สังคม

ตร.ไล่ล่ารถยนต์ต้องสงสัย ยิงยางสกัดจับ พบยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด

โดย paranee_s

31 ส.ค. 2565

319 views

เมื่อเวลา 04.00 น. ที่ผ่านมา วันนี้ (31 ส.ค. 2565) ขณะที่ชุดตำรวจทางหลวงที่ 4 ชุมพร, กองกำกับการ 2, กองบังคับการตำรวจทางหลวง กำลังออกตรวจตราพื้นที่รับผิดชอบบริเวณแยกวังตะกอ


ต่อมาได้สังเกตเห็นรถยนต์ยี่ห้อ ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร ผิดสังเกตคล้าย ๆ บรรทุกของหนัก เลยขับรถตาม จนรู้ว่ารถคันดังกล่าวผิดปกติแน่แล้ว จึงแจ้งประสานไปยัง ตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานี ประมาณเวลา 06.00 น.ให้แจ้งไปยัง สถานีตำรวจภูธรท่าชนะ ช่วยตั้งด่านสกัดจับ บริเวณที่จุดสี่แยกหนองนิล


หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงที่ 4 จึงได้ไล่ติดตามไปเรื่อย ๆ จนเมื่อมาถึงบริเวณ สี่แยกหนองนิล ขาล่องใต้ อ. ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี รถผู้ต้องสงสัยคันดังกล่าวได้ขับเลี้ยวซ้ายเข้าในบริเวณตลาดท่าชนะ


โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุมพรที่ 4 ก็ได้ติดตามมาเรื่อย ๆ พร้อมประสานตำรวจภูธรท่าชนะ แต่เผอิญว่ารถต้องสงสัยน่าจะไม่ชำนาญเส้นทาง เลยขับมาถึงทางตัน บริเวณ บ้านตลาดตก ม.1 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ช่วงคอสะพานซ่อม ก่อนที่ข้ามทางรถไฟท่าชนะ รถคันดังกล่าวจึงทำท่าจะกลับรถ เพื่อที่จะไปอีกเส้นทาง จนมาเจอกับชุดตำรวจทางหลวงชุมพรที่ 4 เรียกให้รถยนต์คันดังกล่าวหยุดรถ


แต่คนขับรถกลับจะเร่งเครื่องยนต์หลบหนี จึงขับไปชนกับรถยนต์ของตำรวจที่เข้าไปช่วยสกัดจับ ชุดตำรวจทางหลวงชุมพรที่ 4 เห็นท่าไม่ดี พร้อมด้วยชุดตำรวจทางหลวงสุราษฎร์ธานีและชุดสืบสวนตำรวจสภ.ท่าชนะ ได้ใช้รถยนต์เคลียร์ถนนเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนในขณะนั้น เพื่อใช้อาวุธปืนยิงยางรถคันดังกล่าว ซึ่งเป็นการสกัดรถคนร้ายขั้นสุดท้าย จึงสามารถควบคุมตัวบุคคลภายในรถเป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ทราบชื่อต่อมา นายนริศ อายุ 21 ปี ,น.ส.มุกมณี อายุ 17 ปี และนายวิชิตา อายุ 23 ปี เมื่อตรวจค้นภายในรถพบยาบ้าจำนวน 2 ล้านเม็ด จึงได้ควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวนต่อที่ สภ.ท่าชนะ


จากการสอบถาม นายนริศ เล่าว่า ตนเองเป็นคนกรุงเทพมหานคร จะเดินทางไปหาลูกที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เลยว่าได้รับจ้างขนยาเสพติด มาพร้อมกับการเดินทางของตน ซึ่งไปรับยาเสพติดมาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อที่จะลงไปส่งให้กับคนนัดรับ เป็นผู้หญิง มีอายุ รูปร่างผมสั้น ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ที่บริเวณแถว วัดโมคลาน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช


และให้การรับสารภาพว่า เพิ่งมารับจ้างขนยา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ได้รับค่าจ้างจำนวน 40,000 บาทต่อครั้ง โดยจะมีรถนำทางคอยโทรบอกทางตลอด ซึ่งตนก็ไม่ทราบชื่อ และก่อนหน้านี้ตนเองเพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดมาประมาณ 2 ปี และไม่คืดว่าตนเองจะถูกจับกุมได้เสียก่อน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ท่าชนะ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คุณอาจสนใจ

Related News