สังคม

เจ้าของบ้านยอมรับผิดจริง แต่ไม่เจตนา สร้างบ้านในที่คนอื่น เจรจาขอซื้อที่ แต่คู่กรณีตั้งราคาแพง 2 ล้าน

โดย thichaphat_d

20 พ.ย. 2565

36.8K views

วานนี้ (19 พ.ย.) เพจสายไหม ต้องรอด โพสต์ข้อความระบุ "#จังหวัดกาญจนบุรี #สร้างบ้านในที่ดินของคนอื่นพี่ไพรัตน์ ชาโรจน์ อายุ 45 ปี พร้อมภรรยาชาวท่ามะขาม จังหวัดกาญจนบุรี เดินทางเข้ากรุงเทพฯ มาร้องขอความช่วยเหลือจาก #สายไหมต้องรอด

กรณีมีการสร้างโครงการบ้านจัดสรร ได้สร้างขึ้นในที่ดินของตนเอง เต็มพื้นที่โฉนดที่ดิน 110.5 ตรว. ซึ่งตนเองไม่ได้รู้เรื่องการก่อสร้างนี้เลย มาทราบในภายหลังก็เห็นโครงการบ้านจัดสรรนี้ สร้างในที่ดินของตนเองแล้วได้พยายามต่อสู้ทวงที่ดินของตนคืนมาแล้วหลายๆหน่วยงาน ทีมสายไหมต้องรอด เตรียมพาผู้เสียหายเข้ายื่นหลังสือที่ สำนักงานคุ้มครองสิทธิ์และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช) สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อปรึกษาหาแนวทางการทวงคืนที่ดินคืนต่อไป"

ต่อมา ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ พบนายไพรัตน์ ชาวโรจน์ อายุ 45 ปี พาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บริเวณ หมู่ 1 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อดูบ้านชั้นเดียวจำนวน 2 หลัง ที่ถูกปลุกสร้างอยู่ในที่ดินของนายไพรัตน์ และยังมีการขึ้นป้ายประกาศขายบ้านทั้งสองหลังที่กำลังสร้างอีกด้วย

โดยนายไพรัตน์ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นที่ดินของตนเองที่มีเอกสารสิทธิ์อย่างถูกต้อง จำนวน 110.5 ตารางวา ซึ่งที่ผ่านมา ตนเองไม่เคยจ้างผู้รับเหมามาก่อสร้างบ้านในที่ดินของตน แต่จู่ๆ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคมปีที่แล้ว ตนเองได้รับหนังสือให้มานำชี้วัดแนวเขตที่ดินข้างเคียง ซึ่งก็มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมตรวจแนวเขตชี้วัด

แต่ปรากฏว่า เมื่อมาถึง กลับพบว่ามีผู้มาปลูกสร้างบ้านจำนวน 2 หลัง ในที่ดินของตนเอง ซึ่งก็คือผู้ที่เป็นคนร้องขอรังวัดที่ดินในวันดังกล่าว เมื่อได้มีการพูดคุยจึงรู้ว่าเป็นการปลูกบ้านในที่ดินผิดแปลง ซึ่งหลังพบว่ามีการปลูกสร้างบ้านในที่ดินผิดแปลง ทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลก็ได้มาชี้แจงว่า จะทำการออกหนังสือคำสั่งระงับการก่อสร้าง เนื่องจากบ้านทั้งสองหลังที่สร้างบนที่ดินของตนนั้น ปลูกสร้างโดยไม่ได้ขออนุญาต

แต่หนังสือดังกล่าวกลับออกมาแจ้งต่อตนเองที่ไม่ได้เป็นคนสร้างบ้าน แต่เป็นเจ้าของที่ดินที่ถูกบุกรุก แถมในหนังสือยังระบุว่า จะมีการดำเนินการปรับเงิน ฐานก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใด ทั้งที่ตนไม่ได้เป็นผู้สร้างบ้านทั้งสองหลัง แถมยังเป็นผู้ที่ถูกบุกรุกที่ดิน แต่กลับจะต้องมาเสียค่าปรับเช่นนี้ด้วย

ทั้งนี้ หลังเกิดเรื่อง ตนเองได้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้าแล้ว โดยนำเอกสารยืนยันการถือครองที่ดินไปแจ้งความข้อหาบุกรุกกับผู้ที่มาสร้างบ้านในที่ดินของตน ซึ่งขณะนี้ คดีอยู่ในชั้นของอัยการ นอกจากนี้ ตนยังได้ไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ซึ่งก็ได้มีการนัดไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้ตนเองต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งที่ตนเองไม่ได้เป็นฝ่ายผิดแต่เป็นผู้เสียหายที่ถูกบุกรุกที่ดินเช่นนี้

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับ นางเกญชญา จิตตปัชญากุล อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า มาสร้างบ้านบนที่ดินของคนอื่น โดยนางเกญชญา ยอมรับว่า ได้สร้างบ้านบนที่ดินของคู่กรณีจริง แต่ไม่ได้มีเจตนา โดยสาเหตุที่ทำให้สร้างบ้านบนที่ดินแปลงดังกล่าวนั้น สืบเนื่องมาจาก ตนเองได้ไปซื้อที่ดิน มาจากคนรู้จัก ซึ่งคนที่ขายที่ให้ ก็ได้นำชี้ที่ดินบริเวณแปลงที่ตนสร้างบ้านขึ้นและเกิดปัญหาในปัจจุบัน

กระทั่งตนเองได้ไปจ้างเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินของเอกชน มาทำการรังวัดที่ดิน จึงได้ทราบว่าตนเองสร้างบ้านในที่ดินของคนอื่น เนื่องมาจากเจ้าของที่ดินเดิม ซึ่งขายที่ให้กับตนนั้นชี้ที่ดินผิดแปลง ซึ่งแปลงที่ตนซื้อมาจริงนั้นก็อยู่ติดกับแปลงที่มีปัญหา และมีเนื้อที่เท่ากันกับแปลงที่มีปัญหา

หลังตนทราบว่า ได้สร้างบ้านขึ้นบนที่ดินของคนอื่น ก็ได้หยุดการก่อสร้างทันที รวมถึงได้มีการติดต่อไปยังเจ้าของที่ดินตัวจริง เพื่อเจรจาถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยตนเองยินยอมที่จะจ่ายเงินซื้อที่ดินแปลงที่ตนไปถมที่และสร้างบ้านจากเจ้าของที่ตัวจริง ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวมีราคาประเมินอยู่ที่ประมาณ 3 แสนถึง 4 แสนบาท

แต่หลังจากตนเองได้มีการโทรศัพท์พูดคุย รวมถึงนัดเจรจากับเจ้าของที่ดินตัวจริงมาหลายครั้ง ก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ เนื่องจากเจ้าของที่ดินเรียกร้องเงินค่าขายที่เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาท ซึ่งแพงกว่าราคาประเมินหลายเท่า ตนเองพยายามเจรจาต่อรอง และพร้อมที่จะจ่ายราคาที่ดินให้ในราคา 1,200,000 บาท แต่ทางเจ้าของที่ดินก็ยังไม่ยินยอม ทำให้การเจรจาไม่มีความคืบหน้า ซึ่งตนเองยืนยันว่ายินดีที่จะซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวให้ถูกต้องเพื่อจะได้จบปัญหา แต่เนื่องจากราคาที่เจ้าของที่เรียกมาสูงเกินที่ตนจะสามารถหามาจ่ายได้ จึงอยากขอความเมตตาจากคู่กรณีช่วยลดราคาลงมาเพื่อจบปัญหาดังกล่าวด้วยดี




รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/gH9UROFAoLI

คุณอาจสนใจ

Related News