สังคม

ไทยเจอเชื้อซาลโมเนลลาเพิ่มขึ้น ก่อโรคอาหารเป็นพิษรุนแรง

โดย taweelap_b

14 พ.ค. 2565

338 views

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 65 นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยข้อมูลการตรวจยืนยัน เชื้อซาลโมเนลลา (Salmonella) และเชื้อชิกเกลล่า (Shigella) ทางห้องปฏิบัติการระหว่างปี พ.ศ. 2562-2564 โดยได้รวบรวมข้อมูลและจำนวนที่ตรวจพบจากตัวอย่างที่ส่งมาตรวจยืนยันเชื้อบริสุทธิ์จากผู้ป่วย อาหาร และสิ่งแวดล้อม พบว่า ในปี 2562 พบซาลโมเนลลา เอนเตอริทิดิส (Salmonella Enteritidis) จำนวน 12 ไอโซเลต จากตัวอย่างทั้งหมด 315 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 3.80 ปี 2563 พบ 14 ไอโซเลต จากตัวอย่างทั้งหมด 408 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 3.43 และปี 2564 พบ 24 ไอโซเลต จากตัวอย่างทั้งหมด 271 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 8.86


ทั้งนี้ เชื้อซาลโมเนลล่า เอนเตอริทิดิส เป็นสายพันธุ์ที่มักก่อให้เกิดอาการของโรคในมนุษย์ที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ และถูกกำหนดในราชกิจจานุเบกษาของกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการควบคุมโรคซาลโมเนลล่าสําหรับสัตว์ปีก หากมีการปนเปื้อนเชื้อดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อการค้าและเศรษฐกิจ


สำหรับ เชื้อซาลโมเนลลา เป็นแบคทีเรียมีอยู่หลายสายพันธุ์ เกือบทุกสายพันธุ์ล้วนก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษที่มีความรุนแรงได้ทั้งสิ้น โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียซาลโมเนลลา หรือที่เรียกว่า ซาลโมเนลโลสิส (Salmonellosis) พบได้ในลําไส้มนุษย์และสัตว์ อาหารที่มักพบว่ามีการปนเปื้อน คือ เนื้อและเครื่องใน โดยเฉพาะเนื้อไก่ ไข่ และนมดิบ หากได้รับเชื้อจะทําให้เกิดอาการภายใน 12–36 ชั่วโมง อาการที่พบได้คือ คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องร่วง เป็นไข้ ระยะเวลาที่เป็น 1–8 วันที่ผ่านมาเคยมีการระบาดของเชื้อซาลโมเนลลาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ


“จากตัวอย่างที่ส่งตรวจยืนยันเชื้อซาลโมเนลลา ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา พบเชื้อซาลโมเนลลา เอนเตอริทิดิส มีอัตราเพิ่มขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเฝ้าระวังกันอย่างต่อเนื่อง ประชาชนควรดื่มน้ำ รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน หลีกเลี่ยงอาหารที่สุก ๆ ดิบ ๆ หมั่นล้างมือให้สะอาด และล้างมือก่อนออกจากห้องน้ำ ส่วนผู้ประกอบอาหาร หรือบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกอาหาร ควรให้ความสำคัญในความสะอาดและปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารและน้ำอย่างเคร่งครัด” นายแพทย์ศุภกิจ กล่าวเตือน

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ