สังคม

ชาวขอนแก่นร้อง นายทุนซื้อที่ดินหลาย 10 ไร่ แต่ล้อมรั้วกินพื้นที่ชาวบ้าน หวั่นถูกฮุบ

โดย panwilai_c

13 ธ.ค. 2564

36 views

นายทุนซื้อที่ดินหลายสิบไร่ แต่ล้อมรั้วกินพื้นที่เขตที่นาชาวบ้าน สำนักสงฆ์ และเขตป่าสงวน ชาวบ้านโร่ร้องศูนย์ดำรงธรรมตรวจสอบด่วน หวั่นที่ดินของชุมชนตกเป็นของนายทุนแบบมีเงื่อนงำ



เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ธ.ค.2564 ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ชั้น 1 ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสุวิทย์ อินนาม ประธานชมรม Storng จิตพอเพียงต้านทุจริตคอรัปชั่น จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยชาวบ้าน บ.หนองโน ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่นเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการครอบครองที่ดินของกลุ่มนายทุนจากกรุงเทพฯ ที่ได้มีการล้อมรั้วในที่ดินของชาวบ้าน รวมทั้งเขตสำนักสงฆ์และพื้นที่ป่าสงวนติดกับเทือกเขาภูเม็ง อ.หนองเรือ หวั่นถูกนายทุนฮุบที่ดินไปโดยไม่ถูกต้อง โดยมีนายพงศ์พล ภูพุฒ นิติกร ประจำศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น ทำการรับเรื่องและทำการสอบสวนตามระเบียบและขั้นตอนของศูนย์ดำรงธรรม



นางมาตย์ แนบตู้ อายุ 68 ปี อยู่ที่ ม.8 บ.หนองโน ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ที่ดินของตนเองนั้นถูกนายทุนล้อมรั้วกินพื้นที่ไปหลายสิบไร่ ซึ่งก็ไม่ทราบว่านายทุนดังกล่าวนั้นเป็นใครรู้จากคนที่มาล้อมรั้วว่าเป็นนายทุนจากกรุงเทพฯ ที่อ้างว่าซื้อที่ดินในละแวกดังกล่าวของชุมชนไปแล้ว ซึ่งนอกจากการล้อมรั้วกินที่นาของตนเองแล้วยังคงรวมไปถึงที่ดินของสำนักสงฆ์ บ.หนองโน รวมทั้งเขตป่าสงวนติดกับเทอกเขาภูเม็ง


ซึ่งเรื่องนี้ได้แจ้งให้กับกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ทราบแล้ว ซึ่งทุกฝ่ายก็เร่งหาทางออกและประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเรื่องก็เงียบหายไป ตนเองและครอบครัวนอนไม่หลับมาหลายเดือน จึงตัดสินใจเดินทางจาก อ.หนองเรือ มายื่นเรื่องที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อให้ศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งตั้งขึ้นโดยนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคลายทุกข์ รวมทั้งคลายข้อสงสัยให้กับชาวบ้านได้ทราบด้วย ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นถูกต้องหรือไม่



“เมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา อยู่ๆก็มีเจ้าหน้าที่มาทำการล้อมรั้วที่ดินของตนเอง ทั้งยังคงขยายวงไปในเขตสำนักสงฆ์และเขตป่าสวน รวมทั้งลำธารของชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจากการสอบถามก็ทราบว่ามีนายทุนมาซื้อที่ดินในจุดดังกล่าวไปแล้วกว่า 20 ไร่ ซึ่งตนเองและครอบครัวก็งง ว่าใครขายที่ดินเพราะไม่ทราบเรื่อง จึงเกิดการโต้เถียงและนำเรื่องไปปรึกษากำนันและผู้ใหญ่บ้าน แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ที่มาล้อมรั้วแจ้งความว่าตนเองนั้นบุกรุกทั้งที่เป็นที่นาที่ดินของตนเอง จึงนอนไม่หลับมานานหลายเดือน ก่อนตัดสินใจที่จะเดินทางมาพร้อมกับเครือข่ายชมรมฯ เพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเพราเกรงว่าจะเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเมือกเขาภูเม็งนั้นเป็นพื้นที่ต้นน้ำ เป็นพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งการล้อมรั้วของนายทุนดังกล่าวกินพื้นที่ไปมากเลยทีเดียว”

คุณอาจสนใจ

Related News