ข่าวในพระราชสำนัก

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

01 ธ.ค. 2563

659 view

ข่าวในพระราชสำนัก

ออกอากาศ วันจันทร์-ศุกร์ : 20.05 - 20.20 น. | วันเสาร์-อาทิตย์ : 19.55 - 20.15 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
 
วันนี้ เวลา 10.17 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงเรียนบ้านผาเยอ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ทรงติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารตามพระราชดำริ หรือ กพด. เพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร โรงเรียนแห่งนี้เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษา มีนักเรียน 105 คน โดยเข้าร่วมโครงการ ตั้งแต่ปี 2562 มีการส่งเสริมการฝึกอาชีพ ผ่านกิจกรรมการแปรรูปกล้วยน้ำว้า และฟักทอง , ผ้าทอกะเหรี่ยงโปว์ ,ทำเครื่องประดับ สร้อยคอลูกปัด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า โดยมีวิทยากรมาถ่ายทอดความรู้
 
ทั้งนี้ นักเรียนส่วนใหญ่ บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียน 10-15 กิโลเมตร ประกอบกับพื้นที่โดยรอบเป็นหุบเขาสูงชัน การเดินทางค่อนข้างลำบาก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน จึงมีพระราชดำริ ให้จัดสร้างหอพักนักเรียนบ้านไกลพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือนักเรียน ปัจจุบันโรงเรียนบ้านผาเยอ ใช้น้ำจากระบบประปาภูเขาจากบ่อน้ำซึมน้ำซับ โดยมีระบบท่อส่งน้ำเข้าสู่ถังพักน้ำภายในโรงเรียน เนื่องจากในฤดูแล้งมีน้ำน้อย และระบบท่อส่งน้ำชำรุดเสียหาย ทำให้มีน้ำไม่เพียงพอ ในการนี้ ได้มีพระราชดำริ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับกรมชลประทาน กรมป่าไม้ และสำนักงาน กปร. พิจารณาจัดหาแหล่งน้ำให้แก่โรงเรียน และราษฎรในพื้นที่เพื่อใช้อุปโภค บริโภค และการเกษตร พร้อมส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชใช้น้ำน้อย ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ซึ่งในปี 2564 กรมป่าไม้มีแผนส่งเสริมปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง บนเนื้อที่ 900 ไร่ เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และเป็นแหล่งอาหารให้กับชุมชนต่อไป
 
ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ได้ส่งเสริมทักษะการเกษตรปลอดสารพิษ มีการปลูกผักสวนครัว และเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ ,ปลาดุก ,กบ และเป็ด นำผลผลิตมาประกอบอาหารกลางวันแก่นักเรียน และจำหน่ายในสหกรณ์โรงเรียน นอกจากอาหารกลางวันที่ถูกสุขลักษณะแล้ว ยังมีนมเป็นอาหารเสริม ทั้งยังส่งเสริมการใช้เกลือไอโอดีน ในการปรุงอาหาร ตลอดจนความรู้ และทักษะการออม การทำบัญชีรายรับ รายจ่าย เพื่อเป็นการสร้างวินัย และปลูกฝังความซื่อสัตย์ให้กับนักเรียนด้วย
 
โอกาสนี้ ทอดพระเนตรการเรียนการสอน วิชาภาษาไทย ที่เน้นการสอนการแจกรูป และสะกดคำ เนื่องจาก นักเรียนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ ทั้งส่งเสริมทักษะการฟังการออกเสียงภาษาไทย เพื่อให้สามารถอ่านหนังสือให้ผู้ปกครองฟัง ในกิจกรรมจัดรายการเสียงตามสายทุกเช้า
 
ต่อมาเวลา 13.18 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงาน ของโรงเรียนบ้านแม่แคะ และการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ ณ หมู่บ้านแม่แคะ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา มีลำห้วยแม่แคะไหลผ่าน เปิดทำการสอนเมื่อปี 2533 ตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน จำนวน 19 คน และมีโรงเรียนสาขา คือโรงเรียนบ้านแม่แคะน้อย นักเรียนทั้งหมดเป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงโปว์ ในปีการศึกษา 2562 โรงเรียนได้ดำเนินกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชน ตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ เพื่อพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น พึ่งพาตนเองได้ ปีการศึกษาที่ผ่านมา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สามารถสอบเข้าศึกษาต่อ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 ได้ทุกคน ส่วนกิจกรรมควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน ได้จัดตั้งถังน้ำดื่มผสมสารไอโอดีนให้บริการแก่นักเรียนทุกวัน และใช้เกลือไอโอดีนเป็นส่วนผสมในการประกอบอาหารกลางวัน ทำให้นักเรียนมีสุขภาพแข็งแรง ทั้งนี้เนื่องจากโรงเรียน มีครูไม่เพียงพอ และบางชั้นยังไม่มีนักเรียน จึงจัดการเรียนการสอนแบบคละชั้น โดยนำนักเรียนระดับชั้นใกล้เคียงมาเรียนร่วมกัน ทำให้นักเรียนชั้นสูงกว่า สามารถเป็นพี่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในด้านการอ่าน-เขียน วิชาภาษาไทย และการฝึกอาชีพในชั้นเรียน
 
ด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน มีผลผลิตเพียงพอ และยังให้นักเรียนนำกลับให้ผู้ปกครองประกอบอาหารเป็นประจำ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีคลองไหลผ่าน จึงมีน้ำเพียงพอในการทำเกษตร และอุปโภค บริโภค โดยมีกรมทหารพรานที่ 36 ให้การสนับสนุนขยายผลการเกษตร เป็นศูนย์การเรียนรู้ในชุมชนครอบคลุมพื้นที่บ้านแม่แคะน้อย และบ้านแม่แคะหลวง
 
ในการนี้ มีพระราชดำริให้กรมป่าไม้ กรมชลประทาน และสำนักงาน กปร. ร่วมกันจัดทำแหล่งน้ำ โดยการก่อสร้างฝายต้นน้ำ พร้อมระบบส่งน้ำ บ่อเก็บน้ำ และระบบกรองน้ำ ตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่
 
จากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มาออกหน่วยบริการทางการแพทย์ และทันตกรรม แก่ประชาชน
 
โอกาสนี้ พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายรังสรรค์ ขอผล ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน เฝ้าทูลละอองพระบาท กราบบังคมทูลรายงาน การดำเนินโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ตามพระราชดำริ ซึ่งที่ผ่านมา กรมป่าไม้ ได้ส่งเสริมให้ชุมชน รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเครือข่ายสร้างป่า สร้างรายได้ จนเกิดเป็นชุมชนเข้มแข็ง 11 กลุ่ม พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพื้นที่เป็นเกษตรแบบผสมผสาน และมีผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้รับการยอมรับ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาทิ ผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ปัจจุบันทั้ง 11 กลุ่ม มีรายได้เฉลี่ย 40,000 ถึง 50,000 บาทต่อเดือน นับเป็นการสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

ข่าวยอดนิยม