CH3ThailandNews

‘หมออุดม’ เผย แนวโน้มติดเชื้อไทยเริ่มสูงขึ้น วอนปรับทัศนคติ แม้ฉีดวัคซีนแล้ว อย่าถอดแมสก์ลั้นลา

26 พ.ย. 2564

59 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

‘หมออุดม’ เผย แนวโน้มติดเชื้อไทยเริ่มสูงขึ้น ขอปรับทัศนคติ อย่าถอดแมสลั้นลา แม้ฉีดวัคซีนแล้ว ยืนแผนเดิมไม่เลื่อนเปิดผับไวขึ้น หวั่นไม่ได้ฉลองปีใหม่ บอกไม่อยากให้แพทย์กลับมาเหนื่อย ขออย่ากังวลไวรัสกลายพันธุ์ เหตุยังไม่เข้าไทย แต่ระมัดระวังเชื้อบ้านเราให้ดีก่อน


นายแพทย์อุดม คชินทร ที่ปรึกษาศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. กล่าวถึงกรณีการเตรียมผ่อนคลายมาตรการจะส่งผลให้เกิดการแพร่ระบาดในระลอกใหม่หรือไม่ว่า คนยอมรับว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการอย่างแน่นอนในวันนี้ แต่เราต้องเคร่งครัดในเรื่องมาตรการ โดยเฉพาะการส่งหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพราะเมื่อเข้าช่วงฤดูหนาว เชื้อไวรัสโควิด-19 จะเจริญเติบโตได้ดี ซึ่งการฉีดวัคซีนแม้จะสามารถช่วยในการป้องกันโรคได้เป็นอย่างดี


โดยเห็นได้จากประเทศในฝั่งยุโรป แม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรได้กว่าร้อยละ 70 แต่ก็กลับมีการแพร่ระบาดในระลอกใหม่ แต่ขณะนี้ประชาชนในประเทศไทยแม้ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนแล้วรู้สึกสบายใจก็เริ่มออกมาลั้นลา ซึ่งจะเห็นได้จากตัวอย่างในประเทศฝั่งยุโรปที่ไม่ส่งหน้ากากอนามัย และไม่รักษาระยะห่าง ดังนั้นจึงจะต้องมีการปรับทัศนคติเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นตัวเลขการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้น


อย่างเช่นสถิติที่เริ่มมีแนวโน้มดีดตัวสูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นหลังจากการเปิดประเทศ และส่วนตัวก็เชื่อเช่นนั้นว่าตัวเลขการติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นอีกแน่นอนแต่อาจไม่มากนักแต่จะทำให้เกิดปัญหาในการเปิดประเทศ


ทั้งนี้นายแพทย์อุดมระบุว่า ขอให้ประชาชนช่วยกันฉีดวัคซีนให้เป็นไปตามเป้า 50 ล้านคน ซึ่งเหลืออีกเพียง 3 ล้านจะถึงเป้าหมาย และในเดือนธันวาคมเราจะสามารถฉีดเข็ม 2 ครบ พร้อมกับระบุว่าวัคซีนมีปริมาณที่เพียงพออย่างแน่นอน จึงขอให้ช่วยกันกระตุ้นให้ประชาชน มาฉีดวัคซีน เพื่ออย่างน้อยจะไม่ให้เกิดการเจ็บป่วยรุนแรง


พร้อมกับระบุว่าขณะนี้องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ออกมาเตือน ว่าจะมีการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ ซึ่งพบว่าประเทศที่ได้รับวัคซีน astrazeneca มีอาการเจ็บป่วยรุนแรงน้อยกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชัดเจน ขณะนี้ฉีดอะไรไปได้ก็ขอให้ฉีดไปก่อน เพราะถือเป็นการช่วยประเทศ ให้ระบบสาธารณสุข ไม่รับภาระมากเกินไป และไม่มีปัญหาเรื่องเตียงไม่พอ


ทั้งนี้นายแพทย์อุดม ระบุว่า จะมีการหารือในประเด็นดังกล่าวในที่ประชุมศบค.ชุดใหญ่ เพราะเกรงว่าประชาชนจะไม่ได้ฉลองปีใหม่ หากตัวเลขผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มดีดตัวเพิ่มขึ้นสูง และไม่อยากให้เกิดสถานการณ์เช่นเดียวกับในประเทศฝั่งยุโรป มารอที่ผ่านมาไทยก็ทำได้ดีและเคร่งครัดมาตรการมาโดยตลอด


ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าจากนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้ออาจจะขึ้นบ้างแต่ไม่มาก และคงจะทำให้เศรษฐกิจสามาถเดินหน้าไปได้ โดยการผ่อนคลายมาตรการ นายกรัฐมนตรี ก็ยอมที่จะผ่อนคลายมาตรการ แต่ตนมองว่าจะต้องผ่อนคลายมาตรการแบบพอเหมาะสม โทรหากลับมาล็อคดาวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ พร้อมกับมองว่า เชื้อโรคเดินเองไม่ได้แต่มากับคนฉะนั้นทุกคนจึงต้องช่วยกัน ตนอยากเที่ยวให้สนุกแต่ต้องระมัดระวังตัวเอง


ขณะที่แนวโน้มการเปิดสถานบันเทิงผับบาร์ เร็วกว่ากำหนดเดิม 16 มกราคม 2565 นายแพทย์อุดม มองว่า ครั้งที่แล้วก็ลงมติไปแล้วว่าให้เปิดววันที่ 16 มกราคม 2565 ไม่ใช่ว่าไม่ให้เปิด แต่ให้ผู้ประกอบการไปเตรียมการให้พร้อมในเรื่องของมาตรการ สิ่งที่กังวลคือการถ่ายเทอากาศ เพราะอย่างไรก็รู้อยู่แล้วว่าจำกัดคนไม่ได้แต่ให้บอก แต่ให้บอกจำกัดคนร้อยละ 50 หรือ ร้อยละ 75 คงเป็นไปไม่ได้


และพอดื่มเหล้าก็คุยเสียงดังละอองน้ำลายก็พ่นใส่กัน เอาเชื้อออกมา และที่สำคัญเป็นการอยู่ยาว 4-5 ชั่วโมงคงไม่มีใครดื่มแค่ครึ่งชั่วโมงแล้วออก ไม่มีทาง ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงสุด และก็มีตัวอย่าง 2 คลัสเตอร์ใหญ่มาแล้วเกี่ยวกับสถานบันเทิง เพราะฉะนั้นอย่าให้มาเกิดอีก พร้อมย้ำว่า ไม่ได้ไม่ให้เปิด แต่คุณต้องเตรียมพร้อมทุกอย่าง คุณต้องช่วยประเทศด้วย ก็เข้าใจคนเดือดร้อน รัฐบาลต้องไปเยียวยา ที่จะช้าออกไปอีกเดือนกว่าๆ เพราะหากมาเปิดก่อน ตนคิดว่าปีใหม่คงไม่ได้ฉลองกัน


ส่วนบุคลากรทางการแพทย์จะเพียงพอ หากเกิดการระบาดรอบใหม่หรือไม่ นายแพทย์อุดมย้ำว่า เรามีบทเรียน และเราเรียนรู้มาหลายรอบ คิดว่าเราสามารถรองรับได้แน่นอน เพียงแต่ว่าทำไมเราจะต้องไปเหนื่อยอีก ซึ่งขณะนี้ตัวเลขไม่เกิน 5000 คนก็ยังถือว่าเยอะอยู่ แต่ไม่ได้เหนื่อยมาก หากขึ้นไปถึง 10,000 คนก็จะเหนื่อยมาก และเราก็ไม่อยากไปถึง 20,000 คน อยู่แล้วเพราะเตียงไม่พอแน่นอน เราจึงไม่อยากให้เกิดภาพเหล่านั้น


ดังนั้นทุกคนต้องดูแลตัวเอง พร้อมย้ำว่าเรื่องระบบสาธารณสุขเราไม่ได้กังวล ครั้งที่แล้วเราก็เบ่งขยายได้แต่เราเหนื่อย และบุคลากรทางการแพทย์ก็เหนื่อยมาก จึงต้องยอมรับว่า ต่อไปจนถึงกลางปีหน้า คุณจะต้องอยู่กับโควิด -19 แต่เราอยากให้ได้ วันละ 1,000 2,000 คน ตายวันละไม่เกิน 20 คน ก็จะไม่เหนื่อยและรับได้ เป็นสิ่งที่ทั่วโลกตั้งเป้าไว้


ส่วนกรณีความกังวลเรื่องการกลายพันธุ์ไวรัสโควิดในแอฟริกา ที่กลายพันธุ์มากกว่าเดลต้าเท่าตัวนั้น นายแพทย์อุดมระบุว่า เมืองไทยยังไม่ต้องกังวล เพราะเชื้อยังไม่เข้ามา แต่ที่ตนยกตัวอย่างเพราะว่า แป๊บเดียวจากแอฟริกามาฮ่องกง เราจึงไม่รู้ว่า จะมีใครที่มาจากฮ่องกงแล้วเข้ามาไทยบ้าง ตรงนี้จึงเตือนไว้แต่อย่าไปกังวลอย่างน้อยมาก ตอนนี้ขอให้ระมัดระวังเชื้อของบ้านเราให้ดีเสียก่อน

ข่าวยอดนิยม