สังคม

รมว.แรงงาน เยือนซาอุฯ ลงนามข้อตกลงจัดหาแรงงาน ฟื้นสัมพันธ์ในรอบ 32 ปี

โดย pattraporn_a

27 มี.ค. 2565

33 views

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางเยือนประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อลงนามในความตกลงว่าด้วยการจัดหาแรงงานอย่างเป็นทางการกับซาอุดิอาระเบีย ในรอบ 32 ปี หลังจากนายกรัฐมนตรี ร่วมสถาปนาฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ภายใน 2 เดือนมีการพัฒนาความสัมพันธ์ในทุกด้าน โดยเฉพาะแรงงานไทยใช้เวลาเพียง 59 วันในการลงนามความตกลงได้สำเร็จ


กรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดิอาระเบีย กำลังพัฒนาในหลายด้าน คนไทยที่เป็นพี่น้องมุสลิมจะคุ้นเคยกับประเทศซาอุดิอาระเบียมากที่สุดในช่วงที่มีการลดความสัมพันธ์ เพราะยังได้รับโอกาสให้มาทำพิธีฮัจจญ์ในนครมักกะฮ์ และ เมนิดส นอกเหลือจากแรงงานไทยบางส่วนที่ยังคงทำงานมาตั้งแต่ 30 กว่าปีก่อนเพราะนายจ้างไว้วางใจ


หลังจากพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือน ราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ตามคำเชิญเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นการฟื้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ในรอบ 32 ปี


ผ่านมา 59 วัน มีความคืบหน้าในการนำเข้าแรงงานไทยมายังซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นความสำคัญเรื่องแรกๆที่ซาอุดิอาระเบียต้องการจากไทย โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินทางมายังกรุงริยาด ซาอุดิอาระเบีย เพื่อร่วมลงนามความตกลงว่าดวยการจัดหาแรงงาน และแรงงานในบ้าน ระหว่าง กระทรวงแรงงาน ราชอาณาจักรไทย และกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคม แห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบียในวันที่ 28 มีนาคม


ซึ่งถือเป็นข้อตกลงที่มีขึ้นหลังจาก ที่ ดร.อัฎนัน อับดุลลาห์ อัล-นาอิม รัฐมนตรีช่วยด้านต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคมเดินทางไปเยือนไทย เมื่อวันที่ 14-15 มีนาคม ยินดีจะนำเข้าแรงงานไทยไปทำงานทั้งแรงงานทั่วไป แรงงานทำงานในบ้าน และบุคลากรทางการแพทย์ ถือเป็นความสำเร็จ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเห็นว่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีที่สามารถนำแรงงานไทยเข้าชุดแรกให้แล้วเสร็จภายใน 5-6 เดือน โดยจะเป็นการนำเข้าแรงงานแบบรัฐต่อรัฐ เพราะนายกรัฐมนตรี ยังไม่อยากให้ดำเนินการผ่านเอกชนเพื่อลดค่าใช้จ่ายไม่ให้กระทบกับแรงงาน


นายสธน เกษมสันต์ ณ อยุธยา อุปทูต ณ กรุงริยาด ซาอุดิอาระเบีย ยอมรับว่า หลังการฟื้นความสัมพันธ์ สถานการณ์ดีขึ้นในทุกด้าน ทั้งการเปิดเที่ยวบินตรงซาอุ-กรุงเทพ โดยสายการบินแห่งชาติของซาอุดิอาระเบีย และมีการเปิดให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว ขอวีซ่าเข้ามาได้ตามปกติแล้ว และที่สำเร็จรวดเร็ว คือการนำเข้าแรงงาน ที่ยังเป็นที่ต้องการของนายจ้างชาวซาอี ซึ่งปัจจุบันยังมีแรงงานไทยเหลืออยู่อีกไม่ต่ำกว่า 8,000 คน มีบางส่วนที่ถูกกฏหมาย บางส่วนที่ไม่ถูกกฏหมายก็หวังว่าจะทำให้ถูกต้องนับจากนี้ และนอกจากงานด้านก่อสร้าง งานในบ้าน งานธุรกิจโรงแรม ยังมีงานบุคลากรทางการแพทย์


ส่วนความสัมพันธ์ทางการทูตในช่วง 32 ปีที่ผ่านมา ไทยและซาอุดิอาระเบีย ไม่มีเอกอัครราชทูต ประจำสถานเอกอัครราชทูต ทั้ง 2 ประเทศ ที่จะมีการแต่งตั้งเพื่อยกระดับความสัมพันธ์อย่างสมบูรณ์

คุณอาจสนใจ