สังคม

พ.ต.ท.วัยเกษียณ โดน 'ตำรวจเก๊' แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกโหลดแอปควบคุมมือถือ ดูดเงินเฉียด 2 ล้าน

โดย thichaphat_d

9 มิ.ย. 2565

62 views

วานนี้ (8 มิ.ย. 65) อดีตนายตำรวจ พ.ต.ท.สมชาย อริยะกุล อดีต สวป อายุ 66 ปี ชาวบ้าน อ.เกาะคา จังหวัดลำปาง ได้เข้าแจ้งความกับ เจ้าหน้าที่ สภ.เกาะคาลำปาง ว่า ก่อนหน้านี้วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ช่วงเวลา 10.00 น.


ขณะที่อยู่บ้านพัก ได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามาเป็นเสียงผู้ชายใช้หมายเลขโทรศัพท์ +69 766 9 14097150 โทรมาหาพันตำรวจโทสมชายแจ้งว่าตนเอง โทรมาจากสำนักงานกสทช. และแจ้งว่าพันตำรวจโทสมชายนั้น ก่อนหน้านี้ได้มีบุคคลนำโทรศัพท์ไปใช้ในการกระทำความผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ ต้องการให้พันตำรวจโทสมชายแจ้งความ กับ ทางเจ้าหน้าที่ และขอออกใบรับรองแจ้งความเพื่อส่งกลับไป ทางสำนักงานกสทช เพื่อทำการยกเลิก ในการที่จะถูกดำเนินคดี


โดยให้พันตำรวจโทสมชายนั้น กดเลข 9 ในโทรศัพท์มือถือ และให้แอดไลน์กับชายคนดังกล่าว

ปรากฏว่าไม่นานนัก LINE ขึ้นเป็น สภ.เมืองเชียงรายผู้แจ้งจึงโทรศัพท์ไป ทางไลน์ไปสนทนากับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อ้างชื่อว่าร้อยตำรวจโท สมศักดิ์ ตำแหน่ง รองสารวัตรสอบสวนสภ. เมืองเชียงราย และจากนั้นทางร้อยตำรวจโทสมศักดิ์ ได้โอนสายไป คุยกับนายตำรวจอีกนายหนึ่งซึ่ง อ้างว่าจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้ และหลังจากนั้นมีการ Add LINE แล้ว


แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างตัวเป็นกสทช ส่งลิงค์ไลน์ เป็น App teamviewer ซึ่งเป็น App ประชุมสายเป็น App ที่ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์รีโมทเข้ามาควบคุมหน้าจอในโทรศัพท์มือถือของพันตำรวจโทสมชาย ที่เป็นผู้เสียหายหลังจากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ทำการใช้โปรแกรม teamviewer เข้ามา Control โทรศัพท์มือถือ


โดยมีการโหลด App กรุงไทย next เพื่อเข้าสู่ ข้อมูลส่วนตัวและเข้าไปผูกบัญชีธนาครกรุงไทย ทั้งหมด 2 สาขา เพื่อทำการ ถอนเงิน ของพันตำรวจโทสมชาย. ซึ่งมีเงินในบัญชีธนาคารกรุงไทยสาขาแม่ทะลำปางจำนวน 1,300,000 บาท และธนาคารกรุงไทยสาขาประตูชัยลำปาง ประมาณ 300,000 บาทและคนร้ายก็ได้ถอนเงินในวันแรกคือวันที่ 1 มิถุนายน ออกจากบัญชี ธนาคารกรุงไทยไปจำนวนรวม 1,600,000 บาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคนร้ายก็ยังได้ถามพันตำรวจโทว่า มีบัญชีธนาคารอื่นอีกหรือไม่


โดยพันตำรวจโท ผู้เสียหายบอกว่า ตนเองยังมีบัญชีที่มีเงินฝากอีกธนาคารหนึ่งคือธนาคารออมสิน สาขาเกาะคาลำปางมีเงินอยู่ในบัญชีประมาณ 200,000 บาท และในวันรุ่งขึ้นคนร้ายก็ยังติดต่อมา ยังผู้เสียหาย ให้เดินทางไปธนาคารเพื่อไปสมัครแอป mymo ของธนาคารออมสิน และหลังจากผู้เสียหายได้ไปที่ธนาคารออมสินแล้วและโหลด App mymo มาแล้วทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก็ใช้กลอุบายเข้ามารีโมทในโทรศัพท์มือถือ และหลังจากนั้นโอนเงินในบัญชีธนาคารออมสินที่เหลืออยู่ 200,000 บาท ออกไปจนหมดเกลี้ยงบัญชี ทำให้คนร้ายได้เงินไป 3 บัญชีรวมทั้งสิ้น ประมาณ 1,800,000 บาท


ซึ่งอย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ ทางพันตำรวจโทเกิดความสงสัย ว่าจะถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน จึงเดินทางไปที่ธนาคารและ ทราบว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ถอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว


โดยบัญชีปลายทางที่โอนไปเป็นของธนาคารเกียรตินาคินและธนาคารกรุงเทพ เลขบัญชีธนาคารกรุงเทพ ปลายทางชื่อนายรัตนพล และอีกบัญชีหนึ่ง ชื่อนายพชร เป็นบัญชีธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเลขหมายบัญชีดังกล่าว เพื่อออกหมายเรียกเจ้าของบัญชี


คาดว่าน่าจะเป็นม้าขี่จะได้นำตัวมาดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันฉ้อ โกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นและจะได้แจ้งข้อหากฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้รับโทษตามกฎหมาย จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป


ซึ่งคาดว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีการโอนเงินออกจากบัญชีทันทีเพื่อไปบัญชีอื่นโอนเป็นทอดๆ เพื่อนำเงินก้อนหลบหลีก ย้าย บัญชี และนำไปสู่การถอนเงินหนี


พันตำรวจโทสมชาย อดีตสารวัตรปราบปราม สภ.สบปราบ ลำปางบอกว่า หลังจากเกษียณอายุราชการมา ก็มีเงินก้อนสุดท้ายที่เก็บไว้หวังจะ ใช้ในบั้นปลายชีวิตจำนวน 1,800,000 บาท ก็ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกถอนไปหมด ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สมัคร App อะไรไว้สำหรับโอนเงินเลย แต่ก็ยังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้กลอุบายหลอกลวงเข้ามาทำรายการในโทรศัพท์มือถือ แล้วมีการไปทำรายการโหลด App ต่างๆ ของธนาคา รแล้วก็ทำการโอนเงินจากโทรศัพท์ของตนเองไปได้


ซึ่งทีแรกคิดว่า ฝากเงินไว้กับธนาคารจะปลอดภัยแล้วโดยไม่สมัครแอปต่างๆ เลยแต่ก็ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้ามาอ้างตัวว่า เป็นเจ้าหน้าที่กสทช เข้ามาหลอกลวงเอาเงินสะสมของตนเองที่มี 1.8 ล้านบาท หนีไปได้


ซึ่งอย่างไรก็ตาม ทางพันตำรวจโทสมชัย อดีต รองสารวัตร สภสบปราบ ลำปาง วิงวอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจไซเบอร์ ขอให้ช่วยดำเนินการเร่งตามตัวผู้ที่ก่อเหตุ ทั้งเจ้าของบัญชีและผู้ที่จ้างเปิดบัญชี ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไปด้วย


ซึ่งหวังว่าถ้าหากเงินเหลือในบัญชีคนร้าย ก็อยากจะได้กลับมาใช้ ในชีวิตประจำวัน


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/YtYQOn_HaKQ

คุณอาจสนใจ