ข่าวโซเชียล

อาจารย์เจษฏ์ เตือน กินสารบอแร็กซ์ไตทำงานผิดปกติ

โดย onjira_n

14 มี.ค. 2565

277 views

เพจ อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ นำข้อมูลการรับประทาน บอแร็กซ์มาโพสต์เตือนกันอีกครั้ง หลังจากที่มีผู้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิบวิดีโอ ขณะที่ตนเอง กำลังกินอาหารที่ผสมผงบอแร็กซ์ โดยมีการอวดอ้างสรรพคุณ ว่าช่วยล้างโลหะหนัก เพิ่มฮอร์โมนเพศชาย ขจัดหินปูนในข้อต่อกระดูก ประจำเดือนมาไม่ปกติ มะเร็ง ไต กรวยไตอักเสบ โดยอาจารย์เจษฏ์ได้โพสต์ อธิบายสารบอแร็กซ์ดังนี้ " คำถามจากทางบ้านอีกแล้ว บอกว่ามีญาติกำลังกิน "บอแร็กซ์" ตามกระแสความเชื่อว่ามันดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องกินกระตุ้นฮอร์โมนเพศให้ปึ๋งปั๋งขึ้นมาใหม่ได้ !?  เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง หรือเรื่องมั่วครับ ?

เรื่องนี้เป็นเรื่องมั่วนะครับ ! บอแรกซ์เป็นสารเคมีที่ไม่ควรนำมาบริโภคมากเกินไป หรือต่อเนื่องยาวนานเกินไป และไม่ควรจะมุ่งเน้นบริโภคในเชิงเป็นอาหารเสริม เพื่อสุขภาพแต่อย่างไรครับ

จากการสอบถามว่าเอามาจากไหน ว่าบอแรกซ์มีประโยชน์ต่อสุขภาพเยอะแยะเลย คำตอบที่เช็คได้ พบว่า ที่มาน่าจะแปลมาจากบทความ ในเพจสุขภาพเพจหนึ่ง ชื่อ Lybrate ของอินเดีย (ดู https://www.lybrate.com/.../borax-benefits-and-side...) ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าถึงประโยชน์ของบอแร็กซ์ และก็ยังพูดถึงผลข้างเคียงของมันด้วย

ประเด็นคือ ตรงที่บทความในเพจนั้นยกเรื่องประโยชน์ของบอแร็กซ์มา บางอย่างก็ฟังโอเค เพราะเป็นการนำไปผสมกับสารเคมีอื่นๆ เอามาใช้ภายนอกร่างกาย เช่น ใช้ผลิตยาหยอดตา-ลดอาการปวดบวม

แต่ขณะเดียวกัน หลายข้อที่อ้างว่ากินบอแร็กซ์แล้วได้ประโยชน์นั้น (เช่น ป้องกันโรคไขข้อ แก้ปัญหาฮอร์โมนเพศ) ทางเพจ Lybrate  เค้าอ้างอิงจากตำรายาจีน และตำรายาอินเดียโบราณที่ชื่อว่า คัมภีร์อายุรเวท AYURVEDA โดยอ้างถึงบทความเรื่อง Utilization of Borax In The PharmaceuticoTherapeutics of Ayurveda in India ตีพิมพ์ในวารสาร Indian Journal of History of Science (วารสารประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ของอินเดีย) ซึ่งบทความนี้เรียบเรียงเรื่องการนำเอาบอแร็กซ์มาใช้ในสมัยอินเดียโบราณกว่า 5 พันปีก่อนไม่ใช่เรื่องของการพิสูจน์ยืนยันแล้วว่าสามารถนำมาใช้ได้ผลจริง ด้วยหลักฐานทางการแพทย์ในปัจจุบัน (อ่านได้ที่ https://www.researchgate.net/.../230739125_Utilization_of...)

ในขณะที่ เนื้อหาบทความส่วนที่พูดถึงเรื่องผลข้างเคียงและอาการแพ้ของบอแร็กซ์นั้น ทางเพจได้อ้างถึงบทความเรื่อง Toxicologic studies on borax and boric acid. จากวารสาร Toxicology and applied pharmacology ซึ่งเป็นวารสารทางวิทยาศาสตร์ด้านพิษวิทยาและเภสัชศาสตร์ ที่มีความน่าเชื่อถือใช้ได้ และก็ตรงกับองค์ความรู้ทั่วไปในปัจจุบันที่เรามี ว่าบอแร็กซ์มีอันตรายอย่างไรบ้าง (อ่านได้ที่ https://www.sciencedirect.com/.../abs/pii/0041008X72900373)

ซึ่งทางเพจ Lybrate เอง ก็สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับผลข้างเคียงของบอแร็กซ์ไว้ว่า "โดยทั่วไปแล้วไม่แนะนำให้บริโภคบอแร็กซ์เข้าไป แล้วการใช้ภายนอกนั้น ก็ทำให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวได้เพราะมันมีความเป็นด่างสูง ยังมีรายงานอีกด้วยถึงผลลบต่อระบบสืบพันธุ์และการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ และยังไม่แนะนำให้ใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอีกด้วย เพราะมันเป็นไปได้ที่จะทำให้ไตทำงานผิดปรกติจากการที่บอแร็กซ์สะสมในร่างกาย พิษของบอแร็กซ์ยังสามารถทำให้เกิดความอ่อนล้าและอาเจียน ฯลฯ

ดังนั้น โดยรวมแล้ว การกล่าวอ้างว่าบอแร็กซ์มีประโยชน์ต่อสุขภาพจนเอามาเป็นกระแสความเชื่อกันนั้น ส่วนใหญ่ก็คืออ้างตามศาสตร์การแพทย์อินเดียโบราณ ... ไม่ใช่แนวทางการใช้เป็นยา ตามความรู้ทางการแพทย์ของเราในปัจจุบันแต่อย่างไรครับ และยังเสี่ยงมีผลข้างเคียงต่อสุขภาพด้วยซ้ำ

ขอยกเนื้อหาเกี่ยวกับ บอแร็กซ์ มาให้อ่านเพิ่มเติมนะครับ

--------------------------------

บอแรกซ์ (borax, anhydrous borax (Na2B4O7), borax pentahydrate (Na2B4O7·5H2O), borax decahydrate (Na2B4O7·10H2O) ) เป็นสารเคมี ที่มีลักษณะเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น มีรสขมเล็กน้อย มีชื่ออื่นๆ อีก เช่น น้ำประสานทอง สารข้าวตอก ผงกันบูด เพ่งแซ เม่งแซ ผงเนื้อนิ่ม

บอแรกซ์ เป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรม เช่น .ใช้ทำแก้วเพื่อทำให้ทนความร้อน เป็นสารประสานในการเชื่อมทอง และเป็นสารยับยั้งการเจริญของเชื้อราในแป้งทาตัว เป็นต้น

มีการนำบอแรกซ์มาใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยนำมาผสมในอาหาร เพื่อให้อาหารมีความหยุ่นกรอบ คงตัวได้นาน ไม่บูดเสียง่าย อาหารที่มักพบว่ามีสารบอแรกซ์ ได้แก่ หมูบด ลูกชิ้น ทอดมัน หมูสด เนื้อสด ไส้กรอก ผลไม้ดอง ทับทิมกรอบ ลอดช่อง เป็นต้น

การใช้บอแรกซ์ในอาหาร : เป็นอันตรายในอาหาร (food hazard) ประเภทอันตรายทางเคมี (chemical hazard) เป็นสารเคมีห้ามใช้ในอาหาร (prohibit substances) ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 151 (พ.ศ. 2536) เรื่องวัตถุที่ห้ามใช้ในอาหาร

พิษของสารบอแรกซ์ เกิดได้สองกรณี คือ

- แบบเฉียบพลัน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ผู้ใหญ่ ได้รับสารบอแรกซ์ 15 กรัม และ เด็ก ได้รับ 5 กรัม จะทำให้อาเจียนเป็นเลือดและถึงแก่ชีวิตได้ ภายใน 3-4 ชม.

- แบบเรื้อรัง จะมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ผิวหนังแห้ง หน้าตาบวม เยื่อตาอักเสบ และตับไตอักเสบ

คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค : หลีกเลี่ยงสารบอแรกซ์ในอาหารโดยเฉพาะอาหารที่มีลักษณะกรอบเด้ง หรืออยู่ได้นานผิดปกติ

การตรวจหาบอแรกซ์ในอาหาร : น้ำยาทดสอบบอแรกซ์ คือกระดาษขมิ้นซึ่งเป็นกระดาษซับหรือกระดาษกรองที่ชุบด้วยน้ำสกัดจากขมิ้น ซึ่งมีสารเคอร์คูมิน (Curcumin) และ สารละลายกรดเกลือ (HCl) เจือจางเพื่อปรับค่าพีเอช (pH) ของอาหาร

โทษของการผลิตหรือจำหน่ายอาหารซึ่งปนเปื้อนสารบอแรกซ์ ถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 มาตรา 25 (1) เป็นอาหารไม่บริสุทธิ ตามมาตรา 26 (1) มีโทษตามมาตรา 58 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

(ข้อมูลจาก http://www.foodnetworksolution.com/.../borax-%E0%B8%9A%E0...)


คุณอาจสนใจ