สังคม

ฉาวต่อ! พระวัดพุทธปัญญา แฉ 'พระชาตรี' เคยปิดวัดสั่งตื้บพระขั้วตรงข้าม ก่อนยักยอกเงิน

โดย panwilai_c

26 ก.ย. 2565

167 views

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา แฉ เมื่อครั้งพระชาตรีเป็นรักษาการเจ้าอาวาส เกิดการแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่าย เหมือนสงครามกลางเมือง สั่งปิดวัดในคืนวันอาสาฬหบูชา ให้บอดี้การ์ด-พระพรรคพวก รุมกระทืบพระขั้วตรงข้าม พร้อมควงมีด ปืนกระบอง ทำร้ายพระสงฆ์บาดเจ็บ



ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญาเผย เมื่อครั้งพระชาตรีเป็นรักษาการเจ้าอาวาส เกิดการแบ่งแยออกเป็น 2 ฝ่าย เหมือนสงครามกลางเมือง ก่อนสั่งปิดวัดคืนวันอาสาฬหบูชา สั่งบอดี้การ์ด-พระพวก รุมกระทืบพระขั้วตรงข้าม พร้อมควงมีด ปืนกระบอง ทำร้ายพระสงฆ์บาดเจ็บ



เมื่อครั้งที่พระชาตรีเคยปิดวัด และบอดี้การ์ด รวมถึงพระพวก มารุมกระทืบพระที่อยู่ขั้วตรงข้าม แถมควงมีดปืนกระบองขู่ มีสงฆ์เจ็บหนักถึงขั้นกรามหัก พระชราก็ไม่เว้น



ที่วัดพุทธปัญญา วันนี้ คุณชญตร์ ทีมข่าวเรื่องเด่นเย็นนี้ ได้พูดคุยกับ พระอาจารย์ธวัชชัย จนฺทวํโส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญาต.บางเขน จ.นนทบุรี เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่พระชาตรี เคยมาเป็นพระอาคันตุกะ จำวัดที่วัดพุทธปัญญา เวลาหนีหนาวมาจากรัสเซียก่อนปี2558 เนื่องจากพระชาตรี เป็นชาว จ.พัทลุง ส่วนอดีตเจ้าอาวาส เป็นคน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นคนใต้ด้วยกัน



กระทั่งปี 2558 อดีตเจ้าอาวาสอาพาธ จู่ๆ พระชาตรี ก็ขึ้นมาเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดพุทธปัญญา โดยพระอาจารย์ธวัชชัย ใช้คำว่า ลอยมาในนภากาศ มาเป็นรักษาการเจ้าอาวาส โดยที่ไม่ได้ผ่านการพิจารณาของเจ้าคณะตำบล



ช่วงเวลานั้น เป็นเหมือนกับสงครามกลางเมือง พระชาตรี เริ่มดึงพระนอกวัด และฆราวาสจากข้างนอกมาเป็นพวก เวลาไปไหนจะมีบอดี้การ์ดเป็นชายฉกรรจ์ 5-6 คร คอยดูแล เดินนำหน้า 2 ประกบข้าง2 และ เดินตามอีก 2 คน



และด้วยนิสัยของพระชาตรีที่ค่อนข้างเผด็จการ ทำให้เกิดการแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายอดีตเจ้าอาวาสที่อาพาธ และฝ่ายพระชาตรี ซึ่งพร้อมที่จะปะทะกันทุกเมื่อ เหมือนสงครามกลางเมือง เพราะมีเรื่องทะเลาะกันขึ้นโรงพักบ่อยครั้ง จึงต้องแยกกันทำวัตรเช้า



กระทั่งวันอาสาฬหบูชา ปี 2558 ที่วันรุ่งขึ้นจะเป็นวันเข้าพรรษา ฝ่ายพระชาตรี ได้เรียกประชุมช่วงหัวค่ำ ก่อนที่มีการปิดวัด และเรียกพระลูกวัดมาคุย ให้พระที่อยู่อีกฝ่ายเข้าเป็นพวก



โดยบอกว่า พระชาตรีข่มขู่พระลูกวัดว่า ใครไม่เข้าเป็นพวก จะโดนทำร้ายร่างกาย พร้อมกับนำทั้งมีด กระบอง และปืนมาข่มขู่ เลยทำให้พระหนุ่มๆ ที่ยังมีเรี่ยวแรง วิ่งหนีกันออกมา ไปด้านหลังวัด และปีนกระโดดข้ามกำแพงหลังวัดหนีออกไป แต่มีพระที่ชราภาพ 1 รูปหนีไม่ทัน จึงถูกกลุ่มพระชาตรีกระทืบ ก่อนวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากพระอาจารย์ธวัชชัย ที่กุฏิไม้



แต่ปรากฏว่า กลุ่มพระชาตรีวิ่งตามเข้ามา เห็นพระอาจารย์ธวัชชัยถือมืงถือ จึงพยามมายื้อแย่ง ก่อนตบมือถือออกจากมือ จังหวะที่กำลังก้มไปเก็บมือถือ ก็ถูกพระ 2 รูปที่เป็นพวกของพระชาตรีกระทืบจนศีรษะแตก และมีพระรูปหนึ่งบาดเจ็บกรามหัก



จากนั้นก็มีญาติโยมและเจ้าคณะตำบลมารอหน้าประตูวัด แต่พระชาตรีสั่งห้าม พร้อมระบุ หากเข้ามาจะถือว่าบุกรุกสถานที่ในยามวิกาล



หลังจากนั้น พระอาจารย์ธวัชชัย จึงแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ไปจำวัดที่วัดอื่นจนกระทั่งคดีไปสิ้นสุดบนชั้นศาลเมื่อ พศ.2559 โดยพระ 2 รูป ที่ทำร้ายพระอาจารย์ธวัชชัย พอไปตรวจสอบประวัติพบว่าหนีคดีมาบวชเป็นพระ จึงถูกสึก ส่วนทางคดีทั้ง 2 รับสารภาพว่าได้รับคำสั่งมาจากพระชาตรี ซึ่งพระอาจารย์ธวัชชัย บอกว่าให้อภัยกับคู่กรณี



ส่วนกรณีเรื่องยักยอกเงินนั้น มาทราบภายหลัง จากที่เกิดเรื่องแล้ว เหมือนกับน้ำลดตอผุด เนื่องจากมีพระสังฆาธิการ ตำรวจ และเจ้าคณะตำบล มาประชุม และสั่งปลดพระชาตรีออกจากตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส หลังว่าช่วง 3 เดือนที่เป็นรักษาการ เกิดความวุ่นวายในวัด จนนำไปสู่การทำร้ายกันเกิดขึ้น



นอกจากนี้มีการตรวจสอบบัญชีการเงิน พบว่า บัญชีเงินฝาก มีเงินหายไป 4 ล้านบาทซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารหรือไม่ เพราะมีการขอทำสมุดบัญชีใหม่ พร้อมยืนยันว่า ตลอดระยะเวลาที่เป็นรักษาการ ไม่ได้เบิกเงินมาซ่อมแซมวิหาร หรือก่อสร้างใดๆ ตามที่พระชาตรีกล่าวอ้าง มีแต่การติดกล้องวงจรปิดเพิ่มรอบวัด ตรวจสอบพฤติกรรมพระสงฆ์



รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/3uf991j_n4A

คุณอาจสนใจ