เที่ยงวันทันเหตุการณ์

หมอแนะจ่าย 'ยาฟาวิพิราเวียร์' แบบสมเหตุสมผล - ยันหน้ากากในไทยมีเพียงพอ หลังมีคำสั่งไม่ใส่ถูกปรับ

04 พ.ค. 2564

30 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.20 น.

จากกรณี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามทุกคน และกระแสโซเซียลเสนอให้ยาตามอาการและหลักทางการแพทย์จะดีกว่า


จากเพจ Drama-addict โพสต์ถึงข้อเสนอแนะของผู้ว่าฯกทม.ที่จะนำร่องเตรียมแจกยา ฟาวิพิราเวียร์ แก่ผู้ป่วยโรงพยาบาลสนามทุกคน คนละ 50 เม็ด เพื่อสกัดตั้งแต่เริ่มติดเชื้อป้องกันการลุกลาม โดยทางเพจเกรงว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ จะขาดแคลน โดยระบุว่า ยานี้เขาให้เฉพาะผู้ป่วยปอดอักเสบ ขอให้ผู้ว่าฯพิจารณาและปรึกษาแพทย์ก่อนให้ยา


ด้าน นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หน.ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพ โรคอุบัติใหม่ คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.จุฬาฯ เห็นว่าควรให้ยาแบบสมเหตุสมผลกับผู้ป่วย เข้าใจว่าผู้ว่าฯกทม.มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ควรกระจายยาให้ทั่วถึงผู้ป่วย


ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ทวีตถึงความคืบหน้าในการขึ้นทะเบียนวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่อนุมัติแล้ว 3 ราย คือ

1.วัคซีน AZD1222 ของ AstraZeneca

2.วัคซีนCoronaVac ของ Sinovac

3.วัคซีนJNJ-78436735 ของ Johnson & Johnson


กลุ่มที่ 2 อยู่ระหว่างดำเนินการและประเมินคำขอขึ้นทะเบียน มี 1 ราย คือวัคซีน mRNA-1273 ของ moderna


และกลุ่มที่ 3 ทยอยยื่นเอกสาร ประเมินคำขอขึ้นทะเบียน 2 ราย คือ

1.วัคซีนCovaxin ของ BHARAT BIOTECH

2.วัคซีนSputznik V ของ Sputnik V


ด้านอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้ประชุมติดตามสถานการณ์การผลิตหน้ากากอนามัยร่วมกับผู้ผลิตหน้ากากอนามัย พบว่า ปัจจุบัน หน้ากากอนามัย ในตลาดยังคงมีเพียงพอ และได้ขอให้ผู้ผลิตหน้ากากอนามัย เดินเครื่องการผลิตอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับความต้องการใช้ที่มีมากขึ้น หลังทุกจังหวัดได้กำหนดมาตรการให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัย


และได้เน้นย้ำว่าหน้ากากอนามัยทางการแพทย์เป็นสินค้าควบคุม ราคาจำหน่ายต้องไม่เกินชิ้นละ 2.50 บาท หากพบว่ามีการจำหน่ายเกินราคาที่กำหนด จะดำเนินการอย่างเฉียบขาด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ กรณีที่ไม่ติดป้ายแสดงราคา มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท แจ้งได้ที่สายด่วน 1569



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/hjlKa6bDQXs

ข่าวยอดนิยม