สังคม

'กระติก' โล่งใจหลังสารภาพหมดเปลือก อัยการยังไม่ส่งฟ้อง ส่งคืนตำรวจสอบเพิ่ม

โดย thichaphat_d

5 เม.ย. 2565

50 views

พนักงานสอบสวน สภ.นนทบุรี นัดกระติกส่งฟ้องศาลแขวงนนทบุรี ข้อหาแจ้งความเท็จ กระติกเผยโล่งใจหลังสารภาพหมดเปลือก

พนักงานสอบสวนนำสำนวนคดีของ นางสาว อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์ หรือ กระติก ผู้ต้องหาคดีแจ้งความเท็จ ในคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา มาส่งฟ้องพนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี หลังผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยสาเหตุที่ส่งฟ้องคดีของกระติกทันทีหลังรับทราบข้อหา เนื่องจาก มีอัตราโทษไม่เกิน 3 ปี ตามกฎหมายทั่วไป จำเลยรับสารภาพแล้วพนักงานสอบสวนต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องด้วยวาจาที่ศาลแขวงนนทบุรีภายใน 48 ชั่วโมง

ก่อนจะขึ้นไปฟังการพิจารณา กระติกบอกว่า รับสารภาพแล้วรู้สึกโล่งใจ ต่อไปจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลอะไร จากนี้จะได้ทำงานตามปกติ ส่วนรับสารภาพเรื่องใด ยังไม่ขอไม่ขอเปิดเผย ซึ่งได้คุยกับกลุ่มเพื่อน 4 คนแล้ว ทุกคนไม่มีใครว่าอะไร เพราะทุกคนรู้ความจริงอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่แตงโมฉี่ท้ายเรือ มีเพียงแซนคนเดียวที่พูด ด้านนายสิระ เจรจาคะ ในฐานะที่ปรึกษาทนายความ ได้เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด เพื่อยื่นประกันตัวกระติกด้วย

ขณะที่เมื่อวาน ประมาณบ่าย 3 โมงครึ่ง กระติก เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาฐานให้การเท็จ โดยมี นาย สิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ นาย วิวัฒน์ สมบัติหลาย ทนายความ และคุณพ่อของกระติก เดินทางมาด้วย ทันทีที่มาถึงนักข่าวพยายามซักถามกระติกถึงประเด็นต่าง ๆ ทั้งความเครียด และกระแสสังคมที่ต่อว่า และหลักทรัพย์ที่นำมายื่นต่อพนักงานสอบสวน แต่กระติกก็ไม่ตอบคำถามใด ๆ ก่อนจะขึ้นไปด้านบน

มีเพียงนาย สิระ ที่ได้เขียนจดหมายน้อยยื่นออกมาว่า ให้สื่อมวลชนรอ เพราะจะออกมาแถลงข่าว หลังจากนั้นราว 2 ชั่วโมง ทั้งหมดได้ออกมานั่งแถลงข่าวที่หน้า สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งทนายความบอกว่ากระติก รับสารภาพในข้อหาให้การเท็จ

ขณะที่กระติก ยืนยันว่า ที่ผ่านมาได้ให้ปากคำเป็นความจริงกับตำรวจตลอด และไม่เคยให้ปากคำกลับไปกลับมา เพียงแต่มีลืมไปบ้าง พอนึกอะไรขึ้นมาได้ก็มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนที่บอกว่าเธอไม่สามารถออกมาใช้ชีวิตข้างนอกได้และต้องออกจากงาน ก็ไม่เป็นความจริง ตอนนี้ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ และขอสะสางคดีให้เสร็จสิ้นก่อนค่อยกลับไปทำงาน ตอนนี้ยังมีสถานะเป็นพนักงานอยู่ พร้อมยอมรับว่าเครียด เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ และยังมาเสียเพื่อนไป แต่ไม่ได้ถึงขั้นต้องกินยาตามที่เป็นข่าว

เมื่อถามว่า ทนาย เอ็ม มาบงการอะไรบ้างนั้น กระติก ตอบเพียงว่า อะไรที่เราไม่รู้ และเราพูดก็ถือว่าผิด แล้วมันก็ทำร้ายเราได้เช่นกัน เมื่อถามถึงประเด็นที่แตงโมไปฉี่ท้ายเรือสรุปแล้วจริงหรือไม่ กระติก ย้ำว่า ต้องตัดไปเลย เพราะไม่เคยพูดแต่แรก ไม่เห็นก็พูดไม่ได้ว่าจริงหรือไม่ มีเพียงแซนที่เห็นและบอก และเธอไม่เคยให้การตั้งแต่แรกว่าเห็นแตงโมฉี่ท้ายเรือ

นาย สิระ เปิดเผยว่า ที่เขาเข้ามาวันนี้ เพราะกระติกเห็นผลงานจากการที่เข้ามาช่วยคดีที่ลุงนิต คนหาปลา ถูก ส.ส.เต้ กล่าวหา จึงขอให้มาเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย ส่วนเรื่องให้การเท็จของกระติก คือ คำให้การในครั้งแรก เนื่องจากมีทีมที่อ้างเป็นทนาย มาบอกให้ทุกคนให้การไปในทิศทางเดียวกัน แต่สุดท้ายกลับพาไปในทางที่แย่ที่สุด ครั้งนี้กระติกจึงให้ปากคำและรับสารภาพหมดเปลือก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และเป็นความจริงที่สอดคล้องกับผลนิติวิทยาศาสตร์ด้วย

ดังนั้นคนที่จะมาแสวงหาผลประโยชน์กับคดีนี้ จะได้ยุติสักที ส่วนผู้ต้องหารายอื่น ๆ ขอฝากบอกว่า อะไรที่ยังไม่ได้พูดความจริง ขอให้พูด เพราะหนีความจริงไม่พ้น หากไปเชื่อในสิ่งที่ทนาย เอ็ม แนะนำในสิ่งที่ผิด คนที่ได้ประโยชน์คือทนาย สุดท้ายผู้ต้องหาจะต้องรับกรรม "ติดคุก"

ในเรื่องนี้ทีมข่าวไปสอบถาม พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ รองแต้ม หลังกระติกรับสารภาพว่าดื่มไวน์บนเรือ 6 ขวด ไม่ใช่ 3 ขวด จะมีผลทางคดีอย่างไรบ้าง

รองแต้ม บอกว่า การรับสารภาพของกระติก ทำให้เชื่อได้ว่า แก๊งสปีดโบ้ทดื่มไวน์จนเมา และยังทำให้ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีน้ำหนักมากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาของศาล

ล่าสุด นาย อิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยภายหลัง อัยการศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี พิจารณาบันทึกฟ้องด้วยวาจาคดีของกระติก ว่า พนักงานอัยการยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ในประเด็นหลักการเสียชีวิต อาจจะมีความเกี่ยวเนื่องกัน พนักงานอัยการจึงขอคืนตัวกระติกผู้ต้องหาในคดี พร้อมบันทึกฟ้องด้วยวาจากลับให้พนักงานสอบสวนให้ส่งสำนวนคดีมาพร้อมกับคดีหลัก คือการเสียชีวิตของแตงโม หรือจะแยกสำนวนมาก็ได้ เพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณา เพราะถ้าวันนี้พนักงานอัยการรับตัวส่งฟ้องศาล ไปแล้ว แต่คดีหลักมีผลอย่างหนึ่งอย่างใดเปลี่ยนแปลง หรือมีข้อหาอะไรเพิ่มเติม จะไม่สามารถรื้อคดีมาตัดสินใหม่ได้

ประกอบกับก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดมีหนังสือเวียนให้อัยการทั่วประเทศว่า กรณีบันทึกฟ้องด้วยวาจาหาก มีความสลับซับซ้อนให้ส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนสอบสวนสิ้นกระแสความก่อน ส่วนกรอบระยะเวลา 48 ชั่วโมง ตามระเบียบของคดีให้การเท็จต้องส่งฟ้องสามารถที่จะให้อัยการสูงสุดพิจารณาขยายเวลาได้

คุณอาจสนใจ

Related News