สังคม

'บิ๊กโจ๊ก' ยันเอาผิดผู้บุกรุกโบราณสถานสงขลา เตรียมส่งฟ้อง 3 ราย ชดใช้ค่าเสียหาย

โดย panwilai_c

25 มี.ค. 2565

480 views

ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เร่งรัดการดำเนินคดีผู้บุกรุกโบราณสถานสงขลาเมืองเก่า ล่าสุด สภ.สิงหนคร และกองบังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสงขลา ได้รวบรวมหลักฐานเตรียมส่งฟ้องผู้ต้องหา 3 ราย ในพื้นที่ความเสียหาย 2 จุด และเตรียมเอาผิดทางแพ่ง ให้ชดใช้ความเสียหาย และให้ทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่ไม่ให้บุกรุกพื้นที่โบราณาสถานด้วย



พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับ ข่าว 3 มิติ หลังได้สั่งการติดตามคดีบุกรุกโบราณสถานสงขลาเมืองเก่า อ.สิงหนคร จ.สงขลา ตั้งแต่มีการแจ้งความ เพราะเป็นคดีสำคัญที่ผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง ซึ่งทาง พ.ต.อ.เสวี วุ่นหนู สภ.สิงหนคร และ พ.ต.อ.อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดสงขลา ยืนยันว่าได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 3 ราย เตรียมส่งฟ้องศาล คาดว่าภายใน 3 สัปดาห์นี้ หลังกรมศิลปากร และกรมป่าไม้ ส่งหลักฐานประเมินความเสียหาย โดยยืนยันว่าตำรวจดำเนินคดีอย่างเต็มที่ในการปกป้องสมบัติของชาติ และเตรียมฟ้องทางแพ่งให้ผู้ต้องหาชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย



สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีในพื้นที่เสียหายบริเวณภูเขาน้อย ซึ่งพบการเปิดทางเดินรถกว้าง 4 เมตร ยาว 220 เมตร มีพื้นที่เสียหายประมาณ 3 ไร่ จากด้านหลังป้อมหมายเลข 9 ไปถึงฐานเจดีย์ภูเขาน้อย มีผู้ต้องหา 2 ราย ประกอบด้วย นายปอน เลิศเฉลิมวงศ์ ผู้ต้องหาที่ 1 ให้การปฏิเสธโดยระบุว่าได้รับการว่าจ้างจาก นางสาวจันธิมา จันทร์สว่าง ผู้ต้องหาที่ 2 ให้ทำการปรับพื้นที่บริเวณบ้าน แต่ไม่ทราบเขตที่แน่นอน จึงได้ปรับพื้นที่เข้าไปในพื้นที่ของทางราชการ



ขณะที่นางสาวจันทิมา ยืนยันเช่นกัน ว่าผู้รับเหมาทำไปโดยไม่รู้ ส่วนจุดที่มีการขุดบ่อดิน นางจันทิมา บอกว่าไม่ทราบว่าใครไปขุด เนื่องจากมีอยู่ก่อนนางสาวจันทิมา จะย้ายมาอยู่บ้านหลังนี้แล้วไม่ต่ำกว่า 15 ปี โดยนางสาวจันทิมา ให้การว่าการปรับพื้นที่เพื่อให้เป็นที่ราบสำหรับการเลี้ยงสุนัขที่มีมากกว่า 200-300 ตัว ซึ่งพร้อมจะชดใช้ความเสียหาย



ส่วนจุดที่เสียหายในพื้นที่หัวเขาแดง มีการดำเนินคดีกับ นายสมบัติ เหาตะวานิช ทั้งในความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.โบราณสถาน โดยนายสมบัติ ยืนยันว่าไม่มีเจตนาจะทำลายโบราณสถาน แต่ยอมรับว่าได้ว่าจ้างรถแบคโฮไปปรับพื้นที่ในเส้นทางเดิมที่มีอยู่แล้วให้กว้างขึ้น

เพื่อสะดวกแก่ผู้ที่มาเดินและปั่นจักรยานออกกำลังกาย และนักท่องเที่ยวไปสักการะเจดีย์องค์ขาว องค์ดำ และระบุว่าได้ซื้อที่ดินจากนายวิเชียร นวนฉิ้น เมื่อ 13-15 ปีก่อน จึงได้ปลูกสวนยาง และเริ่มมีคนเดินออกกำลังกาย นายสมบัติ จึงมีแนวคิดขยายเส้นทาง โดยเริ่มปรับพื้นที่ในต้นเดือนมกราคม และนายสมบัติ ได้ว่าจ้าง นายเทพชัย คงเทพ และนายธนาเทพ ปิยะพงษ์ ในการใช้รถแบคโฮ เปิดเส้นทางและขุดดิน โดยพร้อมจะชดใช้ความเสียหาย

คุณอาจสนใจ

Related News