สังคม

“นายกฯรังสิต” ลูกชาย “บิ๊กแจ๊ส” หมดสติจนต้องเข้าโรงพยาบาล ชี้ อาจถูกวางยาพิษ

โดย paranee_s

15 มิ.ย. 2565

1.9K views

วันที่ 15 มิถุนายน 2565 จากกรณีที่ ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง (นายกโบว์ลิ่ง) นายกเทศมนตรีนครรังสิต ได้มีอาการวูบหมดสติมือเขียวสั่นไม่หยุด ตัวเย็น กู้ภัยต้องเร่งปฐมพยาบาลก็ส่งตัวแอดมิทโรงพยาบาลไป 2 วัน แต่กลับตรวจไม่พบสาเหตุ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ซึ่งมีความรู้ด้านสมุนไพร จึงใช้ใบไม้สมุนไพรตรวจพบสารเคมีเจือปนเข้าร่างกายอาจถูกวางยา


ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง (นายกโบว์ลิ่ง) นายกเทศมนตรีนครรังสิต กล่าวว่า จากเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน 2565 เวลา 15.00 น. ตนมีอาการวูบและตัวสั่นมือสั่นจนมีสีเขียว ตัวเย็น เหนื่อยหอบ ภายในห้องทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ หลังจากที่ได้ดื่มน้ำเข้าไป


เพื่อนร่วมงานเห็นจึงเข้าช่วยเหลือและเรียกหน่วยแพทย์ฉุกเฉินที่เข้าเวรอยู่ช่วยดูอาการ เบื้องต้นวัดความดันพบว่าสูงถึง 180 กว่า หน่วยแพทย์จึงช่วยเบื้องต้นแล้วจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลเปาโล รังสิต ต้องเข้าโรงพยาบาล 2 วัน จากการเอกซเรย์สมองและหัวใจพบยังปกติดี


ต่อมาได้ทำ MRI ที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ก็พบว่าปกติ แต่ตนยังมีอาการไม่ปกติ รู้สึกวูบ ๆ และมือสั่นในบางครั้ง จึงได้นำผลตรวจมาปรึกษาแพทย์ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โดยคุณหมอได้มีการทำเพทเอ็มอาร์ไอ โดยฉีดสีเข้าเส้นเลือดในร่างกาย เพื่อตรวจสมองว่ามีการผิดปกติอย่างไร ซึ่งต้องรอผลให้แพทย์วิเคราะห์อีกครั้ง


ด้านสาเหตุการป่วยฉุกเฉินครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ดื่มน้ำ แล้วมีอาการวูบและมือสั่น แต่เนื่องจากสุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด ที่ผ่านมาไม่เคยมีอาการแบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เกิดอาการขึ้น ตนก็ยังคิดว่าอาการที่มึนๆเมาๆอาจจะมีใครเอาอะไรมาให้ทานบ้าง เมื่อสอบถามแม่บ้านที่ดูแลว่าเอาอะไรมาให้ หลังจากทานแล้วเกิดอาการวูบพร้อมกับมือสั่น ตัวสั่นอยู่ตลอดเวลาจนมือเขียว และได้มีหน่วยกู้ชีพในเทศบาลนครรังสิตได้ช่วยปฐมพยาบาลในเบื้องต้น แต่ไม่สามารถเจาะเลือดที่ปลายนิ้วมือ เพื่อวัดน้ำตาลในเลือดได้ เพราะเจาะแล้วไม่มีเลือดไหลออกมา เมื่อตนพอได้สติบ้าง เจ้าหน้าที่ก็ช่วยกันส่งตัวไปโรงพยาบาล แต่เมื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วกลับไม่พบสาเหตุ


ต่อมาคุณพ่อ (พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง) ซึ่งมีความรู้ด้านสมุนไพรได้แนะนำให้ทานใบไม้สมุนไพรชนิดหนึ่งที่ใช้ตรวจสอบสารเคมีที่เป็นพิษเข้าร่างกาย ผมจึงได้ทานดูพบว่าลิ้นตนเองได้เปลี่ยนเป็นสีดำ จึงทดลองให้คนอื่นทานตรวจสอบดูก็ไม่เป็นเหมือนตน ตามที่พระอาจารย์ที่เชี่ยวชาญการรักษาด้วยสมุนไพรแจ้งมาว่าการที่ลิ้นและภายในปากมีสีดำนั้น แสดงว่าร่างกายต้องได้รับสารเคมีที่เป็นพิษเข้ามาในร่างกายเป็นจำนวนมาก ซึ่งน่าจะปนเปื้อนมากับอาหาร หากได้กินในปริมาณที่มาก อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ในทันที


ส่วนแพทย์หญิงมนธวัล เวชอนันนุรักษ์ แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลเปาโล รังสิต กล่าวว่า ร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง (นายกโบว์ลิ่ง) นายกเทศมนตรีนครรังสิต ซึ่งเป็นคนไข้ได้เข้ามาที่โรงพยาบาล เนื่องจากมีอาการวูบหน้ามืด เวียนศีรษะ แต่ยังไม่หมดสติ เมื่อแรกรับมีอาการอ่อนเพลียค่อนข้างเยอะ หมอได้ตรวจร่างกายเบื้องต้นไม่ได้พบความผิดปกติอะไร


แต่ทางการแพทย์ตรวจอย่างละเอียด โดยมีการตรวจในเรื่องของผลเลือด เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองและตรวจในเรื่องของหัวใจ ระหว่างที่คนไข้อยู่ห้องฉุกเฉินก็ได้ตรวจคลื่นหัวใจ และตรวจในเรื่องของหัวใจอย่างละเอียดเพิ่มขึ้น โดยเรามีการอัลตร้าซาวด์หัวใจ และติดมอนิเตอร์หัวใจตลอด 24 ชั่วโมง พบว่าปกติดี ในส่วนของการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองผลออกมาก็ปกติดีทั้งหมด เมื่อซักประวัติย้อนหลังพบว่านายตรีลุพธ์ มีประวัติทำงานหนักและพักผ่อนน้อย เบื้องต้นมีการให้ยา ให้วิตามินบำรุง และให้น้ำเกลือ คนไข้ก็มีอาการดีขึ้น ซึ่งจะมีการนัดให้เข้ามาตรวจอาการอีกครั้งหนึ่ง


ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า ปกติลูกชายมีร่างกายที่แข็งแรง ไม่เคยมีอาการเกี่ยวกับทางสมอง หรือหลอดเลือด แต่อยู่ ๆ ก็วูบไป มีอาการเบลอ ความดันขึ้นสูงมาก ผิดปกติ มือเขียว เนื่องจากตนเป็นแพทย์ทางเลือก อาการแบบนี้แสดงให้เห็นว่าขาดเลือดกะทันหันอย่างเฉียบพลัน ซึ่งจากที่วิเคราะห์เบื้องต้นได้ 2 อย่างคือ 1.เกิดจากหัวใจ 2.เกิดจากหลอดเลือดสมอง


โดยอาการที่แสดงออกคือเลือดไปเลี้ยงที่มือและเท้าไม่ได้ จึงส่งเข้ารักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ให้การดูแลอย่างดี มีการตรวจร่างกายตลอด 24 ชั่งโมง เมื่อเข้าโรงพยาบาลแล้วทุกอย่างก็ค่อย ๆ ดีขึ้น ความดันเริ่มกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ตนได้ส่งไปตรวจเพิ่มเติมเข้าอุโมงค์เอ็มอาร์ไอที่โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ทั้งหลอดเลือกสมอง หัวใจ ทุกอย่างออกมาปกติ


ภายหลังจึงมาฉุกคิด ว่ามีใครเอาอะไรมาให้กินหรือเปล่า ซึ่งตนมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่แล้ว จึงให้ลูกชายเคี้ยวสมุนไพรชนิดหนึ่งเพื่อทดสอบสารแปลกปลอม หามมีจะทำให้ลิ้นเปลี่ยนสีเป็นสีดำ ตนก็ให้เคี้ยว 10 ใบ จากลิ้นปกติเปลี่ยนเป็นสีดำ แสดงให้เห็นว่ามีสารที่เป็นพิษเข้าไปในร่างกาย


ตนจึงได้หารือกับท่านพลอากาศตรี นายแพทย์สันติ ศรีเสริมโภค รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ท่านได้ให้เข้าไปเจาะเลือดเพื่อแยกวิเคราะห์ผลเลือดย่างละเอียดอีกครั้ง ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ หากมีคนทำต้องมาคุยกัน ตนก็ศิษย์มีอาจารย์เหมือนกัน มาทำกับลูกขนาดนี้ จะให้ยอมหรือ ที่นี้ก็ต้องเอาเรื่องจริงมาพูดกัน โดยตนได้พยายามประสานแพทย์ ที่เชี่ยวชาญตามโรงพยาบาลต่างๆตรวจผ่านทางเครื่องมือทางการแพทย์ในหลาย ๆ ที่ แต่แพทย์ก็ยังหาสาเหตุไม่พบ ว่าเกิดจากสาเหตุใดที่ร่างกายขาดเลือดเฉียบพลันขนาดนี้ ต่อไปก็ต้องระวังตัว เนื่องจากคนที่สันดานสกปรกอย่างนี้ยังมีอยู่ ขอให้กรรมตามทันแล้วกัน ให้มันคิดบางว่า ถ้าเป็นลูกมันบ้างมันจะรู้สึกอย่างไงจะยอมไหม


คุณอาจสนใจ

Related News