สังคม

พ่อค้าไก่ย่างฟ้องกลับ เจ๊ยัดข้อหาลักเครื่องเพชรคู่กรณี ถูกศาลสั่งจำคุก 3 ปี

โดย panisa_p

20 ม.ค. 2565

868 views

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 ม.ค. ที่ศาลอาญาธนบุรี นายพิสิษฐ์ อายุ 53 ปี อาชีพพ่อค้าไก่ย่างใน จ.นครพนม พร้อม นางญาณิศา อยู่เย็น ทนายความเดินทางมารับฟังคำพิพากษาในฐานะโจทก์ หลังดำเนินการฟ้องร้องต่อ น.ส.บุญญรัตน์ หรือเจ๊มุ้ย อายุ 69 ปี ผู้ประกอบการธุรกิจค้าเพชร ในข้อหาให้การเท็จ เป็นเหตุให้ตนเองต้องถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเเพะรับบาปในคดีลักทรัพย์เครื่องเพชร นานถึง 7 เดือน 10 วัน เหตุเกิดเมื่อปี 2560 ในท้องที่ สน.บางเสาธง







โดย นายพิสิษฐ์ ใช้เวลาขึ้นไปฟังคำพิพากษานาน 2 ชั่วโมง ก่อนลงมาเปิดเผยว่า คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ก.พ.60 ขณะที่ตนกำลังเตรียมของขายไก่ย่างอยู่ที่จังหวัดนครพนม ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกรุงเทพฯ บุกเข้าไปจับกุมที่ร้าน โดยกล่าวหาว่าตนลักเครื่องเพชร ของ น.ส.บุญญรัตน์ จากบ้านพัก ในหมู่บ้านนิศาชลท้องที่ สน.บางเสาธง ไป จำนวนหลายรายการมูลค่าหลายล้านบาท ทั้งที่ตนไม่ได้เคยรู้จักกับคู่กรณีมาก่อน แต่คู่กรณีก็ชี้ตัว และให้ปากคำเท็จ ต่อพนักงานสอบสวนตลอดจนให้การเท็จต่อศาล ว่า ตนลักเอาทรัพย์สินไป ในขณะที่ตนเข้าไปขอเลือกซื้อเครื่องเพชรที่บ้าน เป็นเหตุให้ตนถูกศาลตัดสินจำคุกฟรี นานถึง 7 เดือน 10 วันกว่าที่ญาติพี่น้องและภรรยา จะช่วยกัน หาหลักฐานมาโต้แย้งยืนยันให้ตนเป็นผู้บริสุทธิ์ จนได้รับอิสรภาพออกมา



หลังออกจากเรือนจำ ตนเดินหน้าเข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงยุติธรรม สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และสื่อมวลชน จนได้รับเงินเยียวยามาประมาณ 180,000 บาท จากการที่ต้องลำบากติดคุกโดยที่ไม่ได้กระทำความผิดนาน 7 เดือน 10 วัน และสามารถฟ้องกลับคู่กรณีได้ในข้อหาให้การเท็จ วันนี้ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาคู่กรณี มีความผิดจริงต้องโทษจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา ทางคู่กรณีกำลังยื่นหลักฐานการประกันตัวและจะขออุทธรณ์สู้คดีต่อ ซึ่งตนและทนายความ ก็พร้อมสู้ต่อเนื่องจากยังไม่ได้เรียกร้องเอาค่าชดเชยทางแพ่ง อย่างไรก็ตาม ในวันที่คู่กรณีดำเนินการเอาผิดกับตนทั้งที่ตนบริสุทธิ์ เขาเรียกร้องค่าเสียหายสูงถึง 15 ล้าน 8 แสนบาท ทางฝ่ายตนก็จะเรียกร้องเอาค่าชดเชยความเสียหาย ที่ตนต้องติดคุกฟรีในมูลค่าไม่แตกต่างกัน ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขในใจ ขอปรึกษากับทนายความก่อน นายพิสิษฐ์ กล่าว

คุณอาจสนใจ