สังคม

แม่ร้อง! สาวสองกระชากลูกพิการขาลีบตก จยย. ก่อนรุมตบ เตะซ้ำจนน่วม แต่ ตร.ขอให้ยอมความ

โดย panisa_p

18 พ.ค. 2565

143 views

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 18 พ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานงานจากนางอ้อย อายุ 37 ปี ระบุว่าลูกสาวที่พิการขาลีบทั้ง 2 ข้างเป็นโรคโปลีโอถูกสาวประเภทสองทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้รุดไปยังบ้านพักภายในซอยโหนทรายทอง ถ.ศรีเสนา ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น


โดยได้พบกับนางอ้อย ซึ่งเป็นมารดาของ น.ส.เอ อายุ 15 ปี โดยได้เปิดคลิปขณะที่ลูกสาวถูกสาวประเภทสองกระชากตกลงมาจากรถจักรยานยนต์ขณะนั่งอยู่บนรถ โดยรถจอดอยู่บริเวณจุดชมวิวเขารัง ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต


จากนั้นได้ตบหน้าและเตะซ้ำตามร่างกายหลายครั้ง แม้น้องจะร้องไห้พร้อมกับบอกว่าเจ็บขาที่พิการทั้ง 2 ข้าง แต่มีเสียงกลุ่มเพื่อนของสาวประเภทสองเชียร์ให้เตะและตบต่อ โดยมีชายวัยรุ่นที่มากับน้องที่ถูกทำร้ายเข้าห้ามปราบ แต่ไม่เป็นผล พร้อมกับถูกสาวประเภทสองข่มขู่ไม่ให้มายุ่ง จากนั้นคลิปได้ตัดไป โดยภาพที่ปรากฏในคลิปสร้างความปวดร้าวจิตใจให้กับคนเป็นแม่อย่างมาก มิหนำซ้ำยังบังคับให้ลูกสาวกราบเท้า เพื่อให้หยุดทำร้ายอีกด้วย


นางอ้อย แม่ของน้องเอกล่าวว่า เพิ่งเห็นคลิปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ถึงกับตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามลูกสาวจึงรู้ความจริงทั้งหมด จากนั้นได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต โดยจำวันและเวลาไม่ได้ เนื่องจากบันทึกประจำวันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอกลับคืนไป หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้โทรตามสาวประเภทสองมาเคลียร์ปัญหาที่ สภ.เมืองภูเก็ต


โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามไกล่เกลี่ยให้แม่ยอมความและจบ ๆ กันไป หลังจากกลับมาบ้านลูกสาวบอกว่าคู่กรณีโทรมาบอกอย่านำคลิปไปเผยแพร่ให้กับนักข่าวหรือเพจต่างๆรู้นะ ตนจึงตัดสินใจส่งข้อความไปยังเพจโหดจัง จังหวัดภูเก็ต เพื่อให้แอดมินช่วยเหลือเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับลูกสาวที่ถูกทำร้ายร่างกาย ทั้ง ๆ ที่เป็นเด็กพิการ


ด้านน้องเอเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทางฝ่ายคู่กรณีที่เป็นสาวประเภทสองกล่าวหาว่าตนเองไปพูดจาท้าทายกับสาวประเภทสองในกลุ่ม แต่ความจริงแล้ว ไม่เคยพูด จึงนัดออกไปเคลียร์ปัญหากันบนจุดชมวิวเขารัง และภาพก็ปรากฎตามคลิปดังกล่าว โดยหลังจากทำร้ายร่างกายตนเองแล้ว ถ้าอยากจะจบก็ต้องกราบเท้า ตนจึงต้องกราบ


โดยมีคลิปเป็นหลักฐาน ซึ่งอยากได้ความเป็นธรรม แม้ว่าแม่จะเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองภูเก็ตแล้วก็ตาม แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไกล่เกลี่ยกัน เพื่อขอให้จบกัน ซึ่งก็ได้ไปตรวจร่างกายที่ รพ.ไว้เป็นหลักฐาน แต่ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะทางตำรวจต้องการให้จบมากกว่าจะดำเนินคดี

คุณอาจสนใจ