CH3ThailandNews

ชาวดอยเฮ! 3 กระทรวงจับมือจัดสรรงบเพิ่มพลังงานทดแทนทั่วประเทศเข้าถึงพื้นที่ขาดแคลน ขณะ กระทรวงทรัพย์ฯ เร่งเพิ่มพื้นที่ทำกินช่วยประชาชน

14 ม.ค. 2564

451 view

CH3ThailandNews

สรุปครบจบทุกประเด็นข่าว กับ CH3ThailandNews

ที่ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 
ประชุมชี้แจงข้อราชการสำคัญผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้ง76 จังหวัด ในการจัดสรรงบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ให้กับทุกจังหวัดทั่วประเทศเป็นปีแรก วงเงินรวม 2,400 ล้านบาท แบ่งเป็นกรอบวงเงินจังหวัดละ 25 ล้านบาท รวม 1,900 ล้านบาท และวงเงินอีก 500 ล้านบาท สำรองให้จังหวัดที่มีโครงการที่น่าสนใจเพิ่มเติม เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น รวมทั้งให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่มากขึ้น
 
 
นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวย้ำให้คณะกรรมการแต่ละจังหวัดพิจารณาวงเงินสนับสนุนเทคโนโลยีพลังงาน จังหวัดละ 25 ล้านบาทนี้ ตามความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายในระดับพื้นที่ ยึดแนวทางการนำเทคโนโลยีไปสร้างงานและทำสิ่งดีๆในพื้นที่อย่างเคร่งครัด อาทิ
 
- โครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์
- ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์
- ระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากของเสีย
- และระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับระบบห้องเย็น เพื่อลดค่าใช้จ่ายประชาชน และคาดว่าจะกลั่นกรองโครงการภายในสิ้นเดือน ก.พ. และเริ่มโครงการ 1 เม.ย. นี้
 
รองนายกรัฐมนตรียืนยันว่า โครงการพัฒนาพลังงานทดแทน เหล่านี้จะกระจายไปทุกภาคส่วน โดยพื้นที่ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ที่กำลังเป็นประเด็น เช่นบนดอย ด้วย ในลักษณะสถานีพลังงานชุมชน
 
 
ในส่วนของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในการขับเคลื่อนภารกิจ 4 ประเด็นหลักคือ
 
- การแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและ pm 2.5
 
- การปลูกป่าสร้างฝายระบบกระจายน้ำและพื้นที่ป่าต้นน้ำ
 
- การจัดพื้นที่ทำกินให้ชุมชน
 
- รวมทั้งขอความร่วมมือให้หน่วยราชการทั่วประเทศที่มีความประสงค์จะใช้พื้นที่ป่าสงวนของกรมป่าไม้และที่ผ่านมาได้ใช้พื้นที่ไปแล้วและไม่ได้ขออนุญาตให้เร่งทำเรื่องมาที่กระทรวงภายในเดือนมกราคมนี้ซึ่งกระทรวงจะเร่งดำเนินการอนุญาตตามกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหา

 

ข่าวยอดนิยม