เที่ยงวันทันเหตุการณ์

เจ้าของภาพผื่นจ่อเอาผิดมือดีใช้อ้างแพ้วัคซีน สาวอุดรโร่ขอโทษทำเข้าใจคลาด ‘หมวย-หนุ่ม’ รับพลาดเสนอข่าวไม่รอบคอบ

11 พ.ค. 2564

500 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ : วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.35 น.

กรณีที่มีการนำเสนอ สาวอุดรแพ้วัคซีนเข็ม 2 จนมีอาการชา และเลือดออกในสมอง ล่าสุดเจ้าตัวออกมาชี้แจงไม่ได้ต่อต้านวัคซีน บอกแค่เล่าอาการในกลุ่มไลน์ส่วนตัว แต่ไม่ได้โพสต์ภาพผื่น ส่วนทางด้านเจ้าของภาพตัวจริง เป็นพยาบาลอยู่ที่ รพ.หนองม่วง ลพบุรี เตรียมดำเนินคดีกับคนที่เอาภาพไปแอบอ้าง


กรณีนี้มีการแชร์ภาพและข้อมูลของผู้รับวัคซีนรายหนึ่ง ในจังหวัดอุดรธานี ระบุว่า ฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็ม 2 แล้วเกิดผลข้างเคียงมีอาการชาอวัยวะต่างๆ รอเวลา 72 ชั่วโมงแล้วอาการก็ไม่ดีขึ้น จึงปรึกษากับหมอส่วนกลาง ทำให้เชื่อว่าอาการชาเกิดจากเลือดออกในสมอง ได้รับยาลดภาวะเลือดออกในสมอง จนตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้เจ้าของภาพตัวจริงออกมาแสดงตัว และเตรียมที่จะแจ้งความถูกนำรูปไปแอบอ้าง


โดยเจ้าตัวเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลหนองม่วง จังหวัดลพบุรี ซึ่งก็มีผู้สอบถามไปที่เพจของโรงพยาบาล ระบุว่ามีมือดีนำภาพไปเขียนว่าแพ้วัคซีน เลือดออกในสมอง ส่วนคนไข้เป็นพยาบาลของโรงพยาบาล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับจังหวัดอุดรธานีแต่อย่างใด โดยได้รับการฉีดวัคซีนโดส 2 จริง แต่ไม่มีอาการข้างเคียง ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว และจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคนที่เอาภาพไปเขียนเล่าเรื่องเป็นตุเป็นตะ


ขณะที่พยาบาลที่เป็นเจ้าของภาพได้โพสต์เฟซบุ๊กสวนตัว ระบุว่า กรณีที่มีคนเอารูปขาเป็นผื่นของตนไปแชร์ต่อในโลกโซเชียล ขอให้ลบออกและหยุดแชร์ส่งต่อกัน เพราะถือเป็นการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และละเมิดสิทธิ์ เนื่องจากตนไม่ได้อนุญาตให้ใครนำรูปไปใช้ ไม่อย่างนั้นจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด


ด้านนายแพทย์นราพงศ์ ธีรอัครวิภาส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลพบุรี ชี้แจงว่า ผู้ป่วยได้เข้ารับการรักษาเนื่องจากเกิดผื่นแดงจากโรคลมพิษ ซึ่งเป็นโรคที่ผู้ป่วยรายนี้มักเป็นอยู่ประจำ ซึ่งแพทย์ไม่ได้วินิจฉัยว่าเกิดจากการแพ้วัคซีน แต่ไม่ได้มีอาการเลือดออกในสมองแต่อย่างใด โดยขณะนี้ผู้ป่วยอาการหายเป็นปกติแล้ว


ขณะเดียวกันที่อุดรธานี นายแพทย์ทวีรัชต์ ศรีกุลวงศ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี และ ผอ.โรงพยาบาลบ้านผือ ระบุว่า ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ถูกเรียกว่า สาวอุดรแพ้วัคซีนแล้ว ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ได้ฝากข้อความมาทางตนให้ชี้แจงแทนว่า ขอโทษทุกคนที่ข้อความของตนทำให้หลายๆ คนไม่สบายใจ อาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อน และกังวลต่อการฉีดวัคซีน ซึ่งตอนนี้ข้อความถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีเจรจาที่จะเผยแพร่ข้อความเป็นสาธารณะ แต่ได้เขียนข้อความเล่าอาการหลังฉีดวัคซีนลงในกลุ่มส่วนตัวเท่านั้น


ไม่คิดว่าจะมีการนำข้อมูลออกไปนอกกลุ่ม และมีการนำภาพประกอบที่ไม่ใช่รูปของตนมาแชร์ต่อ พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ตนไม่ใช่คนที่ต่อต้านการฉีดวัคซีน ตนยังเห็นประโยชน์ของการฉีดวัคซีน ซึ่งได้ลงชื่อสมัครใจที่จะฉีดวัคซีนด้วยตัวเอง เข็มแรกผ่านไปได้ด้วยดี ทำให้มั่นใจที่จะฉีดโดสที่ 2

ข่าวยอดนิยม