สังคม

จับ 2 สาวแสบขายกระบะมือสอง หลอกโอนเงินมัดจำไม่มีรถอยู่จริง

โดย taweelap_b

14 พ.ค. 2565

155 views

เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 บุกเข้าไปจับกุมน.ส.ปัทมา (สงวนนามสกุล)  อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 894/2565 ลงวันที่ 9 พ.ค. 2565 และน.ส.ชยาภา (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 893/2565 ลงวันที่ 9 พ.ค. 2565 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน พร้อมของกลางโทรศัพท์ และสมุดบัญชีธนาคารอีก 3 บัญชี


ทั้งนี้ หญิงสาวทั้งคู่ได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายหลายรายให้โอนเงินมัดจำซื้อรถยนต์มือสองที่ไม่มีอยู่จริง โดยจับกุมน.ส.ปัทมา ได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อวันที่ 13 พ.ค.65 เวลาประมาณ 15.00 น. ส่วนน.ส.ชยาภา สามารถจับกุมได้ที่ต.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด พร้อมของกลางโทรศัพท์ เมื่อวันที่13 พ.ค.65 เวลาประมาณ 21.30 น.


สืบเนื่องจากตำรวจ PCT ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า ในวันที่ 2 มี.ค.65  เวลาประมาณ 15.00 น. ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ที่โรงเรียนอาชีวะย่านดินแดง ได้ใช้เฟซบุ๊กค้นหารถยนต์กระบะมือสองเพื่อนำมาใช้งาน พบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Zeemoto Thenocar” และไอดีไลน์ “tcar168” ได้โฆษณาผ่านทางเฟซบุ๊กแบบสาธารณะว่า “รับจัดหารถยนต์,ซื้อ,ขายรถมือสอง ราคาพ่อค้า ราคาส่งเต้น” พร้อมกับมีภาพรถยนต์ประกอบให้ดู ผู้เสียหายเห็นว่ามีรถกระบะประกาศขายในราคา 140,000 บาท เมื่อสนใจจึงติดต่อขอต่อรองราคาจนฝ่ายผู้ขายลดราคาให้เหลือ 110,000 บาท โดยฝ่ายผู้ขายให้จ่ายเงินค่ามัดจำก่อน 10,000 บาท ที่เหลือ 100,000 บาท ให้จ่ายที่เต็นท์รถในวันรับรถ


เมื่อผู้เสียหายซึ่งได้แอดไลน์เป็นเพื่อนผ่านไอดีไลน์ดังกล่าวแล้ว ผู้ขายจึงให้พิกัดที่ตั้งของเต็นท์ขายรถยนต์ ซอยหมู่บ้านเคหะชุมชนระยอง ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง และให้โอนเงินค่ามัดจำเข้าบัญชีธนาคาร ผู้เสียหายหลงเชื่อตามที่มีการโฆษณา ต่อมาเวลาประมาณ 15.12 น. ของวันเดียวกัน จึงโอนเงินจำนวน 10,000 บาท เมื่อโอนเงินเสร็จแล้วก็ส่งสลิปการโอนเงินให้กับฝ่ายผู้ขายทางไลน์ โดยผู้เสียหายได้แจ้งกับฝ่ายผู้ขายว่า จะไปรับรถยนต์คันดังกล่าวในวันที่ 6 มี.ค.65 ฝ่ายผู้ขายรับทราบ โดยให้ผู้เสียหายก็เดินทางไปตามสถานที่ที่แชร์ที่ตั้งของของเต็นท์รถ


ต่อมาในวันที่ 6 มี.ค.65 ผู้เสียหายกับภรรยาได้เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปที่ จ.ระยอง เมื่อไปถึงบริเวณพิกัดที่ฝ่ายผู้ขายให้ไว้ปรากฏว่า ไม่มีเต็นท์รถยนต์แต่อย่างใด แต่กลับพบว่าเป็นห้องเช่าสภาพเก่า บ้านปิดไว้ มีใบไม้รกที่หน้าบ้าน ไม่มีผู้อยู่อาศัย จึงโทรศัพท์หาฝ่ายผู้ขาย ปรากฏว่าโทรติด แต่ไม่มีผู้รับสาย จากนั้นฝ่ายผู้ขายก็ปิดเครื่องไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายได้สอบถามร้านขายของชำบริเวณดังกล่าว จึงทราบว่าบ้านดังกล่าวไม่มีผู้อยู่อาศัย ในวันเดียวกันนั้นได้มีผู้คนมาสอบถามเหมือนกันกับผู้เสียหายประมาณ 10 กว่าคน น่าจะถูกหลอกเหมือนกัน ผู้เสียหายกับภรรยาจึงทราบว่า ถูกหลอกให้ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวจนต้องสูญเงินไป 10,000 บาท ก่อนจะรีบไปแจ้งความไว้ที่ สน.ดินแดง ซึ่งเป็นท้องที่ที่ผู้เสียหาย โอนเงินให้กับคนร้าย ผู้เสียหายจึงมาแจ้งความร้องทุกข์และมอบคดีให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายตามกฎหมาย


น.ส.ปัทมา ผู้ก่อเหตุให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นผู้ใช้บัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการหลอกขายเอาเงินมัดจำจริง ส่วน น.ส.ชยาภา ให้การยอมรับว่ารับจ้างเปิดบัญชีจากบุคคลอื่นเพื่อนำไปทำธุรกรรมต่าง ๆ จริง ซึ่งสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่รวบรวมไว้ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ จึงนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


พล.ต.ต.ธีรเดช  ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 กล่าวว่า ในช่วงนี้มีคดีหลอกขายสินค้าต่าง ๆ ผ่านทางออนไลน์ระบาดอย่างหนัก ตำรวจจึงระดมกวาดล้างอาชญากรรมทางออนไลน์ให้สิ้นซาก ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. เพราะเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน ตนจึงอยากฝากถึงผู้กระทำความผิดว่าไม่มีทางรอดจากการถูกจับกุม เพราะยิ่งโกงเยอะเท่าไร ก็จะยิ่งติดคุกนานเท่านั้น

คุณอาจสนใจ