สังคม

DSI ยันดำเนินคดี Forex-3D เท่าเทียม หลังสังคมยกเคส 'พิ้งกี้' เทียบ 'ใบเตย-ดีเจแมน'

โดย panwilai_c

1 ธ.ค. 2565

311 views

หลังจากเมื่อวานนี้ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นางสาวสาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ ดารานักแสดงที่เป็นหนึ่งในจำเลยคดีแชร์ Forex3D ซึ่งคดีนี้กลุ่มนี้จะนัดสืบพยานโจทก์ปากแรกในเดือนสิงหาคมปีหน้า ขณะที่ผู้ต้องหากลุ่มที่ 3 ในคดีเดียวกันนี้จำนวน 14 คน จากทั้งหมด 16 คนนั้น ดีเอสไอกำลังทยอยสรุปสำนวนคดีเพื่อนำส่งพนักงานอัยการ



นางสาวสาวิกา ไชยเดช หรือพิ้งกี้ เป็นจำเลย ที่ 2 และมารดาเป็นจำเลยที่ 3 จากจำนวน 19 คน ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอพบว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้อง กรณีชักชวนลงทุนForex-3D ซึ่งพบว่าเป็นแชร์ลูกโซ่



โดยคำฟ้องพนักงานอัยการ ระบุว่าจำเลยทั้ง 19 มีลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยใช้ความเป็นดารา นักแสดงที่มีชื่อเสียง เข้าไปหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อจนนำเงินไปร่วมลงทุน มีผู้เสียหายมากถึง 9,824 คน



การส่งฟ้องจำเลย ทั้ง 19 คนนี้ มีพี่ชายของพิ้งกี้ เป็นจำเลยที่ 1 พิ้งกี้เป็นจำเลยที่ 2 และมารดาของเธอเป็นจำเลยที่ 3 ร่วมกับคนอื่น รวม 19 คน



ย้อนกลับไปปี 2562 คณะกรรมการคดีพิเศษของดีเอสไอ มีมติรับคดีหลอกลวงForex-3D เป็นคดีพิเศษเพราะมีผู้เสียหายถึง 9824 คน ความเสียหายเฉพาะที่แจ้งความไว้ขณะนั้นประมาณ 2489 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายที่ไม่ได้แจ้งความเพราะความอับอาย ที่ดีเอสไอประเมินความเสียหายกว่า 4 หมื่นล้านบาท



หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลแล้ว พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้นำสำนวนส่งพนักงานอัยการ ซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องทั้งหมด 3 สำนวน คือ



คดีแรก มีนายอภิรักษ์ โกฎธิ กับพวกรวม 4 คน ในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.ก.ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป้นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน



คดีที่สอง ได้แยกฟ้องนายสุภิญโญ มีสมปราชญ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีแรกอยู่ด้วย แต่แยกมาฟ้องอีกสำนวน ซึ่งรวม 2 สำนวนนี้มีผู้ต้องหารวม 5 คน ต่อมา ศาลสั่งให้รวม 2 สำนวน พิจารณาเป็นคดีเดียวกัน



และคดีที่สาม ยื่นฟ้องนายกิตติเชษฐ์ หรือสรายุธ ไชยเดช ซึ่งเป็นพี่ชายของพิ้งกี้ พร้อมพริ้งกี้ /มารดา และคนอื่นๆรวม 19 คน



ซึ่งการยื่นฟ้องเมื่อ 18 สิงหาคมนั้น ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวทั้งหมด ทำให้ถูกแยกไปคุมขัง กระทั่งเมื่อวานนี้ ที่มีเพียงนางสาวสาวิกา หรือพิ้งกี้เพียงคนเดียวที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว โดยคดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรก วันที่10 สิงหาคม ปีหน้า



อย่างไรก็ตาม นอกจากจำเลยรวม 24 คนดังกล่าวแล้ว พนักงานอัยการได้แนะนำได้คำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องอีก 16 คน ซึ่งรวมถึงดารา-นักแสดง หลายคน เพราะมีหลักฐานความเชื่อมโยงค่อนข้างชัด และต่อมา ดีเอสไอ ได้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อกล่าวหา 14 คน จากทั้งหมด 16 คน ตามคำแนะนำของพนักงานอัยการ



ซึ่ง 16 คนนี้ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ 3 ของคดี โดยแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา คือ ร่วมกันฉ้อโกงประชาชชน/ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พร้อมกันนี้ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาชาวต่างชาติอีก 2 คน หลบหนีไปแล้ว



และในจำนวน 14 คน ที่แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วนั้น มี 3 คนที่สรุปสำนวนคดีแล้วเสร็จ ส่วนที่เหลืออีก 11 คน รวมถึงนายพัฒนพล มินทะขิน หรือดีเจแมน และนางสาวสุธีวัน กุญชร หรือใบเตย ดารานักร้อง



โดยดีเอสไอระบุว่าเหตุที่ยังสรุปสำนวนคดีไม่ได้ เพราะรอหลักฐานเอกสารการเงินที่ผู้ต้องหาต้องใช้เวลาขอจากสถาบันการเงิน ซึ่งมีหลายขั้นตอนตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แต่ดีเอสไอได้ประสานกับสถาบันการเงินนั้นๆด้วย เพื่อยืนยันการใช้เอกสารหรือสเตทเม้นท์ พร้อมกับให้เวลา ผู้ต้องหา ยื่นหลักฐานให้ครบ ภายในวันที่ 6 ธันวาคมที่จะถึงนี้ เพื่อจะเริ่มสรุปสำนวนคดีอีก 11 คดีที่เหลือ



ก่อนหน้านี้มีการตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดการรวบรวมสำนวนคดีผู้ต้องหากลุมที่ 3จึงยังล่าช้า โดยมีการเปรียบเทียบกับคดีกลุ่มที่ 2ซึ่งพิ้งกี้ถูกคุมขังนาน 3 เดือน จนได้ประกัน แต่สำนวนผู้ต้องหากลุ่มที่ 3 กลับยังไม่แล้วเสร็จ



ขณะที่ร้อยตำรวจเอกวิษณุ ฉิมตระกุล ผู้อำนวยการกองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ ของดีเอสไอ ยืนยันว่าทั้งสองคดีใช้เวลาดำเนินการราว 1 ปีเพียงแต่สังคมไม่ทราบว่าก่อนหน้านั้นได้ดำเนินการคดีพิ้งกี้และครอบครัวมาระยะหนึ่งแล้ว กระทั่งตอนนี้ที่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมุลส่วนบุคคล หรือ PDPA ที่ธนาคารเข้มงวดเอกสารการเงิน จึงต้องใช้เวลามากขึ้น และยืนยันว่า จะส่งสำนวนคดีและผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการได้ในต้นปีหน้าแน่นอน

คุณอาจสนใจ

Related News