สังคม

ตร.พบ “ดารุมะ” คล้ายแชร์ลูกโซ่ เล็งประสานตำรวจสากล ช่วยตามตัวเจ้าของแบรนด์

โดย pattraporn_a

20 มิ.ย. 2565

170 views

ผู้เสียหายจากการซื้อคูปองร้าน ดารุมะ ซูชิ ร้องตำรวจ เร่งตามจับเจ้าของแฟรนไชน์ มาดำเนินคดี ขณะผู้ร่วมธุรกิจ ขอให้ ปปง.สอบเส้นทางการเงินด้วย


ความเดือดร้อนของผู้บริโภค ที่ซื้อคูปองร้านซูชิ ดารุมะ ซึ่งมีผู้นิยมบริโภคที่ซื้อไว้รอโอกาสไปใช้บริการ แต่ตอนนี้ทุกสาขาของร้านดังกล่าว ไม่เปิดให้บริการแล้ว และผู้ร่วมธุรกิจที่ซื้อแฟรนด์ไชส์ไปก็เสียหายด้วย จึงรวมตัวกันร้องเรียนให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีและคืนเงินให้ผู้เสียหาย


ผู้เสียหายจากการซื้อคูปองร้านดารุมะ ซูชิ รวมตัวไปแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม การกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค คือ ปคบ.เพื่อให้เข้าเอาผิดเจ้าของแฟรนด์ไชส์ และผู้เกี่ยวข้อง ข้อหาฉ้อโกงประชาชน , ความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ และพรบ.ฟอกเงิน หลังจากมีผู้บริโภคอย่างน้อย 400 คน ซื้อคูปองที่ร้านอาหารนี้เปิดขาย เพื่อให้บริการแบบบุฟเฟต์ แต่ถึงเวลากลับใช้บริการไม้ได้ และทุกร้านที่เป็นแฟรนด์ไชส์ ก็หยุดบริการทั้งหมด ตอนนี้มีความเสียหายเบื้องต้นเป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท


ผู้ร้องเรียนคนหนึ่ง บอกว่าเคยไปทานบุฟเฟ่ต์ร้านนี้แล้วชอบและเห็นว่าคุ้ม จึงซื้อคูปองเพิ่ม จากนั้นก็พบว่ามีผู้สนใจร้านนี้มากเช่นกัน จึงลงทุนซื้อคูปองช่วงที่ลดราคาหรือมีโปรโมชั่น เพื่อไปขายต่อ โดยเริ่มต้นจากเงิน 2 พันบาท จนมีเงินหมุนเวียนราว 1 แสนบาท และเคยลงทุนซื้อสูงสุด 720 ใบ เป็นเงินราว 1.4 แสนบาท เพื่อกระจายขายให้ผู้สนใจในกลุ่มต่างๆ จนล่าสุด เหลืออยู่ราว 500 ใบ คิดเป็นเงินราว 1.2 แสนบาท แต่ตอนนี้ร้านกลับปิดให้บริการ


ผู้เสียหายคนนี้ยังระบุว่า เธอมีข้อมูลว่าเจ้าของแบรนด์หลบหนีออกนอกประเทศตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงเรียกร้องตำรวจเร่งติดตามตัวมารับผิดชอบต่อผู้เสียหายทุกคน


ผู้จัดการทั่วของบริษัทนี้ ระบุว่า เจ้าของเฟรนด์ไชส์จดทะเบียนเป็นรูปแบบบริษัท จ่ายเงินให้พนักงานตามปกติ แต่ไม่มีสำนักงาน โดยเจ้าของเฟรนดไชส์ทำหน้าที่จ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ พนักงาน รวมถึงส่วนแบ่งให้ผุ้ร่วมธุรกิจในฐานะร้านที่เป็นแฟรนด์ไชส์ โดยพนักงานคนอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แม้แต่เอกสารที่เกี่ยวกับกิจการ ก็จะใช้วิธีส่งผ่านไลน์ หรือบริการรับส่งเอกสาร ไปที่บ้านพักของเจ้าของเฟรนด์ไชส์ดังกล่าว โดยไม่เคยเห็นที่ตั้งสำนักงานบริษัทเลย


พันตำรวจเอกเชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการ ปคบ.ระบุว่าผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ บก.ปคบ.เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้จากผู้เสียหายทั้งฝ่ายที่มี และที่จะมีในอนาคต โดยหากมีผู้เสียหายเพิ่มเติม ให้แจ้งความดำเนินคดีที่ บก.ปคบ.ได้ พร้อมระบุว่ากรณีที่เจ้าของเฟรนด์ไชส์ ให้ผู้ร่วมธุรกิจลงทุนเป็นเงิน โดยให้เจ้าตัวจะบริหารงาน และแบ่งสัดส่วนเปอร์เซนต์ให้ จะเข้าข่ายเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ ยังต้องตรวจสอบเอกสารและสอบปากคำเพิ่มเติม


วันเดียวกันนี้ มีผู้ร่วมธุรกิจกับแฟรนด์ไชส์นี้ เข้าแจ้งความให้เอาผิดเจ้าของแบรนด์นี้ ฐานหลอกให้ลงทุนเปิดร้าน แต่กลับไม่ส่งวัตถุดิบของอาหารให้ จนปิดร้านและเสียเงินที่ลงทุนไปราว 2 ล้านบาท ผู้เสียหายคนนี้ ระบุว่าเธอร่วมลงทุนเปิดร้านภายใต้แบรนด์นี้ ที่เขตสายไหม โดยมีข้อตกลงว่า เงินที่ลงทุนไปจะบริหารจัดการโดยเจ้าของเฟรนด์ไชส์ และจะปันผลให้ร้อยละ 10 จากยอดขายทั้งหมด คืนให้ผู้ร่วมธุรกิจทุกเดือน


ที่ผ่านมา เธอโอนเงินรายได้ให้เจ้าของแฟรนด์ไชส์ เพื่อเข้าสู่บัญชีบริษัท และจากการที่เปิดร้านมา 3 เดือนนั้น ได้รับปันผลมาแล้ว 2 เดือน เดือนละประมาณ 1 แสนบาท จนถึงเดือนที่ 3 ไม่ได้รับเงินปันผล และร้านก็ไม่ได้รับวัตถุดิบที่จะมาปรุงอาหารให้ลูกค้า ทำให้เปิดบริการไม่ได้


ขณะที่ผู้เสียหายอีกคนระบุว่า ลงทุน 2.5 ล้านบาท เพื่อจะเปิดร้านที่ย่านวัชรพล ในวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่กลับไม่ได้รับวัตถุดิบมาบริการลูกค้า ทำให้เปิดไม่ได้


ตอนนี้ผู้ซื้อคูปอง และผู้ร่วมลงทุนที่เสียหายแล้ว ยังมีลูกจ้างของร้านอีก 27 สาขา ที่ต้องปิดไป รวมประมาณ 300 คน ที่เดือดร้อนเพราะถูกเลิกจ้าง มีรายงานว่าเจ้าของเฟรนด์ไชส เดินทางออกนอกประเทศ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงดังกล่าว ซึ่งเป็นช่วงที่ร้านที่เป็นสาขาในชื่อ ดารุมะ ทะยอยปิดประกาศหน้าร้านว่าปิดให้บริการชั่วคราว กระทั่งข้อเท็จจริงเริ่มปรากฎ


ตอนนี้ตำรวจ พนักงานสอบสวน อยู่ระหว่างเร่งสอบปากคำ และตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ โดยเบื้องต้นพบว่ามีความคล้ายคลึงกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งหากพนักงานสอบสวน ขอหมายจับเจ้าของเฟรนด์ไชส์จากศาลได้แล้ว ตำรวจทุกพื้นที่มีอำนาจจับทันทีหากพบตัว และในกรณีอยู่นอกประเทศ ก็จะประสานตำรวจสากล หรือ interpol ให้ติดตามตัวมาดำเนินคดีได้

คุณอาจสนใจ

Related News