เรื่องเล่าเช้านี้

สุดอลเวง คุณตา เส้นเลือดในสมองแตก ใช้สิทธิ์บัตรทองเข้าโรงพยาบาลใกล้บ้านในอ.เมือง เชียงใหม่ แต่เตียงเต็ม ต้องส่งไปรักษาตัวไกล 156 กิโลเมตร สุดท้ายเสียชีวิต

25 พ.ย. 2564

424 view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ : จันทร์ - ศุกร์ เวลา 06:00 - 08:20 น.

เรื่องราวสุดอลเวง เกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน หลังจากที่ นายสุทัศน์ บุญเป็ง อายุ 89 ปี เกิดเส้นเลือดในสมองแตก ในบ้านเลขที่ 56/1 ถ.เมืองสาตร บ้านเมืองสาตรหลวง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อ นางวราภรณ์ เชื้อเขียว อายุ 58 ปี ญาติของนายสุทัศน์ นำอาหารเย็นมาส่ง ได้มาพบขณะที่คุณตานั่งหมดสติพิงกำแพงอยู่ในบ้าน จึงได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้บ้าน


จากการตรวจพบ คุณตาสุทัศน์ มีสิทธิ์บัตรทองรักษาอีกโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กัน จากนั้นโรงพยาบาลดังกล่าวได้แจ้งกับญาติว่าเตียงเต็ม เจ้าหน้าที่ได้ประสานหาเตียงรักษาโรงพยาบาลจอมทอง โรงพยาบาลสันป่าตอง โรงพยาบาลสันกำแพง โรงพยาบาลดอยสะเก็ด และโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.ลำพูน แต่ไม่เตียงว่าง สุดท้ายประสานไปยังโรงพยาบาลฝาง ซึ่งระหว่างนั้นตาสุทัศน์ ต้องนอนรอการประสานหาเตียงโรงพยาบาลที่สามารถเข้ารับการรักษาได้อีกประมาณ 6 ชม. และต้องขับรถโรงพยาบาล จากโรงพยาบาลต้นสังกัดไปโรงพยาบาลฝาง ระยะทาง 156 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. และถึงโรงพยาบาล เวลาประมาณ 03.00 น. จากนั้นแพทย์ประเมินว่ามีอาการเลือดคั่งในสมองถึง 90% และนอนรักษาตัวโรงพยาบาลฝาง จนกระทั่งเสียชีวิตเวลา 16.45 น. ของวันที่ 23 พฤศจิกายน และทางญาติต้องฝากร่างของผู้เสียชีวิต ก่อนจะต้องเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปรับศพของคุณตาที่โรงพยาบาลฝาง ในช่วงเช้าของวันที่ 24 พฤศจิกายน ทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทาง การแจ้งตายในพื้นที่ จ.ฝาง ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการนำร่างคุณตากลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านในตัวเมืองเชียงใหม่ อีกกว่า 7 พันบาท


นางวรจิตร กฤตยานุกูล อายุ 61 ปี ญาติผู้เสียชีวิต บอกว่า ภายหลังจากที่ผู้ป่วยถูกนำตัวส่งมายังโรงพยาบาลในพื้นที่ อ.ฝาง แล้วนั้น ทางพยาบาลได้แจ้งกับตนว่าอาการของคนไข้ค่อนข้างวิกฤติ และไม่สามารถรักษาได้ พร้อมกับบอกอีกว่าให้นำผู้ป่วยกลับบ้านจะดีกว่า แต่รถของโรงพยาบาลไม่มี และทางญาติผู้ป่วยต้องหารถมารับผู้ป่วยเอง ทำให้ตนต้องไปติดต่อรถโรงพยาบาลที่มาส่งก่อนหน้านี้ แต่ทางโรงพยาบาลได้แจ้งว่า ตอนนี้รถที่ไปส่งผู้ป่วยได้เดินทางออกมาไกลแล้ว อีกทั้งทางโรงพยาบาลไม่มีนโยบายกลับไปรับผู้ป่วย นอกจากทางแพทย์จะทำเรื่องส่งกลับเท่านั้น และเป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลที่นำส่งแล้วและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว ทำให้ตนต้องแจ้งกับทางโรงพยาบาลให้ทำเรื่องแอดมิทที่โรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลก็แจ้งกับตนว่าสามารถรักษาได้ตามอาการเท่านั้น ทำให้ต้องนอนดูอาการผู้ป่วย จนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด


นางวรจิตร บอกอีกว่า ตนไม่อยากติดใจแต่อย่างใด และอยากให้กรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นกรณีศึกษา หรืออุทาหรณ์ในการส่งตัวผู้ป่วยไปรับการรักษาของโรงพยาบาล เพราะไม่อยากให้เกิดขึ้นเช่นนี้อีก

ข่าวยอดนิยม