดคุยกัน อาจจะต้องปรับกฎ Must Have และ Must Carry ให้มันเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะตอนที่กฎออกมาช่องทางมันยังไม่เยอะขนาดนี้ ตอนนั้นมีเพียงความหวังดีที่อยากให้คนไทยได้ดูครบทุกช่องทางเท่านั้น แต่ตอนนี้เทคโนโลยีเปลี่ยนไป กฎมันทำให้การทำงานของเอกชนทำได้ยาก ดังนั้นคงจะเข้าไปขอเสนอแก้ไขปรับให้เข้ากับสถานการณ์ แต่ก็คงต้องรอจบฟุตบอลโลกก่อนค่อยมาคุย เพราะยังมีเวลาอีก 4 ปี แต่ที่แน่ๆ คือ กสทช. คงจะออกเงินให้ทุกๆ 4 ปี ไม่ได้


เรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ยังไม่ได้คุยกัน ตอนนี้เอาให้ได้เงินไปซื้อลิขสิทธิ์ก่อนค่อยคุย เช่นถ้า กสทช. จ่ายทั้งหมดควรจะได้ประชาสัมพันธ์อะไรบ้าง หรือถ้ามีเอกชนมาช่วย ก็ต้องพูดคุยกัน เช่นเดียวกับการประสานช่องถ่ายทอดสดก็รอวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ค่อยคุย ยังไม่ได้มีการวางหลักการอะไรเอาไว้ เพราะถ้าสุดท้าย กสทช.ไม่อนุมัติเงิน เรื่องพวกนี้อาจไม่ต้องคุยก็ได้

-------------

จากกรณีที่การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ทำหนังสือขอให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พิจารณาสนับสนุนค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 เป็นจำนวนเงินค่าซื้อลิขสิทธิ์รวมภาษีสูงถึง 42 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,600 ล้านบาท จะมีการจัดประชุมเพื่อพิจารณาวาระนี้ในวันที่ 9 พฤศจิกายน


คณาจารย์จากคณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนนักวิชาการสื่อตามรายชื่อด้านล่าง ขอคัดค้านการอนุมัติเงินดังกล่าวด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้


1. หาก กสทช.พิจารณาอนุมัติเงินสนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 นั่นหมายถึง การนำเงินจากบัญชีของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมอย่างทั่วถึง ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสารการวิจัยและพัฒนาด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะการเข้าถึงบริการกระจายเสียง บริการโทรทัศน์ บริการโทรคมนาคมสำหรับผู้พิการผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ผู้มีความต้องการหลากหลายในสังคม การพัฒนาบุคลากรและองค์กรวิชาชีพตลอดจนสนับสนุนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์


2. แหล่งของเงินที่ กสทช.จะนำมาใช้ในกรณีนี้ได้คือ เงินจากบัญชีที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์นั่นคือ บัญชีที่ 1 และบัญชีที่ 2 ของกองทุนกทปส.


3. บัญชีที่ 1 ของกองทุนกทปส. เป็นบัญชีหลักของกองทุน กทปส. ที่ต้องสนองตอบวัตถุประสงค์ของกองทุนทุกข้อ ส่วนบัญชีที่ 2 เป็นเงินสำหรับแผนงาน USO (Universal Service Obligation) มีวัตถุประสงค์หลักคือการสนับสนุนให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความต้องการหลากหลายในสังคมได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อย่างทั่วถึง


4. ที่ผ่านมา กสทช. เคยให้การสนับสนุนเงินจากกองทุน กทปส.จำนวน 240 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้การกีฬาแห่งประเทศไทยซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรายการกีฬาโอลิมปิกจำนวน 5 รายการ ได้แก่ การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น, การแข่งขันโอลิมปิกเยาวชนฤดูหนาว 2020 ณ เมืองโลซาน สมาพันธ์รัฐสวิส, การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน, การแข่งขันโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อน 2022 ณ กรุงดาการ์ สาธารณรัฐเซเนกัล และเอเชียนเกมส์ 2022 ณ เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยให้เหตุผลและหลักการสนับสนุนว่าเป็นรายการที่มีความหลากหลายของชนิดกีฬาและมีหลายชนิดกีฬาที่คนไทยเข้าร่วมแข่งขัน เข้าข่ายตามวัตถุประสงค์ของกองทุน กทปส. บัญชีที่ 1 และ 2 ได้


5. กรณีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่แม้จะมีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกระจายเสียงและโทรทัศน์ที่มุ่งหมายให้ประชาชนคนไทยได้รับชมรายการกีฬาฟุตบอลแต่ก็เป็นประเภทกีฬาเฉพาะกลุ่มที่มีคนไทยให้ความสนใจจำนวนกลุ่มหนึ่ง และคนไทยไม่ได้มีส่วนร่วมแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้ด้วยจึงมิได้มีลักษณะที่เข้าข่ายตามวัตถุประสงค์ของกองทุน กทปส. บัญชีที่ 1 และ 2 ที่จะต้องสร้างและพัฒนาทรัพยากรสื่อสารให้เกิดประโยชน์สาธารณะ สร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อย่างทั่วถึงของประชาชนคนไทยในทุกกลุ่มนับเป็นการสูญเสียเงินจำนวนมากที่ควรใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะไปกับการถ่ายทอดสดเฉพาะฟุตบอลโลก2022 ในระยะเวลา 1 เดือนเท่านั้น


6. ในเว็บไซต์ของกองทุน กทปส. ได้เผยแพร่มติที่ประชุมคณะกรรมการบริการกองทุนกทปส. ครั้งที่ 4/2565 เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2565 (ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกหลังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ กสทช.ชุดใหม่ และหลังจากนั้น ในเว็บไซต์ ไม่ได้มีการเผยแพร่รายงานการประชุมอีก)ได้ระบุสถานะเงินคงเหลือของกองทุน กทปส. บัญชีที่ 1 (รวมเงินประมูลคลื่นทีวีดิจิทัลและเงินทั่วไป) คงเหลือ 3,435.07 ล้านบาท ส่วนบัญชีที่ 2 คงเหลือ 804.27 ล้านบาท ในขณะที่ข้อมูลการรายงานข่าวของสำนักข่าวอิศรา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 ระบุข้อมูลจากแหล่งข่าวในกสทช.ว่า ปัจจุบัน สถานะเงินคงเหลือของกองทุน กทปส. ที่สามารถนำมาใช้กับกรณีนี้ได้คงเหลือประมาณ 2,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเห็นได้ว่างบประมาณในกองทุน กทปส. ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่คงเหลืออยู่ไม่ใช่งบประมาณที่มีอยู่มาก ในขณะที่ปัจจุบันยังมีประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส และผู้มีความต้องการหลากหลายในสังคมที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการกระจายเสียงและบริการโทรทัศน์ได้ ตลอดจนปัญหาการขาดแคลนจำนวนและคุณภาพของสื่อกระจายเสียงและสื่อโทรทัศน์สำหรับเด็กซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงของสังคมอย่างแท้จริง


ดังนั้น การพิจารณานำเงินจากกองทุน กทปส.ซึ่งเป็นเงินส่วนกลางเพื่อประโยชน์สาธารณะไปใช้สนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จึงขัดต่อวัตถุประสงค์ของกองทุน กทปส. และมีโอกาสอย่างยิ่งที่จะกระทบต่อสภาพคล่องของเงินทุนส่งผลกระทบสำคัญต่อโอกาสในการเข้าถึงบริการของกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมของคนไทยในวงกว้าง เกิดการหยุดชะงักของการวิจัยและพัฒนาทรัพยากรสื่อสารของประเทศ และจะส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องต่อการขาดโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมของคนไทยทั้งประเทศในภาพรวมได้


คณาจารย์จากคณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิชาการด้านสื่อตามรายชื่อด้านล่างจึงขอคัดค้านการนำเงินจากกองทุน กทปส. ไปใช้สนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 และเสนอให้การกีฬาแห่งประเทศไทยพิจารณาหาแนวทางความร่วมมืออื่นที่ไม่กระทบต่อผลประโยชน์สาธารณะพร้อมทั้งเรียกร้องให้คณะกรรมการ กสทช. และ กทปส. ชี้แจงถึงสถานะทางการเงินล่าสุดของกองทุนกทปส. รวมทั้งพิจารณาวาระนี้อย่างโปร่งใส เป็นธรรม คำนึงถึงการคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ เพื่อหาทางออกของปัญหานี้โดยไม่กระทบต่อสาธารณะ และเป็นตัวแทนในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงบริการกระจายเสียงและบริการโทรทัศน์ของภาคประชาชนวงกว้างเป็นสำคัญ


ทั้งนี้ คณาจารย์จากคณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิชาการด้านสื่อ ได้ส่งจดหมายเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าวคัดค้านการนำเงินกองทุนกทปส. ไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก ในวันที่ 8 พฤศจิกายน นี้

-------------
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/-6zsndA7WvQ

คุณอาจสนใจ

Related News