สังคม

เตรียมออกหมายจับผู้ใหญ่บ้านเมืองประจวบฯ เอี่ยวขบวนการลักลอบขนแรงงาน

โดย sitanan_k

16 ก.พ. 2565

243 views

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีที่ พ.ต.อ.ภูมิชาย พันธ์กล้า ผกก.กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 14 ค่ายพระกุฎเกล้า ต.ห้วยทราย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร ฉก.จงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประจวบฯ นำกำลังจับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ซึ่งเป็นแรงงานเถื่อนชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองผ่านช่องทางธรรมชาติ ที่หมู่บ้านหุบผึ้ง หมู่ 5 ต.ห้วยทราย ด้านทิศใต้ของจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร



จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่อีกชุดใช้รถสิบล้อจอดขวางถนนจับกุมแรงงานเถื่อนที่บริเวณถนนเพชรเกษม - ด่านสิงขร ด้านหน้าวัดด่านสิงขร หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง ก่อนรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 159 คน พร้อมผู้นำพาคนไทยและชาวเมียนมา โดยตรวจยึดรถกระบะด้านหลังเป็นตู้ทึบ จำนวน 5 คัน และ รถเก๋งอีก 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง โดยเบื้องต้นตรวจสอบพบว่า ขณะจับกุมมีผู้นำทาง หลบหนีไปได้ 2 คน นั้น







โดยล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.สุชิน กิจกสิกร ผกก.สภ.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้ พนักงานสอบสวนสอบปากคำ ชุดจับกุมทุกราย หลังจากมีรายงานการตรวจสอบรถยนต์ของกลาง พบว่า รถยนต์ส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีขาวทะเบียน กค 69XX ประจวบคีรีขันธ์ เป็นของผู้ใหญ่บ้านหญิงรายหนึ่ง ใน อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ โดยรถคันดังกล่าว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้ารถ ตรวจพบสติกเกอร์เคลียร์เส้นทางที่กระจกรถด้านหน้า โดยใช้ภาพเหยี่ยว ภาพเสือ ระบุหมายเลข 391






โดยรถคันดังกล่าวพบว่าใช้เป็นรถวิ่งนำทาง และเคลียร์ด่านรายทาง เมื่อตรวจสอบภายในรถพบ กระเป๋าถือเบรนด์เนมยี่ห้อหลุยย์ วิตตอง และที่สำคัญ พบบัตรประจำตัวผู้ใหญ่บ้าน , หมวกแกปสีน้ำเงินติดโลโก้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย , บัตรนักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งมีรูปถ่าย และชื่อเป็นผู้ใหญ่บ้าน ต.เกาะหลัก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ด้วย ทำให้คาดว่า ผู้ใหญ่บ้านหญิงรายดังกล่าวพร้อมสามี มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ การลักลอบขนแรงงานเถื่อนดังกล่าว โดยอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้ แต่ทิ้งรถยนต์ของกลางไว้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกหมายจับทั้ง 2 สามีภรรยาแล้ว



จากการสอบสวน นางวินนีลิ อายุ 31 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นผู้นำพา ระบุว่า รับจ้างจากนายหน้าคนไทยให้มารับแรงงานที่ด่านสิงขร ได้รับค่าจ้าง 2,000 บาทต่อคน เพื่อไปส่งที่โรงงานใน จ.สมุทรสาคร เมื่อหักค่าใช้จ่ายเหลือ 1,000 บาทต่อคน โดยนายหน้าคนไทยที่เป็นคนขับรถนำหน้า ระบุว่าได้จ่ายส่วยรายทางให้กับเจ้าหน้าที่แล้ว และให้นำสติ๊กเกอร์ รูปเหยี่ยวและรูปเสือ มีตัวอักษร Happy Lunar New Year 2022 และ Share Black Stories 391 ติดไว้ที่หน้ากระจกรถ พร้อมกับบอกว่า หากมีสติ๊กเกอร์นี้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยในเส้นทาง จะไม่จับกุมแต่อย่างใด เนื่องจากทางโรงงานปลายทางได้เคลียร์รายเดือนกับผู้ที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว แต่พบว่า ขณะเกิดเหตุถูกจับกุม นายหน้าคนไทยกับหนีรอดไปได้



ทางด้าน นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ได้มีการตรวจสอบเบื้องต้น ทำให้คาดว่าผู้ใหญ่บ้านหญิงรายดังกล่าว ยังอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากปลัดอำเภอยังสามารถติดต่อได้ตามปกติ ทั้งนี้ตนได้สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ทราบผลสรุปภายใน 30 วัน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่หากมีหมายจับในคดีอาญาจะต้องสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านทันที







อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ฝ่ายปกครองอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ยังได้ร่วมกับ ตำรวจ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จับกุมชาวเมียนมา เพิ่มเติมได้ที่บริเวณ ริมถนนทุ่งเคล็ด-ด่านสิงขร หมู่ 6 บ้านทุ่งเคล็ด ต.เกาะหลัก จำนวน 23 ราย และอีกจุดที่ หมู่ 9 บ้าน กม.12 ต.อ่าวน้อย จำนวน 19 คน ส่วนอีก 77 คน ที่หมู่ 9 บ้านมะขามโพรง ต.เกาะหลัก เจ้าหน้าที่ทำการผลักดันออกนอกประเทศ ทำให้เพียงวันเดียว เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองได้ทั้งหมด 278 ราย

คุณอาจสนใจ

Related News