สังคม

ตำรวจสรุปคดีแตงโม 'เสียชีวิตจากการจมน้ำ' ด้าน 'ปอ - กระติก' ใช้มือป้องกระจกหลังสื่อรุม

โดย JitrarutP

27 เม.ย. 2565

55 views

ตำรวจแถลงผลการสรุปสำนวนคดีการเสียชีวิตของ 'แตงโม นิดา' ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โดยมีเนื้อหาสำคัญอยู่ 4 ส่วน คือ ช่วงเวลาที่ตกเรือ บาดแผลพบศพ ไทม์ไลน์ของคนบนเรือ และแก้ข้อสงสัยชาวเน็ต ด้าน "ปอ - กระติก" ใช้มือกับที่รองเบาะป้อง หลังสื่อรุมถ่าย

เรื่องแรกที่หลายคนสงสัยคือ แตงโมตกเรืออย่างไร ตกที่ไหน และตกได้อย่างไร ตำรวจนำภาพจากกล้องวงจรปิด ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พระราม 7 จับภาพตอน 22.33.51 น. เห็นวัตถุสีดำอยู่ท้ายเรือ

ถัดมาอีกหน่อยจะเห็นว่าที่พื้นน้ำมีแสงสะท้อนไฟ ตอนที่เรือผ่านจะเห็นวัตถุดำๆ อยู่ และ 6 วินาทีหลังจากนั้น วัตถุสีดำที่บังแสงไฟท้ายเรือหายไป

จากนั้นก็มีคนยืนขึ้นที่ด้านท้ายของเรือ ซึ่งตำรวจเชื่อว่า ตอนนี้คือช่วงเวลาที่แตงโมตกเรือลงไปแล้ว เพราะดูจากจีพีเอสความเร็วของเรือลดลง และมีการวนหาอยู่บริเวณนี้หลายรอบ และระหว่างนั้นแต่ละคนก็ใช้โทรศัพท์มือถือโทรหาคนรู้จัก หน่วยกู้ภัยหลายคน

เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการใช้โทรศัพท์มือถือของแซน ที่ส่งไลน์ขอความช่วยเหลือกับคนรู้จัก ที่บอกว่าแตงโมตกน้ำ และได้ส่งโลเคชั่นให้ปลายทางในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เรือกำลังลอยอยู่ตรงจุดที่แตงโมหาย โดยการเปรียบเทียบจากจีพีเอสของเรือ

ประกอบกับจุดที่แตงโมตกเรือ หากดูจากจีพีเอสของเรือ จะพบว่า ห่างจากจุดพบศพของแตงโมราว 100 เมตร พนักงานสอบสวนจึงสันนิษฐานว่านี่คือจุดตกเรือ

ซึ่งในการแถลงชี้แจงของตำรวจเมื่อวานนี้ ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า แตงโมไปปัสสาวะท้ายเรือ แต่บอกว่า สันนิษฐานว่าแตงโมไปนั่งที่ท้ายเรือ เพราะหากดูจากแสงไฟท้ายเรือ หากจะมีวัตถุใดไปบดบังแสงได้ ก็ต้องนั่งอยู่ระนาบเดียวกับไฟ นั่นก็คือ บอร์ดท้ายเรือ ก่อนจะหายไป

พลตำรวจโท จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 บอกว่า ตำรวจไม่สามารถยืนยันได้ว่าแตงโมไปปัสสาวะท้ายเรือ เพราะไม่มีพยานหลักฐานยืนยัน นอกจากคำให้การของแซนเพียงคนเดียว ประกอบกับยูเรีย ซึ่งเป็นส่วนประกอบของปัสสาวะทำปฏิกิริยาละลายได้ดีในน้ำ แต่จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และบาดแผลที่พบบนศพแตงโม สามารถยืนยันได้ว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกายแน่นอน และประเด็นสำคัญของคดีนี้ คือ แตงโมตกอย่างไรและใครเป็นคนทำให้แตงโมตกเรือ

สำหรับผลการชันสูตรพลิกศพแตงโต แพทย์นิติเวช ยืนยันว่า เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ กระดูกปกติ ฟันปกติ ผิวหนังไม่มีรอยช้ำ พบปริมาณแอลกอฮอร์ 93 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ จากการตรวจน้ำในตา ซึ่งอาจจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของศพร่วมด้วย ไม่พบสารเสพติด และพบโคลนในหลอดลม

ส่วนบาดแผลที่ปรากฎจะมีตั้งแต่ต้นขาลงไปถึงปลายเท้า มีทั้งหมด 26 แห่ง แบ่งเป็น 10 จุด จุดหลักคือบาดแผลขนาดใหญ่ที่ขาขวาด้านใน เป็นแผลกว้างขนาด 7 เซนติเมตร ยาว 26 เซนติเมตร ลึก 1.5 เซนติเมตร จุดที่ลึกที่สุดราว 4.5 เซนติเมตร แผลนี้ตำรวจและผู้เชี่ยวชาญได้เย็บแผลเข้ากัน พบว่าเป็นรูปคล้ายตัวเอส

เมื่อนำใบพัดทดสอบเฉือนกับดินน้ำมัน ก็ได้รอยลักษณะเดียวกับบาดแผลของแตงโม และเมื่อนำบาดแผลของคนที่เคยโดนใบพัดเรือรุ่นนี้มาเปรียบเทียบด้วย ก็ลักษณะที่คล้ายกัน ตำรวจจึงสรุปว่า แผลนี้เกิดจากใบพัดเรือ เช่นเดียวกับแผลอื่น ๆ อีก 25 แห่งที่เข้าได้กับใบพัดเรือเช่นกัน แต่เป็นลักษณะการฟันแบบเฉี่ยว ๆ


และที่หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า ไปกัน 6 คนดื่มไวน์ 8 ขวด แล้วทำไมเจอแก้วไวน์บนเรือแค่ 1 ใบ ตำรวจเก็บพยานหลักฐานอย่างไร เมื่อวานนี้ตำรวจก็ออกมาชี้แจงว่า บนเรือเจอแก้วไวน์ 1 ใบจริง แต่ในกระติกสีดำที่อยู่ในอู่ NBC เจอแก้วไวน์อีก 5 ใบ ซึ่งแก้วไวน์ทุกใบเจอดีเอ็นเอของทุกคน เช่นเดียวกับเรือก็เจอดีเอ็นเอของทั้ง 6 คน เช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีการเปลี่ยนเรือแน่นอน นอกจากนี้หลักฐานการดื่มไวน์บนเรือ กล้องวงจรปิดยังจับภาพวินาทีที่จ็อบยกลังไวน์ออกไปด้วย

ส่วนคลิปที่ระบุว่าเป็นการตีศีรษะกันบนเรือ จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเวลาหลังเกิดเหตุที่แตงโมตกเรือไปแล้ว และภาพที่เห็นน่าจะเป็นการโยนขวดไวน์ทิ้งแม่น้ำเพื่อทำลายหลักฐาน

หลังจบการแถลงข่าวตำรวจก็คุมตัวทั้ง 6 คน คือ โรเบิร์ต จ็อบ​ แซน​ กระติก​ ปอ​ ​และภีม ซึ่งเป็นกุนซือ ไปสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี​ เพื่อส่งตัวประกอบสำนวน​คดี​ โดยแยกให้ โรเบิร์ต ปอ และจ๊อบ นั่งไปอีก 1 คัน ส่วนแซน กระติก และภีม นั่งไปอีก 1 คัน โดยพนักงานสอบสวนนำลังสำนวนที่ส่งฟ้อง 5 ลัง รวม 2499 หน้า ไปอีก 1 คัน

ซึ่งระหว่างที่รถยังไม่ออก นักข่าวพยายามถ่ายภาพผู้ต้องหาทั้ง 6 คนผ่านกระจก แต่ปอ นำเอาที่รองศีรษะมาบังกระจก เพื่อไม่ให้นักข่าวถ่ายภาพ

ส่วนขั้นตอนหลังจากอัยการรับสำนวนจากตำรวจแล้ว จะแต่งตั้งองค์คณะอัยการขึ้นมา 3 ท่าน เป็นผู้รับผิดชอบพิจารณาสำนวนในคดีนี้ คาดว่าจะสามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยนัดให้ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน มาฟังคำสั่งอัยการในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ เวลา 13.30 น. โดยจะมีคำสั่งออกมาได้ 4 แนวทางคือ สั่งฟ้องทุกข้อหา สั่งฟ้องบางข้อหา สั่งไม่ฟ้อง หรือให้พนักงานสอบสวนไปสอบบางประเด็นเพิ่ม

แต่เมื่อวานนี้ผู้ต้องหาทั้ง 6 คน โดยใช้หลักทรัพย์เดิมในชั้นพนักงานสอบสวน รายละ 200,000 บาท ประกันตัวไป


คุณอาจสนใจ

Related News