สังคม

'หมอพรทิพย์' เชื่อ 'แตงโม' ไม่ได้ตกท้ายเรือ ด้าน 'อัจฉริยะ' ฉะ ตร.แถลงไม่มีอะไรใหม่

โดย JitrarutP

27 เม.ย. 2565

113 views

'หมอพรทิพย์' เชื่อแตงโมไม่ได้ตกจากท้ายเรือ ชี้คดีแตงโมเสีนชีวิต อีกไม่นานจะมีความเปลี่ยนแปลง ด้าน 'อัจฉริยะ' ไม่เชื่อคำแถลงตำรวจคดีแตงโม ค้านเรื่องแตงโมตกจากท้ายเรือ และบาดแผลที่ขาเกิดจากใบพัด ชี้ พลตำรวจตรี ต.เต่า ตั้งธงจากความเชื่อคนบนเรือไม่โกหก แล้วหาพยานหลักฐานสนับสนุน

แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โพสต์ภาพพร้อมข้อความเกี่ยวกับคดีแตงโมหลังตำรวจแถลงสรุปคดี โดยโพสต์แรก เป็นภาพคุณหมอพรทิพย์กำลังนั่งคุยกับพระรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพระหว่างที่คุณหมอพรทิพย์ ไปปฏิบัติธรรม ที่จังหวัดอุบลราชธานี โดยโพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุว่า

ครูบาก้องเคยตกเรือ อดีตปลัดกระทรวงเคยหล่นจากเรือเพราะอยู่กับแม่น้ำ ลูกศิษย์ครูบาเป็นวิศวกร ทุกคนต่างมีความเห็นตรงกันว่ากระแสน้ำใต้เรือไหลออก โดยเฉพาะวิศวกรที่บอกว่าความเร็วที่ต่างกันจึงทำให้ตัวคนหล่นไหลออกไม่โดนใบพัด บาดแผลรอยก้างปลาที่หมอได้เห็นจึงชัดเจนว่าแตงโมต้องหล่นจากจุดใด ไปที่ไหนทุกหย่อมหญ้าก็มีการสนทนาเรื่องนี้กันมากมาย ยิ่งทนายออกมาด่ากราด ทุกคนก็ยิ่งผนึกใจช่วยให้เกิดความเป็นธรรม เรื่องแตงโมยังคงเดินต่อในเส้นทางกระบวนการยุติธรรม ไม่ต้องห่วงว่าความจริงจะปรากฏไหม แต่กรรมจะเกิดตามการกระทำแน่นอน

และโพสต์ยาวเกี่ยวกับ หลักคำสอนเรื่องกฎแห่งกรรมก่อนทิ้งท้ายว่า

"สองวันนี้จึงบอกสื่อว่าอย่าเพิ่งสัมภาษณ์ ขอใช่สมาธิการงานสร้างพลังบุญในการตามรอยหลวงปู่เสาร์ ผู้ทำให้มีหลวงปู่มั่น อย่าเสียเวลากับสิ่งไม่ดี เดินหน้าทำความดีอย่างมั่นคง วันนี้จึงขอแบ่งปันบุญมายังผู้ติดตามคดีแตงโม อย่าใช้อารมณ์ อีกไม่นานจะมีความเปลี่ยนแปลง เชื่อหมอสิ"

ต่อมาโพสต์ที่ 2 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา คุณหมอพรทิพย์ โพสต์ข้อความระบุว่า

"จิบกาแฟหน้าเจดีย์พระรัตนตรัยหลังทำข้าวผัดปลาเค็ม ถวายพระเรียบร้อยได้มีเวลา ดูข่าวแตงโมนิดหน่อย เหมือนอย่างที่เคยบอกว่าการรวบรวมพยานหลักฐานเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ บางชิ้นเสียบลงแต่ไม่ใช่ส่วนของภาพ บางชิ้นที่เป็นส่วนสำคัญยังหาชิ้นเชื่อมโยงไม่ได้ก็เลยทิ้งไป หรือไม่อยากเอามาใส่เพราะไม่ได้ให้ความสำคัญ ที่สำคัญเราไม่มีกฎหมายที่กำหนดว่าต้องต่อภาพให้"สมบูรณ์" และ"ถูกต้อง"


ภาพที่ส่งต่ออัยการจึงอาจมีความไม่สมบูรณ์ คำถามปลายเปิดทำให้เกิดแพะ เกิดเหยื่อ เกิดความไม่เป็นธรรมมามากมาย แผลอาจเกิดจากใบพัดเรือแต่ก็อาจเกิดจากวัตถุอื่นได้ แผลก้างปลาบอกทิศทางได้ชัดเจนเพียงแต่จะเลือกฟังใคร คดีนี้จุดตกเรือสำคัญ เพราะวิทยาศาสตร์จะบอกได้ว่าไม่ใช่ท้ายเรือ สังคมไทยเกรงใจ เกรงกลัวอำนาจกันมานาน ส่งข้อมูลที่อยากรู้มาให้อ่านเช้านี้ก่อนไปปฏิบัติภารกิจบุญงานสร้างพระประธานสถานที่เกิดหลวงปู่เสาร์ อรหันต์แห่งอุบล พระอาจารย์ของหลวงปู่มั่น หมั่นทำความดี อย่าให้ความชั่วครอบงำ"


คุณหญิงแพทย์หญิงพรทิพย์ กล่าวว่า เรื่องบาดแผลก้างปลาที่หมอพรทิพย์ เคยย้ำหลายครั้ง ว่าเชื่อมโยงไปถึง เรื่องจุดตกเรือ จากการพูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์เคยตกเรือ 2-3 คนและวิศวกรจะได้คำตอบไปในทิศทางเดียวกันว่าแตงโมไม่น่าจะตกจากท้ายเรือ ดังนั้นบาดแผลก้างปลาลักษณะดังกล่าวเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่สามารถโกหกได้


และจะบอกถึงทิศทางการวิ่งของเรือ รวมถึงจุดที่แตงโมตกเรือได้ ส่วนบาดแผลใหญ่ที่ต้นขา หมอพรทิพย์ไม่ขอให้ความเห็นเนื่องจากวิเคราะห์ยากและตัวเองไม่ได้เป็นคนผ่าชันสูตร

หมอพรทิพย์ กล่าวว่า ที่โพสต์หลังตำรวจแถลงคดีของแตงโม เพราะต้องการจะสื่อถึงกระบวนการยุติธรรม ว่าเหมือนการต่อจิ๊กซอ ที่ต้องเริ่มจากต้นทางคือ การเก็บรวบรวมพยานหลักฐานของตำรวจต้องครบถ้วน หากพยานหลักฐานที่ได้มามีอาจจะเป็นเพียง 20% และสรุปสำนวนส่งอัยการ อัยการก็จะได้รับ รายงานเพียงแค่ 20% ซึ่งพนักงานอัยการอาจจะส่งสำนวนกลับมาให้ตำรวจสอบเพิ่มหรือเก็บพยานหลักฐานเพิ่มหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานอัยการ


ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เผยว่า เรื่องที่ตำรวจแถลงไม่มีอะไรใหม่ วงจรปิดที่นำมาเปิดเผยและอธิบายว่า แตงโมตกท้ายเรือนั้น ตนยืนยันว่าไม่ใช่แบบที่ตำรวจมอง เพราะหลังจากเงาวัตถุที่ท้ายเรือแล้วเงาหายไปนั้น ผ่านไปอีก 10 วินาที เงานั้นได้เดินกลับเข้าเรือตามที่ตนเคยแถลงข่าวไปแล้ว

ขณะเดียวกันตำรวจยังไม่กล้าพูดเรื่องแตงโมจับขาแซน และเรื่องปัสสาวะ ตำรวจพยายามหลีกเลี่ยงพูดถึงเรื่องที่แซนเคยให้ข้อมูล เพื่อไม่ให้คนสงสัยตำรวจในการทำคดีนี้

นอกจากนี้ยังได้ทำภาพนิ่งกล้องวงจรปิดเทียบตำแหน่งคนบนเรือที่ตำรวจใช้แถลงข่าว ซึ่งตำรวจระบุว่า แซนนั่งอยู่ท้ายเรือในตำแหน่งหมายเลข 6 แต่ภาพที่ตนเองดู เห็นชัดเจนว่าช่วงเวลาที่แตงโมใกล้จะตกเรือ ที่ท้ายเรือไม่มีคนอยู่

เรื่องบาดแผลที่พบแล้วแถลงออกมา ตำรวจค่อนข้างมั่วนิ่ม พลตำรวจตรี ต.เต่า ที่มายุ่งเกี่ยวกับคดี โดยเชื่อว่าทั้ง 5 คน บนเรือไม่ได้โกหก จึงเรียกประชุมและหาวัตถุพยานเข้ามาสนับสนุน และยังปล่อยให้คนนอกมายุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ไม่พูดถึงเรื่องเส้นผมที่เจอ ไม่ยอมตรวจพยานหลักฐานเส้นผมของคนบนเรือ ทั้งที่สามารถตรวจจากขนส่วนอื่นใด


พร้อมยืนยันว่าบาดแผลบนร่างของคุณแตงโม ไม่สอดคล้องกับใบพัดเรือ ทั้งที่ตำรวจบอกว่า แตงโมตกทางซ้ายของท้ายเรือ ซึ่งขณะนั้นเรือกำลังขับด้วยความเร็ว 8 น็อต ทำให้ไม่มีทางเป็นไปได้ที่กระแสน้ำจะดูดร่างของแตงโม เข้าไปหาใบพัดเรือ อีกทั้งบาดแผลที่พบ ก็ไม่สอดคล้องกับตำแหน่งที่ตกเรือตามคำแถลงของตำรวจ


แตงโมไม่ใช่นักยิมนาสติก ที่จะตกน้ำไปแล้วจะเอาขา 2 ข้าง คร่อมไปในมอเตอร์ ขณะเดียวกันใบพัดเรือหมุนเป็นวงกลม แผลต้องเป็นแนวขวางและลึก แต่กลับมีแผลตามยาวขนานกับขา ซึ่งแทบเป็นไปไม่ได้ว่าจะเกิดจากใบพัดเพราะมันสวนทางกัน ซึ่งตนกำลังเตรียมนำภาพบาดแผลจากต่างประเทศ ส่งมอบให้ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ตนเตรียมไปยื่นเรื่องต่อแพทยสภา ให้ตรวจสอบแพทย์ที่เป็นผู้ให้ความเห็นว่า บาดแผลเข้าได้กับใบพัดเรือ ว่าเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ หรือ

นอกจากนี้ยังปล่อยคลิปเสียงผู้ชาย 2 คน คุยกันทำนองว่ารู้จักกับปอ พูดถึงเรื่องที่ปอไปออกตัวบอกว่าแตงโมฉี่ท้ายเรือ และเห็นว่าเป็นไปไม่ได้ที่ผู้หญิงจะไปฉี่ท้ายเรือ ไม่รู้ใครแนะนำแบบนี้ให้ พอปอคิดได้ก็ถูกวิจารณ์ ถูกถล่มแล้ว

และในวันนี้จะปล่อยไพ่ลับเป็นหลักฐานสำคัญอีก 1 ชิ้น จากนั้นจะนำไปยื่นต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในวันที่ 29 เมษายน ส่วนคดีที่ไปแจ้งความว่า แซนให้การเท็จที่กองบังคับการปราบปรามนั้น ล่าสุด ตำรวจเรียกสอบปากคำแล้ว ในวันที่ 30 เมษายน จะนำหลักฐานทั้งหมดไปให้ตำรวจเช่นกัน ยืนยันสิ่งที่ทำเพื่อช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้กับแตงโม และไม่กลัวถูกฟ้อง.

คุณอาจสนใจ

Related News