สังคม

ระทึก! แม่อุ้มลูก 1 ขวบวิ่งหนีตาย หลังชายคลั่งยา จุดไฟเผาบ้านพี่สาววอด

โดย weerawit_c

18 ก.ย. 2565

56 views

วานนี้ (17 ก.ย.) นายประมวล อัตกลับ หรือผู้ใหญ่ตรัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านในพื้นที่ ว่ามีชายคลุ้มคลั่งยาบ้าอาละวาด ที่บ้านพัก หมู่ 2 ต.บางสัก



ที่เกิดเหตุพบว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกไฟไหม้ โดยผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือนายพรธวัช เรืองพร หรือตั๊กแตน อายุ 37 ปี เป็นผู้ลงมือ ซึ่งไฟได้โหมอย่างรุนแรงบริเวณช่วงกลางบ้าน ก่อนที่ทางผู้ใหญ่บ้านจะระดมกำลังชาวบ้านช่วยกันดับไฟ ใช้เวลาไปกว่าประมาณ 30 นาทีเพลิงจึงจะสงบลง ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าของใช้ภายในบ้าน รวมทั้งตัวบ้านบริเวณช่วงกลางบ้านเสียหายทั้งหมด มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาท โดยในระหว่างการดับไฟ ชายคนดังกล่าวก็เดินวนเวียนในอาการคลุ้มคลั่ง พูดจาสับสนอยู่ตลอดเวลา และถือไม้ความยาวประมาณ 1.20 เมตร พร้อมจะทำร้ายผู้ที่เข้าไปใกล้



ต่อมาทางผู้ใหญ่บ้าน ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันตัง กว่า 10 นาย เข้ามาช่วยจับกุมชายคลั่งและระงับเหตุ โดยที่กำลังตำรวจ 2 นายได้บุกเข้าชาร์จตัวได้สำเร็จ โดยที่ชายคลั่งพยายามขัดขืนไม่ให้จับกุมตัว สร้างความไม่พอใจและความโกรธแค้นให้ญาติพี่น้อง บางรายจะบุกเข้าทำร้าย แต่ถูกตำรวจห้ามปรามไว้ได้ทัน โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนจะควบคุมตัวนำส่ง สภ.กันตัง ในทันที  



ด้าน น.ส.พิมพรรณ พี่สาวผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตอนเกิดเหตุอุ้มลูกชายวัย 1 ขวบ 8 เดือนออกจากห้อง ก่อนที่น้องชายวิ่งถือไม้ปรี่เข้ามาหามาจากหลังบ้าน และเขวี้ยงตาชั่งใส่ตน ทำตนตกใจมาก ตนจึงพาลูกวิ่งหนี ไปขอความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน น้องชายจึงวิ่งเข้ากลับมาที่บ้านและจุดไฟเผาบ้านเลย ที่ผ่านมาน้องชายก่อเหตุแบบนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน หลังจากนี้ตำรวจจะเอาไปไหนก็เอาไปเถอะ แบบนี้ไม่ใช่คนแล้ว เพราะมันไม่รู้เลยว่าคนไหนคือแม่คนไหนคือพี่แล้ว และอีกอย่างลูกตนยังเล็ก กลัวจะถูกน้องชายทำร้ายด้วย หลังจากเกิดเหตุก็ออกมาอยู่บ้านพี่สาว เพราะบ้านที่ถูกเผาไม่สามารถอยู่ได้ และไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาซ่อมแซม ตนก็ไม่มีเงิน หาเช้ากินค่ำ หากมีหน่วยงานไหนที่สามารถยื่นมือเข้าช่วยเหลือก็อยากให้ช่วยในเรื่องซ่อมแซมบ้าน และจัดการกับน้องชาย



ส่วนนางประคอง อัตกลับ ผู้เป็นแม่ กล่าวว่า ลูกชายคลั่งมาตลอดหลายปี ทั้งทำร้ายแม่ พี่สาว งัดบ้านเพื่อจะเอาเงินไปเสพยา และพยายามจะเผาบ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พี่สาวเข้าห้ามได้ทัน กลางคืนจะไม่นอนเลย เดินวนเวียนบ้านอยู่ทั้งคืน ทำตนและคนในครอบครัวนอนไมหลับ ด่าแม่และพี่สาวด้วยคำพูดหยาบคาย เหมือนหมูเหมือนหมา ทำให้ครอบครัวระแวงไปหมด ครั้งก่อนๆ ที่ตำรวจนำไปบำบัดก็ช่วยอะไรไม่ได้ กลับมาก็ยังมีพฤติกรรมแบบเดิม ตอนนี้ไม่ว่าทางตำรวจจะทำยังไงก็ทำเลย ยินดีหมดทุกอย่าง ไม่อยากให้ลูกกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว อยู่ร่วมบ้านกันไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้แทบอยากจะตายก่อนลูกไปแล้วด้วยซ้ำ



ด้านนายประมวล อัตกลับ หรือผู้ใหญ่ตรัง เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุชายดังกล่าวเดินเข้ามาที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านของพี่สาว โดยมีลูกชายวัย 1 ขวบ 8 เดือน พร้อมด้วยผู้เป็นแม่อายุ 70 ปี อาศัยอยู่ด้วยทั้งหมด 3 ชีวิต ก่อนจะพูดจาเอะอะโวยวาย รวมทั้งขอเงิน และถือไม้จะเข้าทำร้าย จึงทำให้พี่สาวรีบอุ้มลูกน้อย และพาแม่หนีออกจากบ้าน วิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน บริเวณร้านค้าของชำ ชายคลั่งจึงได้วิ่งตามไปด้วย พยายามที่จะเข้าทำร้าย แต่ชาวบ้านได้พยายามช่วยกันห้ามปรามไว้ ก่อนที่ชายคลั่งจะวิ่งวกกลับมาที่บ้านของพี่สาวและจุดไฟเผาวางเพลิงดังกล่าว



นายประมวล เผยอีกว่า ชายรายดังกล่าวมีประวัติเสพยาเสพติด หรือยาบ้า มาตั้งแต่อายุ 10 กว่าปี เคยต้องคดีติดคุกเข้าๆ ออกๆ เรือนจำเกี่ยวกับคดียาเสพติดมาประมาณ 2-3 ครั้ง โดยที่ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ปกติจะอาศัยหลับนอนอยู่ภายในวัดทุ่งโคกหิน ต.บางสัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน และอาศัยกินข้าวก้นบาตร และมักจะมาขอเงินของแม่ ซึ่งมีอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา และขอเงินพี่สาว เพื่อนำไปซื้อยาบ้าอยู่บ่อยครั้ง หากไม่ได้ก็จะทำร้ายแม่และพี่สาวจนได้รับบาดเจ็บอยู่เป็นประจำ ที่ผ่านมามีเหตุการณ์คลุ้มคลั่งและทำร้ายแม่และพี่สาวมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง จนสร้างความหวาดกลัวให้กับครอบครัวและชาวบ้านตลอดมา



ส่วน นางอารี ขาวสุข อายุ 52 ปี ประธาน อสม. หมู่ 2 ต.บางสัก กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดในชุมชนในอดีตมีไม่เยอะ แต่ปัจจุบัน เยอะขึ้นมากหลายเท่าตัว ทำให้เป็นปัญหาของสังคม อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแล ช่วยพาไปบำบัดหรือดำเนินคดีให้เป็นระยะเวลานาน เพราะหากนำพาไปบำบัดแค่แปปๆ ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ไม่มีอะไรดีขึ้น และยังมาเป็นภัยของสังคมอีก



ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 64 ที่ผ่านมา เคยมีคลิปผู้ก่อเหตุคนดังกล่าวทำร้ายผู้เป็นแม่และพี่สาว หลังจากขอเงินเพื่อไปซื้อยาบ้า แต่ไม่มีใครมีเงินให้ และได้ขังตัวเองไว้ในห้อง ทำให้ขณะนั้นทางตำรวจชุกปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (S.W.A.T.) นำกำลังไปเข้าบุกจับกุม และนำตัวไปบำบัดเพียงแค่ประมาณ 3 เดือนก่อนจะออกมาก่อเหตุครั้งนี้อีกครั้ง


รับชมทางยูทูบที่ :  https://youtu.be/OKhpSxn2Xi8

คุณอาจสนใจ

Related News