เปิดเส้นทางรถดูคาติคดี "หมอกระต่าย" ผ่านมาแล้ว 8 มือ โอนลอยทั้งหมด!

สังคม

เปิดเส้นทางรถดูคาติคดี "หมอกระต่าย" ผ่านมาแล้ว 8 มือ โอนลอยทั้งหมด!

โดย pattraporn_a

25 ม.ค. 2565

476 views

คำถามที่หลายคนคาใจ คือ เส้นทางของรถดูคาติ คันที่ สิบตำรวจตรี นรวิชญ์ ใช้ ว่าเป็นรถของกลางหรือไม่ และได้มาครอบครองได้อย่างไร ล่าสุดทีมข่าวตรวจสอบพบว่าผ่านมาแล้วอย่างน้อย 8 มือ


รถดูคาติคันนี้ ถูกซื้ออกมาจากร้านครั้งแรกวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ผู้ครอบครองคนแรก คือ นายไพฑูรย์ เสาร์หลวง ชาวอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ราคาแรกซื้ออยู่ที่ 4 แสนบาท ใช้อยู่ประมาณ 1 ปีกว่า นำไปแลกเปลี่ยนเป็นรถ ฮอนด้า CBR 1000 และเพิ่มเงินอีก 35,000 บาท กับ นายพิศิษฐ์ ขันทเวทย์ หรือ ต่อ ชาวจังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 62 โดยเป็นการโอนลอยไว้ กระทั่ง 20 สิงหาคม 2562 รถถูกปล่อยต่ออีกรอบ ไปที่ นายพิชัย สอนทอง ชาวจังหวัดสุรินทร์ อยู่ที่นี่เพียง 5 วัน 25 สิงหาคม ถูกขายต่อให้กับพ่อค้ารถชาวจังหวัดพิจิตร


จากนั้นระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 22 พฤศจิกายน 2562 ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าใคร เป็นผู้ครอบครอง เพราะเมื่อทีมข่าวไล่ตรวจสอบอีกครั้งพบว่า รถมาปรากฎว่าอยู่กับ นายอ้น ชาวพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 ก่อนจะถูกขายต่อไปในวันที่ 2 ธันวาคม 2562 ให้กับ นายสุชาติ ชาว กทม. ในราคา 1 แสนบาท ซึ่ง นายสุชาติ ได้ครอบครองรถคันนี้อยู่ถึง 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2562 ถึง 10 ธันวาคม 2564 และช่วงนี้เองที่ขาดการต่อทะเบียน เพราะรถเสียจอดอยู่เป็นปี


ก่อนที่ นายสุชาติ จะขายต่อให้กับพ่อค้า คือ นายปฏิภาณ ชาว กทม. เช่นกัน ในราคา 8 หมื่นบาท ในวันที่ 10 ธันวาคม 2564 และรถคันนี้ก็ตกมาอยู่ในมือของ สิบตำรวจตรี นรวิชญ์ ในวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ซึ่งซื้อมาในราคา 113,000 บาท แต่ยังไม่มีการโอนรถ ทำให้ต่อภาษีไม่ได้ กระทั่งเกิดอุบัติเหตุกับหมอกระต่าย



จากการตรวจสอบของทีมข่าวอาชญากรรม พบว่า รถคันนี้มีผู้ใช้จริงเพียง 3 คน คือ นายไพฑูรย์ คนแรกที่ซื้อ  นายสุชาติ ที่ซื้อมาเมื่อเดือนธันวาคม 2562 และ สิบตำรวจตรี นรวิชญ์ ที่เหลือคือพ่อค้าที่ซื้อมาขายไป หลายคนไม่ได้มีหน้าร้านแต่เป็นการขายผ่านเพจ ยืนยันว่าลูกค้าเขาได้ขายรถไปแล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าลูกค้าเขาได้ขายรถไปแล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



ทีมข่าวได้ติดต่อพูดคุยกับ นายหนุ่ย ผู้ที่รับซื้อรถเป็นมือที่ 3 และโพสต์ว่าเป็นรถของลูกค้าที่เกิดอุบัติเหตุ และเป็นรถของกลาง ชี้แจงว่า ขายรถไปตั้งแต่ 25 สิงหาคม 2562 ที่โพสต์แค่ต้องการยืนยันว่าลูกค้าเขาได้ขายรถไปแล้ว และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายสุชาติ เป็นคนที่ครอบครองรถนานถึง 2 ปี บอกว่า ซื้อรถคันนี้มาในราคา 1 แสนบาท เพื่อใช้ขี่ไปทำงาน ซึ่งห่างจากบ้านราว 5 กิโลเมตร แต่รถดูคาติคันดังกล่าวมีปัญหาหลายอย่าง จึงเกิดปัญหาจุกจิกเกี่ยวกับการใช้งานเช่นความร้อนของตัวรถทำให้เครื่องดับรวมถึงระบบ สตาร์ท และระบบการชาร์จไฟเข้าระบบแบตมีปัญหา จึงตัดสินใจจอดรถไว้เป็นปี เพราะไม่สามารถใช้งานได้ก่อนจะตัดสินใจขายต่อให้กับนายปฏิภาณ พร้อมยืนยันว่า รถคันดัง กล่าวมีเล่มทะเบียนถูกต้องไม่ใช่รถที่เคยถูกยึด


ทั้งนี้ กรณีทีมข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ พบว่า มีการจอดรถบิ๊กไบก์คันเกิดเหตุ หน้าแฟลตที่พักตำรวจหลังสน.พญาไท ไม่ได้นำไปไว้ยังจุดเก็บของกลาง ล่าสุดตำรวจสน.พญาไท ได้เคลื่อนย้ายรถบิ๊กไบก์มาจอดในห้องเก็บรถจยย.ของสน. พร้อมทั้งล็อกกุญแจอย่างดีไว้ ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว


โดยผกก.สน.พญาไท ระบุว่า ที่ต้องนำมาจอดจุดนี้ เป็นจุดจอดชั่วคราวเท่านั้นหลังจากนำไปตรวจสภาพรถ ไม่ได้มรเจตนาจะไม่ดูแลของกลาง แต่แค่นำมาจอดไว้ชั่วคราว


ชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/I4fiPMlh0Ck

คุณอาจสนใจ