การเมือง

'ซูเปอร์โพล' ชี้ปัญหาทุจริตวิกฤตซ้อนวิกฤตประเทศ - เผยคนส่วนใหญ่เชื่อ 'ชูวิทย์'

โดย passamon_a

8 ม.ค. 2566

9 views

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.66 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL)  เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง ปัญหาทุจริต วิกฤติซ้อนวิกฤติประเทศ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,020 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 5 – 7 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นน่าเป็นห่วงคือ


ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.7 ระบุ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เกิดขึ้นสั่นคลอนรัฐบาล และระบบราชการไทยอย่างมาก ถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 18.5 ระบุปานกลาง และร้อยละ 4.8 ระบุน้อยถึงไม่สั่นคลอนเลย นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 72.5 ระบุ การรับรู้ต่อ ความล้มเหลวของหน่วยงานรัฐบริหารจัดการนโยบายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ล้มเหลวมากถึงมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ  21.9 ระบุปานกลาง และร้อยละ 5.6 ระบุน้อยถึงไม่ล้มเหลว


ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 57.2 ระบุ เชื่อว่าปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน คือต้นตอของปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรงต่างๆ มากถึงมากที่สุด ได้แก่ ค้ายาเสพติด ค้าอาวุธ การพนันทุกรูปแบบทั้งออนไลน์ บ่อนวิ่ง เป็นต้น ในขณะที่ร้อยละ 31.0 ระบุ ปานกลาง และร้อยละ 11.8 ระบุ น้อย ถึง น้อยที่สุด


นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.1 ระบุ เจ้าหน้าที่รัฐ รับเงินขบวนการค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน ร้อยละ 76.4 ระบุ ข่าวปัญหาทุจริตที่ประชาชนต้องการให้แก้ไขเร่งด่วน ได้แก่ เจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ทุนจีนสีเทาและการฟอกเงิน ร้อยละ 76.2 ระบุ นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง รู้เห็นเป็นใจสนับสนุนกลุ่มทุนจีนสีเทาและบ่อนต่าง ๆ


ร้อยละ 75.0 ระบุ ข่าวอธิบดีกรมอุทยานฯ พัวพันเรียกรับส่วย สินบน ร้อยละ 73.6 ระบุ ข่าวเรียกรับเงินใต้โต๊ะ ทุจริตสอบตำรวจ  ร้อยละ 73.5 ระบุ นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง อยู่เบื้องหลังเรียกรับผลประโยชน์ ส่วย สินบน และร้อยละ 72.0 ระบุ การทุจริตจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการ


ที่น่าสนใจคือ เกือบร้อยละร้อย คือร้อยละ 97.3 เห็นด้วยและสนับสนุน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาแฉกลุ่มทุนจีนสีเทา และกระบวนการฟอกเงิน ในขณะที่เพียงร้อยละ 2.7 ไม่เห็นด้วย


นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 82.3 ระบุ ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เด็ดขาด จริงจังกับปัญหาทุจริตเหมือน สมัย คสช.  ร้อยละ 77.0 ต้องการเห็นทุกพรรคการเมือง ชูความเด็ดขาดแนวนโยบายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน  ร้อยละ 75.7 ต้องการเห็นและคาดหวัง สำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ นำร่องปฏิรูประบบราชการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ให้สง่างามเป็นที่พึ่งของประชาชน


ร้อยละ 74.4 ต้องการให้ ปปง.สำนักงานอัยการ และทุกหน่วยงานรัฐ ที่กำกับควบคุมการใช้กฎหมาย ทำความจริงให้ปรากฏ ร้อยละ 74.1 ต้องการให้หน่วยงานภาครัฐ ไม่ปกป้องคนผิด ข้าราชการพัวพันกลุ่มทุนจีนสีเทา การฟอกเงินและ เรียกรับส่วยอุทยาน และร้อยละ 71.5 ต้องการเห็น รัฐบาล เข้มแข็งเอาจริงกับนโยบายปราบปรามทุจริต คอร์รัปชัน


เมื่อถามถึงความต้องการนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.2 ต้องการ นายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังเลือกตั้ง  ถือธงนำ ปฏิรูประบบราชการ จัดการ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเด็ดขาดจริงจัง ในขณะที่เพียงร้อยละ 4.8 ไม่ต้องการ


ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ สะท้อนกระแสสังคมมากถึงมากที่สุด  เชื่อว่ายังมีการทุจริตฝังรากลึกในระบบราชการทุกส่วนราชการ และไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในการสืบสวน สอบสวน เอาผิดกับผู้กระทำผิดทุจริต ในระบบราชการ โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐ และการเมืองสมประโยชน์ร่วมกัน


ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำคัญของประเทศและเป็นต้นตอของปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ เช่น ยาเสพติด บ่อนการพนัน ค้าอาวุธ และจี้ปล้น เป็นต้น  และยังเชื่อว่า มีการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง สมคมคิด อยู่เบื้องหลังปัญหาทุจริตคอรัปชันฝังลึกในทุกระบบราชการไทย


อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ เกือบร้อยละร้อยเห็นด้วยและสนับสนุนนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาแฉกลุ่มทุนจีนสีเทา และผู้อยู่เบื้องหลังสนับสนุนขบวนการที่ทำผิดกฎหมายทั้งยาเสพติด และบ่อนการพนัน และ ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมของรัฐ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของ ความเสมอภาคของกระบวนการยุติธรรม


ข้อมูลผลโพล บ่งชี้ให้เห็นได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อมั่นนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์มากกว่าหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างมาก ประชาชนส่วนใหญ่จึงต้องการให้รัฐจริงจังทำความจริงให้ปรากฏ และต้องการเห็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ถือธงนำปฏิรูประบบราชการ ขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันให้เด็ดขาดมากกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้


รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/b8Bp6tzLnTA

คุณอาจสนใจ

Related News