สังคม

“บิ๊กโจ๊ก” ยังไม่พบคนไทยเกี่ยว โรฮิงญาถูกทิ้งกลางเกาะ จี้เข้มงวดป้องกันเส้นทางค้ามนุษย์

โดย pattraporn_a

5 มิ.ย. 2565

35 views

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล สั่งตรวจสอบเส้นทางโรฮิงญาถูกทิ้งกลางเกาะสตูล เข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่ ยังไม่พบคนไทยเกี่ยวข้อง จี้หน่วยงานทางทะเล เข้มงวดป้องกันเส้นทางค้ามนุษย์เดิม


ชาวโรฮิงญา 59 คนที่ถูกทิ้งไว้ที่เกาะกลางทะเลสตูล ได้รับการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมจากทางการไทย และต้องเข้าสู่กระบวนการคัดแยกว่าเป็นเหยื่อจากขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามการสืบสวนสอบสวน เบื้องต้นยังไม่พบคนไทยเกี่ยวข้อง แต่สั่งการทุกหน่วยโดยเฉพาะชุด ศรชล.ที่ดูแลความสงบเรียบร้อยทางทะเล เข้มงวดในการป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองรวมถึงการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา เพราะเป็นเส้นทางเดิม 


ชาวโรฮิงญา 59 คน ที่มีผู้ชาย 31 คน ผู้หญิง 23 คน และ เด็ก 5 คน ได้รับการช่วยเหลือนำมาพักไว้ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแกน ที่ 436 อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เพื่อทำการคัดกรองโรคโควิด-19 รวมถึงโรคฝีดาษลิง และทำการตรวจสุขภาพ หลังจากพบถูกทิ้งไว้เกาะกลางทะเล บริเวณเกาะบูตัง หมู่เกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล และทำการคัดแยกเหยื่อ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยสหวิชาชีพ ร่วมทำการบันทึกประวัติและซักถามผ่านล่าม


ซึ่งพลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ด่วนในวันนี้ตามคำสั่งการของพลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญาชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีครอบครัว ปราบปรามการค้ามนุษย์และภาคประมง ประชุมร่วมกับหน่วยงนที่เกี่ยวข้องพบว่า


ชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ เดินทางออกจากรัฐยะไข่ของพม่า เพื่อมุ่งหน้าไปหางานทำที่ประเทศศรีลังกา แต่คลื่นลมแรงมาก จึงต้องย้อนกลับไปประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีเรือ 3 ลำ โดยลำแรก ถูกทางการมาเลเซีย จำกุมได้ ที่ใกล้เกาะลังกาวี ของมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 พ.ค.จำนวน 31 คน และจากนั้นวันที่ 24 พ.ค. เรือลำที่ 2 ก็ถูกจับกุมอีก 199 คน ทำให้ลำที่ 3 ทราบข่าว จึงนำ 59 คนมาทิ้งไว้บริเวณเกาดง และเจ้าหน้าที่ไทยให้การช่วยเหลือนำขึ้นฝั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา เพื่อให้การช่วยเหลือทางมนุษยธรรม เพราะคนเหล่านี้อยู่ในสภาพอ่อนเพลีย โดยบางส่วนพบว่ามีบัตรผู้ลี้ภัยของ UNHCR จึงประสานมาให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว


สำหรับจุดที่พบชาวโรฮิงญาถูกทิ้งไว้เกาะกลางทะเลใกล้เกาะหลีเป๊ะ เป็นเส้นทางเดิมที่เคยพบเรือโรฮิงญา เมื่อ 8 ปีก่อนและเป็นเส้นทางของขบวนการค้ามนุษย์ที่เคยถูกดำเนินคดีกว่า 100 คน ทำให้มีการตั้งคำถามว่า เป็นการกลับมาของขบวนการค้ามนุษย์หรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้น พลตำรวจโท สุรเชษฐ์​ เปิดเผยว่ายังไม่พบคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ต้องสืบสวนสอบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยง เพราะเป็นไปไม่ได้ ที่เรือชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ ซึ่งให้การยอมรับว่า อยู่กลางทะเลมาแล้ว 2 เดือนนั้น จะต้องเติมน้ำมันและส่งอาหาร จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีผู้สนับสนุน


"เป็นไปไม่ได้ที่เรือจะอยู่กลางทะเล 2 เดือน โดยไม่เติมน้ำมัน ต้องตรวจสอบว่าใครเติมน้ำมันให้ นำอาหารให้ มีใครเดี่ยวข้องหรือไม่ มีการบังคับข่มขู่หรือไม่ รวมถึงผู้โดยสาร 59 คนสันนิษฐานว่าต้องมีคนทำหน้าที่ผู้คุม คนเหล่านี้ต้องตกเป็นผู้ต้องหา จึงต้องสืบสวนสอบสวน การช่วยเหลือ และการผลักดันถ้าดำเนินการได้"

คุณอาจสนใจ

Related News