เที่ยงวันทันเหตุการณ์

อ่างทองฮือฮา! พบโครงกระดูกคล้าย 'มัมมี่' อายุ 3,000 ปี เจ้าของพื้นที่จ่อเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้

05 มี.ค. 2564

144 view

เที่ยงวันทันเหตุการณ์

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 11.20 - 12.20 น.

ชาวบ้านใน อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ฮือฮา พบโครงกระดูกคล้ายมัมมี่อายุกว่า 3,000 ปี เกือบ 10 โครง ในพื้นที่เดิมที่เคยขุดพบวัตถุโบราณ ขณะปรับผืนนาเตรียมปลูกอ้อย ด้านเจ้าของที่ดินเตรียมเสนอเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้


ผู้สื่อข่าว เดินทางไปพบกับ ลุงแจ้ง หรือ นายสมเกียรติ บริบูรณ์ อายุ 55 ปี เป็นชาวบ้าน ต.สีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง ได้นำโครงกระดูกโบราณลักษณะคล้ายมัมมี่จำนวน 6 โครง มาเก็บไว้บูชาบนบ้าน ห่อด้วยผ้าแสลมสีฟ้า ซึ่งมีทั้งขนาดเล็กคล้ายเด็ก และขนาดกลางที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้หญิง ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าสแลมสีฟ้า และใช้เชือกมัดไว้


จากการตรวจสอบพบว่า เป็นลักษณะโครงกระดูกที่ห่อหุ้มด้วยดิน จนกลายเป็นหิน มีถ้วยชามต่างๆ วางอยู่บนโครงกระดูก ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีโครงกระดูกลักษณะเดียวกันอยู่ข้างบ้านอีก 3 โครง


ลุงแจ้ง เล่าว่า ซากโครงกระดูกที่ขุดพบใหม่ เป็นที่นาของตนเองที่อยู่ตรงข้ามบ้านจำนวน 17 ไร่ ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว มีการขุดพบวัตถุโบราณ และโครงกระดูกสมัยหินใหม่อายุราว 3,000 ปี จำนวนมาก จนกระทั่งกรมศิลปากรส่งเจ้าหน้าที่มาขุดค้น และพบโครงกระดูกที่สมบูรณ์ 5 โครง และวัตถุโบราณจำนวนหนึ่ง แล้วนำกลับไปกรุงเทพฯ ต่อมา เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ตนเองได้ให้คนเช่าที่นาเพื่อปลูกอ้อย แต่เมื่อปรับพื้นที่ก็พบโครงกระดูกลักษณะเดียวกันอีก 9 โครง จึงนำขึ้นมาเก็บด้านบนบ้าน และสร้างซุ้มเก็บไว้ด้านล่าง


นอกจากนี้ ยังมีการขุดพบวัตถุโบราณอีกเป็นจำนวนมาก ทั้งหอกสัมฤทธิ์ ถ้วยชาม รวมถึงหม้อดินขนาดใหญ่ จึงนำมาเก็บไว้ เพื่อที่จะเตรียมสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้ให้เด็กรุ่นหลังไว้ศึกษา เบื้องต้นได้แจ้งไปยังกรมศิลปากรแล้ว


ส่วนทางด้าน นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรมจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่อง เบื้องต้นได้ประสานไปยังสำนักศิลปากรที่ 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่า โครงกระดูกและฟอสซิลที่ขุดพบ คาดมีอายุราว 3,000 ปี เป็นยุคสำริดเข้าสู่ยุคหินใหม่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำโครงกระดูกไปตรวจสอบ 5 โครง ส่วนที่มีข่าวว่า พบมัมมี่ ซึ่งขอยืนยันว่าโครงกระดูกที่ถูกค้นพบเพิ่มไม่ใช่มัมมี่ แต่เป็นภูมิปัญญาของลุงแจ้ง ที่กลัวว่าจะแตกหักเสียหายในระหว่างเคลื่อนย้าย จึงได้นำมุ้งมาห่อแล้วมัดด้วยเชือกรวมกันมา ทั้งโครงกระดูก และข้าวของเครื่องใช้ที่ติดกันอยู่


สำหรับเรื่องพิพิธภัณฑ์ ทางสำนักศิลปากรที่ 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้แจ้งไปที่กรมศิลปากรแล้ว เพื่อทำการศึกษาว่าคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยวัตถุโบราณต่างๆ ได้ถูกนำไปเก็บไว้ที่บ้านของลุงแจ้ง และอยากจะให้สร้างในพื้นที่บริเวณบ้าน โดยจะต้องนำเรื่องดังกล่าวประชุมหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องถึงความเหมาะสมก่อน


ทั้งนี้ ลุงแจ้ง เคยเล่าเรื่องราวความลี้ลับอาถรรพ์ของวัตถุโบราณที่ค้นพบในที่นาของตนเอง แล้วเก็บนำมาไว้ที่บ้าน ซึ่งมีทั้งหัวกะโหลกมนุษย์ โครงกระดูกมนุษย์โบราณที่กลายเป็นฟอสซิล กระดูกสัตว์ รวมถึง มีด ขวานหิน เครื่องปั้นดินเผาจำนวนมาก ซึ่งมีเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง รวมถึงนักท่องเที่ยว เดินทางมาขอชมกันทุกวัน และมีหลายคนขอวัตถุโบราณที่เจอนำไปเก็บไว้ที่บ้าน สุดท้ายต้องรีบนำกลับมาคืนที่บ้านลุงแจ้ง โดยบอกว่า เมื่อนำไปเก็บไว้ที่บ้านแล้วเกิดเรื่องราวไม่ค่อยดีในครอบครัว และบางคนต้องมีอันเป็นไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ทางญาติจึงนำวัตถุโบราณมาคืน



สามารถดูข่าวทาง Youtube ได้ที่ : https://youtu.be/lfur_0dtj0s

ข่าวยอดนิยม