เที่ยงวันทันเหตุการณ์

เหยื่อแจ้งความกลับ มือปราบการบูร แต่เห็นแก่อนาคต ตร. ไม่ขอแจ้ง ม.157

13 ม.ค. 2565

195 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.35 น.

กรณีตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ ตั้งด่านจับยาเสพติดพบซองการบูร คิดว่ายาเค ล่าสุดทนายไพศาลพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านและเจรจาจบลงด้วยดีไม่เอาผิดฐาน 157 แต่ขอให้เยียวยาผู้เสียหาย พร้อมดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายกับตำรวจที่เตะเสยคาง และอาสาตำรวจที่ทุบหลัง

ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ เดินทางมาพร้อมกับนายฮาซันและแม่และพี่สาว เข้าพบ พันตำรวจเอกอาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผู้กำกับ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจและอาสาประจำด่านตรวจคืนวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา

โดยมีหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิดในคืนเกิดเหตุ ขณะที่นายฮาซัน ถูกเจ้าหน้าที่ประจำด่านเรียกขอตรวจค้นรถยนต์และพบถุงซิปล็อคบรรจุเกล็ดสีขาวๆ (การบูร)ซึ่งตำรวจเข้าใจว่าเป็นยาไอซ์ หรือ ยาเค จึงขอคุมตัวนายฮาซันตรวจปัสสาวะและปรากฏว่า ปัสสาวะม่วง

ซึ่งนายฮาซันพยายามยืนยันกับตำรวจว่า ตัวเองไม่ได้เล่นยาเสพติดและถุงซิปล็อกก็ไม่รู้ว่าของใคร และเป็นจังหวะที่นายฮาซันก้มลงกราบวิงวอนขอร้องว่าอย่าจับผมเลย ผมไม่ได้เล่นยา วินาทีนั้นตำรวจนายหนึ่งสบัดปลายเท้าเสยหน้านายฮาซัน คล้ายกับการเตะ แต่ไม่แรงมาก

โดยทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ บอกว่าจากพยานหลักฐานที่มีเข้าองค์ประกอบความผิดในข้อหาทำร้ายร่างกาย , กักขังหน่วงเหนี่ยว และข่มขู่ รวมถึงความผิดตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ โทษสูงสุดถึงขั้นให้ออกจากราชการ แต่ขอพูดคุยเจรจากับทางเจ้าหน้าที่และผู้กำกับ สภ.สำโรงเหนือก่อนถึงแนวทางการดำเนินคดี

พร้อมฝาก ถึงตำรวจเรื่องการคัดเลือกอาสาฯมาทำงาน บางครั้งอาจทำให้ตำรวจเสื่อมเสีย ซึ่งอยากให้เป็นอุทาหรณ์ของสังคม เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันหมายถึงอนาคตของคนทั้งสองฝั่ง

ด้าน พันตำรวจเอก อาทิตย์ ซิ้มเจริญ ผู้กำกับการ สภ.สำโรงเหนือ เป็นตัวแทนตำรวจ สำโรงเหนือกล่าวขอโทษผู้เสียหายและขอโทษสังคมอีกครั้ง พร้อมเปิดเผยหลังจากเห็นคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ใต้บังคับบัญชากระทำไม่ถูกต้องและในฐานะหัวหน้าหน่วยขอน้อมรับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งจะนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาถอดบทเรียน และเพิ่มมาตรฐานการตั้งด่านตรวจย่เสพติดให้รอบคอบมากขึ้น

ภายหลังตั้งโต๊ะเจรจานานกว่าครึ่งชั่วโมง ทางผู้เสียหาย ยอมรับว่ายังเสียความรู้สึกและได้รับกระทบกระเทือนทางจิตใจ พร้อมถามกลับตำรวจชุดตั้งด่านว่า ตอนที่ฮาซันก้มกราบเขาคิดอะไรอยู่ถึงใช้เท้าเสยหน้าแบบนั้น ซึ่งในส่วนนี้ทนายบอกว่ามีหลักฐานชัดเจนและเป็นความผิดอาญาที่ยอมความไม่ได้

ส่วนความผิดฐาน 157 เพื่อเห็นแก่อนาคตข้าราชการตำรวจ ทางผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ , แต่ทนายขอให้มีการเยียวยาให้กับผู้เสียหายด้วยเนื่องจากได้รับความกระทบกระเทือนแกสภาพจิตใจ ซึ่งทางผู้กำกับการ สภ.สำโรงเหนือก็ยินดี

ข่าวยอดนิยม