สังคม

รวย 2 โจร หลอกขายจยย.ออนไลน์ให้สาวท้องแก่ จนเหลือเงินติดบัญชีแค่ 1 บาท

โดย sitanan_k

28 ม.ค. 2565

63 views

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนออนไลน์ (ONLINE PATROL) ของ บก.สส.ภ.2 ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายเป็นหญิงท้อง 6 เดือน ว่าได้ติดต่อซื้อรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX ปี 2018 สีขาว กับเฟซบุ๊กชื่อว่า “อดิลก งามฉ่ำ” โดยเฟซบุ๊กดังกล่าว มีการโพสขายรถจักรยานยนต์ในรูปแบบสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถติดต่อซื้อขายได้  มีการสร้างเครดิตให้ตนเองโดยการเอาภาพจากเฟสบุ๊คอื่นๆมาลงโพส ทำเสมือนว่าเป็นร้านขายรถจักรยานยนต์จริง จนทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปให้ส่วนแรก เมื่อถึงเวลาตามที่กำหนดแล้ว ก็ไม่มีการจัดส่งเมื่อผู้เสียหายติดตามสอบถามเพื่อขอเงินคืน กลับถูกคนร้ายก็หลอกผู้เสียหายต่อไปอีกสูญเงินเก็บ14,130 บาท จนสุดท้ายก็ไม่มีการจัดส่งรถจักรยานยนต์ให้แต่อย่างใด และถูกบล็อกและขาดการติดต่อไป เดือดร้อนมากสูญเงินเก็บทั้งหมด ต้องการเตรียมสร้างอนาคตให้ลูกที่จะเกิดมา อีกทั้งยังมีปัญหากับสามีที่ไม่รอบคอบ








เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนออนไลน์ สืบ ภ.2 ได้เดินทางไปพบผู้เสียหายเพื่อซักถามข้อมูลผู้เสียหาย จังหวัดสุพรรณบุรี โดยผู้เสียหายได้กล่าวว่ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “ตัดสินใจซื้อรถจักรยานยนต์มาเพื่อให้สามีขับทำงานหาเงินไปใช้ฝากครรภ์ โดยเงินที่ใช้ซื้อรถจักรยานยนต์คันนี้ ก็เป็นเงินเก็บก้อนสุดท้าย ซึ่งถูกหลอกจนหมดตัวเหลือในบัญชีเพียง 1 บาท ไม่ทราบว่าจะใช้ชีวิตหลังจากนี้อย่างไร อยากให้ ผบ.ตร. ช่วยจับคนร้ายให้ได้และนำเงินมาคืนให้ด้วย” ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้รับทราบเรื่องแล้วจึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนออนไลน์ (ONLINE PATROL) ประสานงานร่วมกับ ร่วมกับ ศปอส.ตร. (PCT) ชุดปฏิบัติการที่ 5 ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับ สภ.แสนสุข จังหวัดชลบุรี ร่วมกันสืบสวนและจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน

1. นายศุภกิจ ถนอมชู อายุ 31 ปี อผู้ต้องหาที่ 1
2. น.ส.สุดารัตน์ พรมสมบัติ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่ 2  



โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และฟอกเงิน"






โดยสามารถจับกุม น.ส.สุดารัตน์ พรมสมบัติ ได้ที่ ต.หัวไทร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 65 เวลา 12.30 น. ส่วน นายศุภกิจ ถนอมชู ถูกจับกุมขณะกำลังหลบหนีไปที่บ้าน ต.กลาย อ.ท่าศาลา นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 65 เวลา 15.00 น.






ในชั้นจับกุม น.ส.สุดารัตน์ พรมสมบัติ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าถูกนายศุภกิจฯชักชวนให้ส่งเอกสารบัตรประชาชนกับทะเบียนบ้านให้เพื่อทำธุรกรรมทางการเงินเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินออนไลน์ ตนเองหลงเชื่อและยอมส่งเอกสารให้  ในส่วนของ นายศุภกิจ ถนอมชู ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่า เป็นผู้ที่ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายในคดีนี้โดยใช้บัญชี น.ส.สุดารัตน์ฯ ในการทำธุรกรรมการเงิน โดยกระทำการเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว และมักจะใช้วิธีการเลือกเหยื่อที่หัวอ่อน ขู่ง่าย เหยื่ออยู่ไกลเพื่อยากต่อการติดตามโดยจะใช้การปลอมตัวเป็น 2 คน ทั้งชายและหญิงสลับไปมาเพื่อให้ผู้ถูกหลอกลวงเกิดความสับสน สาเหตุที่ก่อเหตุเนื่องจากนำเงินไปเล่นการพนันเกิดการขาดสภาพคล่องทางการเงิน บัญชีเฟสบุ๊คใช้ของเพื่อนที่ยังติดคุกในข้อหา ยาเสพติด



จากการตรวจสอบประวัติของ นายศุภกิจฯ พบว่าเคยต้องโทษคดีฉ้อโกงมาแล้ว 2 คดี ปี 2561 สภ.เบตง จังหวัดยะลา ปี 2561 กับสภ.ธารโต จังหวัดยะลา   และปี 2561 ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาบ้า สภ.หัวไทร นครศรีธรรมราช ในส่วนของ น.ส.สุดารัตน์ พรมสมบัติ พบประวัติคดี ปี2561ครอบครองเพื่อจำหน่ายยาบ้า สภ.หัวไทร นครศรีธรรมราช



พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 / หน.ชป.5 ศปอส.ตร. (PCT) ได้กล่าวว่า แม้มูลค่าความเสียหายในคดีนี้จะไม่เยอะมาก แต่สำหรับผู้เสียหายรายนี้เป็นเงินก้อนสุดท้าย  ขอฝากเตือนประชาชน ในการเลือกซื้อของออนไลน์ ควรเลือกซื้อกับบุคคลที่น่าเชื่อถือ หรือจ่ายเงินเมื่อได้รับสินค้าจะปลอดภัยที่สุด

คุณอาจสนใจ