สังคม

สาวท้อง 6 เดือนถูกแท็กซี่พุ่งชน สามีโวยรถฉุกเฉิน นำส่งโรงพยาบาลช้า เสียชีวิตกลางทาง

โดย panisa_p

26 ต.ค. 2564

5.2K views

วันที่ 26 ตุลาคม 2564 ที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช ญาติเข้ารับศพสาววัย 21 ปี ถูกแท็กซี่ชนตายทั้งกลม บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ขณะที่สามีผู้ตายระบุ ติดใจรถฉุกเฉินนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลช้าต้องอยู่ในรถฉุกเฉินเกือบ 40 นาที เหตุเพราะต้องการแค่บัตรประชาชน


ครอบครัวของนางสาว นลิน การประเสริฐ 21 ปี เสียชีวิตทั้งกลมระหว่างตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน หลังจากถูกรถแท็กซี่วิ่งชนหน้าตลาดบางแค ถนนเพชรเกษมฝั่งขาออก เมื่อคืนวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา เข้ารับศพที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลศิริราช โดยญาติซึ่งมีเชื้อสายจีน นำเอาชาโรยในโลงศพ ก่อนที่จะปูกระดาษเงินกระดาษทอง แล้วจึงนำร่างมาบรรจุใส่โลง




ส่วนโลงเด็ก ทางญาติได้นำเบาะ ขวดนม และของเล่นมาใส่ไว้ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทั้งแม่ของผู้เสียชีวิตและสามี ต่างทำใจยอมรับไม่ได้ และระหว่างที่นำร่างลูกออกมา นายปาย ถึงกับเข่าอ่อน ก่อนร้องไห้ออกมา และพูดว่า เป็นลูกสาวจริง ๆ ด้วย ก่อนจะเดินไปดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย โดยตลอดการทำพิธีนายปาย แทบล้มทั้งยืน และร้องไห้ด้วยความเสียใจ


นายชนายุทธ เรืองศรี หรือ ปาย อายุ 22 สามี ของนางสาว นลิน ที่เสียชีวิต เล่าว่าวันเกิดเหตุตนเองและภรรยาที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปเพื่อรับประทานอาหารและจะเดินทางไปพบหมอ เนื่องจากภรรยามีอาการปวดท้อง


ระหว่างที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ถึงบริเวณสะพานตลาดบางแคได้มีสุนัขวิ่งตัดหน้า ทำให้รถของตนเองชนสุนัขกระทั่งเสียหลัก ทำให้ตนเองกระเด็นหลุดออกจากรถ ตกมาอยู่เลนฝั่งด้านซ้าย ขณะที่ภรรยากระเด็นตกไปอยู่ฝั่งเลนกลางด้านขวา ซึ่งตนเองรีบวิ่งพยายามที่จะไปช่วยเหลือได้ยื่นมือจะดึงภรรยาออกจากบริเวณกลางถนน แต่ไม่สามารถช่วยได้ทัน




ระหว่างนั้นมีรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน ทษ-9557 กทม.สีส้ม วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนและลากร่างภรรยาของตนเองไปกว่า 100 เมตร พร้อมกับทับไปที่ร่างภรรยาของตนเอง ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง ก่อนที่แฟนของตนเองจะกระเด็นหลุดออกมา แต่แท็กซี่คันก่อเหตุยังไม่ยอมหยุด ก่อนที่จะมีรถจักรยานยนต์ของพลเมืองดีวิ่งไปขวางหน้ารถแท็กซี่จนถูกจับกุมได้ในที่เกิดเหตุ


ขณะที่ตนเองได้พยายามเข้าไปช่วยภรรยาที่นอนร้องครวญคราง ซึ่งมีบาดแผลบริเวณแขนซ้ายหักผิดรูป ดั้งจมูกหัก มีรอยถลอกตามตัว พร้อมกับเอามือกุมไว้ที่หน้าท้องด้วยความเป็นห่วงลูกที่อยู่ในครรภ์ ต่อมาได้มีหน่วยกู้ภัยเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายภรรยาของตนเองที่บาดเจ็บสาหัสและตั้งครรภ์ไปส่งโรงพยาบาลได้ ต้องรอให้รถฉุกเฉินที่มีเครื่องมือในการช่วยชีวิตเข้าให้การช่วยเหลือ แต่เมื่อรถฉุกเฉินมาถึง ได้นำภรรยาของตนเองขึ้นรถแต่ยังไม่ได้ส่งไปโรงพยาบาลโดยทันที




โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าหากไม่มีบัตรประชาชน ยังไม่สามารถที่จะนำส่งได้ ทำให้ภรรยาของตนเองที่มีอาการสาหัสต้องนอนอยู่บนรถฉุกเฉินกว่า 40 นาที ก่อนที่จะนำตัวไปส่งยังโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ซึ่งเป็นโรงพยาบาลตามสิทธิ์ของภรรยาตนเอง แต่เมื่อไปถึงภรรยาได้หมดลมหายใจแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามช่วยปั๊มหัวใจแต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตภรรยาและลูกของตนเองที่อยู่ในท้องได้ จึงตั้งข้อสงสัยว่าหากรถฉุกเฉินตัดสินใจนำภรรยาของตนเองส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง อาจจะทำให้ภรรยาของตนเองไม่เสียชีวิต


ด้านนางนงนภัส ตั้งนิมิตโซค อายุ 59 ปี แม่ของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า อยากให้ลูกและหลานมีชีวิตเหมือนเดิมไม่อยากให้ถึงแก่ความตายรักลูกและหลานที่กำลังจะเกิดมาก แต่เมื่อถุงอายุขัยของเขาแล้วก็ขอให้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดีชาติหน้าขอให้เกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีก พร้อมกับยืนยันว่าจะเรียกร้องให้ผู้ที่ขับรถชนลูกสาวรับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นทุกอย่าง




ด้านพนักงานสอบสวน สน. หลักสอง เปิดเผยว่า ในส่วนของคดีอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิด พร้อมด้วยพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์และรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ของการผ่าชันสูตรศพ เพื่อนำมาประกอบ และจะเรียกทั้งผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีผู้เสียชีวิตและคนขับรถแท็กซี่เข้าให้ปากคำ ก่อนที่จะสามารถสรุปและแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

คุณอาจสนใจ