เรื่องเล่าเช้านี้

'จียอน' ขำ หลังเป็นต้นเหตุให้ 'ฮั่น' น้ำหนักพุ่ง 20 กก.

27 ม.ค. 2564

2K view

เรื่องเล่าเช้านี้

ออกอากาศ: ช่อง 33 จันทร์ - ศุกร์ เวลา 05.30 - 08.00 น.

เรื่องความรักของคู่รักจียอนกับฮั่น อิสริยะ กันบ้าง เรียกว่าเป็นอีกคู่ที่นับวันยิ่งหวานกันหนักมาก  อย่างล่าสุดก็ขยันเล่น TikTok โชว์ความหวานกันอยู่บ่อยๆ 


จียอนบอกว่าที่เล่น TikTok ก็แค่อยากหาอะไรสนุกๆ ทำ เพราะเป็นช่วงที่ว่างงานจากโควิด โดยจุดเริ่มต้นฮั่นเป็นคนชวนเล่น แต่กลายเป็นว่าตอนนี้คนที่ติดเล่น TikTok กลายเป็นเธอซะอย่างงั้น เพราะเล่นแล้วชอบ และส่วนใหญ่ ฮั่นเป็นคนสอนท่าเต้นให้ เพราะเค้าเต้นเก่งอยู่แล้ว


งานนี้นักข่าวยังถามถึงเรื่องหุ่นของฮั่น หลังไปออกรายการ ศึก 12 ราศี ที่ตอนนี้กลายเป็นฮั่นหุ่นหมี ไปแล้ว ซึ่งทราบมาว่าสาเหตุที่ ฮั่นน้ำหนักพุ่งขึ้น เป็นเพราะจียอน


จียอนขำพร้อมบอกว่า “หนูไม่ได้ทำนะ พี่ฮั่นเค้าทำตัวเอง” โดยเล่าว่ามันเริ่มมาช่วงโควิดปีที่แล้ว ตอนนั้นก็ว่างงานไม่มีอะไรทำ ก็เริ่มลองฝึกทำอาหาร และให้ ฮั่นชิม ซึ่งปรากฎว่าฮั่นเค้าชอบ ตัวเองก็เลยปลื้ม ก็เลยทำใหญ่เลย จนสุดท้ายก็อ้วนขึ้นทั้งคู่ แต่เธอก็พยายามลดๆ ลงมา แต่ของฮั่น คือเกินลิมิตไปมาก น้ำหนักพุ่งขึ้นไป 20 กิโล 


แต่จียอน บอกว่าจะมาโทษเธอไม่ได้ เพราะเค้าเป็นคนกินเอง แต่ตอนนี้เค้าก็กำลังลดอยู่ และตอนนี้ก็เลิกทำอาหารแล้วหันมาเต้น TikTok เพื่อลดน้ำหนักแทน  


งานนี้นักข่าวยังถามถึงเรื่องการต่อวีซ่าเพื่ออยู่ในประเทศไทยของจียอน เพราะถึงแม้ จียอน จะอยู่ที่เมืองไทยหลายปีแล้ว แต่ก่อนหน้านี้จียอน จะต้องกลับเกาหลี ไปต่อวีซ่าทุกๆ 3 เดือน แต่พอเกิดสถานการณ์โควิด ออกนอกประเทศไม่ได้ ทาง ตม. ก็ได้อนุญาตให้คนต่างชาติที่อยู่เมืองไทย สามารถต่อวีซ่าชั่วคราวที่เมืองไทยได้ แต่ต่อครั้งนึงอยู่ได้แค่  1 เดือน ตอนนี้ จียอน ก็เลยต้องไปต่อวีซ่าทุกเดือน 


ซึ่งจียอน บอกว่าจริงๆ เคยคิดจะทำเรื่องขอเปลี่ยนสัญชาติมาเป็นสัญชาติไทย แต่พอลองศึกษาข้อมูลก็รู้สึกว่ามันค่อนข้างยาก เพราะเธอก็ไม่ได้เกิดที่ประเทศไทยด้วย แต่ก็เพิ่งไปรู้มาว่า ถ้าต่อวีซ่าไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ขาด ภายในระยะเวลา 3 - 5 ปี ก็จะสามารถได้เป็นบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติ สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย (หรือ บัตรชมพู) ซึ่งถ้าได้บัตรชมพูมา ก็จะได้อยู่ที่เมืองไทยได้ยาว 3 ปี โดยที่ไม่ต้องต่อวีซ่า ซึ่งตอนนี้ จียอน บอกว่าพยายามทำอยู่



ชมผ่านยูทูบที่ : https://youtu.be/rbToPNQfRGk

ข่าวยอดนิยม