สังคม

สธ.แจงกระจายวัคซีนโควิด ถึง รพ.สต. ช่วย ปชช.รับบริการใกล้บ้าน ชวนฉีดเข็มกระตุ้นเข้าสู่โรคประจำถิ่น

โดย weerawit_c

4 มิ.ย. 2565

81 views

วานนี้ (วันที่ 3 มิ.ย.) นพ.สุเทพ เพชรมาก หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีการข้อสงสัยเรื่องการกระจายวัคซีนโควิด-19 ไปยังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เป็นแผนการระบายวัคซีนไปทิ้งให้หมดอายุ ว่า การส่งวัคซีนโควิด-19 ไปไว้ที่ รพ.สต.เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการวัคซีนได้ใกล้บ้านที่สุด



ทำให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นมติของ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุข (EOC) มาประมาณเกือบเดือนแล้ว เนื่องจากพบว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่มารับวัคซีน คือ เดินทางไม่สะดวก หรือไม่มีคนพาไป



“กระทรวงสาธารณสุข จึงส่งวัคซีนโควิด-19 ทั้งซิโนแวค แอสตราเซเนกา และไฟเซอร์ ไปยัง รพ.สต. ซึ่งเป็นหน่วยบริการที่ใกล้บ้านที่สุด เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกลสามารถพาผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงไปฉีดวัคซีนกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน นอกจากนี้ รพ.สต.หลายแห่งยังร่วมกับท้องถิ่นออกสำรวจประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนและจัดวัคซีนไปบริการเชิงรุกถึงบ้าน โดยกระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนอุปกรณ์การฉีดวัคซีน และ สปสช.สนับสนุนค่าฉีดวัคซีนให้กับ รพ.สต. ในอัตรา 40 บาท/เข็ม ไม่ใช่การระบายวัคซีนไปทิ้งแต่อย่างใด เพราะทุกวันนี้ รพ.สต.ก็มีให้บริการวัคซีนอื่นๆ อยู่แล้ว เช่น วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก เป็นต้น”



นพ.สุเทพ กล่าวต่อว่า จากความทุ่มเทของหน่วยบริการทุกระดับ รพ.สต. รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ และ อสม. ในการจัดบริการวัคซีน ทำให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทุกวัน ทั้งเข็มปกติและเข็มกระตุ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราควบคุมสถานการณ์โควิด-19 และผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ได้มากขึ้น ซึ่งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในขณะนี้ยังมีความสำคัญมาก เนื่องจากผู้เสียชีวิตในแต่ละวันเกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว และได้รับวัคซีนไม่ครบ



ทั้งนี้ การได้รับวัคซีนโควิดเพียง 2 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนได้น้อยมาก ป้องกันการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ปานกลาง แต่การฉีดกระตุ้นเข็มที่ 3 จะป้องกันการติดเชื้อได้มากขึ้น ป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตได้ 93% และหากฉีดเข็มที่ 4 จะป้องกันติดเชื้อเพิ่มเป็น 76% ป้องกันป่วยหนักและเสียชีวิตสูงถึง 99%



นพ.สุเทพ กล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขจึงตั้งเป้าหมายฉีดเข็มกระตุ้นให้ครอบคลุมมากกว่า 60% เพื่อให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้นเพียงพอ รองรับการเปิดประเทศและใช้ชีวิตได้เป็นปกติและมีความปลอดภัยมากขึ้น สอดคล้องกับมาตรการเตรียมพร้อมโควิดสู่โรคประจำถิ่นในมาตรการ 2U คือ Universal prevention และ Universal Vaccination



โดยภาพรวมขณะนี้มีประชาชนฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ 138 ล้านโดส ความครอบคลุมเข็มแรก 81.6% เข็มที่ 2 ได้ 75.7% ส่วนกระตุ้นเข็มที่ 3 ได้เพียง 40.7% จึงขอให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เร่งประชาสัมพันธ์ถึงประโยชน์และความจำเป็นให้ประชาชนมารับวัคซีนเข็มกระตุ้น เพื่อให้ประเทศสามารถผ่านสถานการณ์โควิด-19 และเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นได้ต่อไป


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/4ovzU39E5wA

คุณอาจสนใจ

Related News