การเมือง

'ชัชชาติ' พบนายกฯ จับมือแน่นแชะภาพ ก่อนวาร์ปรัว ลงพื้นที่โรงขยะอ่อนนุช-หารือหอการค้า

โดย passamon_a

18 มิ.ย. 2565

127 views

'ชัชชาติ' พบนายกฯ จับมือแน่นแชะภาพ ก่อนวาร์ปรัว ลงพื้นที่โรงขยะอ่อนนุช-หารือหอการค้า


เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.65 เวลา 08.35 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ครั้งที่ 9/2565


โดยทันทีที่มาถึงได้กล่าวสวัสดีทักทายสื่อมวลชน ขณะที่ผู้สื่อข่าวพยายามจะขอสัมภาษณ์ นายชัชชาติ กล่าวว่า วันนี้อย่าเพิ่งสัมภาษณ์เลย เมื่อถามว่าจะมีเสนออะไรในการประชุม ศบค.หรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่มีอะไร เรามาฟังอย่างเดียว จากนั้นนายชัชชาติ เดินเข้าห้องประชุมที่ตึกสันติไมตรีทันที


ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นการกลับเข้าทำเนียบรัฐบาลครั้งแรก ในรอบ 8 ปี ของนายชัชชาติ


ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมแถลงข่าวภายหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่


โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่ออนุมัติการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง หลักเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ทั้งในส่วนของผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อได้เริ่มลดลงแล้ว และเป็นโอกาสอันดีที่ได้พบปะกัน กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและนายกเมืองพัทยา ซึ่งได้พูดคุย และยืนยันจะทำงานร่วมกันในทุกเรื่อง และได้รู้จักกันดีทุกคนอยู่แล้ว


ยืนยันไม่มีปัญหาในการทำงาน และช่วยกันทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วประเทศ และวันนี้ได้เชิญนายกเมืองพัทยามาเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว ส่วนผู้ว่าฯ กทม. ต้องเข้าร่วมการประชุมตามวาระปกติอยู่แล้ว ย้ำทุกฝ่ายเข้าใจกันดีไม่มีปัญหา เพราะวันนี้ประเทศต้องเดินหน้าไปด้วยกัน


นายชัชชาติ กล่าวว่า พร้อมดำเนินการร่วมกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ ซึ่งต้องทำงานร่วมกันอยู่แล้ว หน้าเห็นว่ามติ ศบค. มีการผ่อนคลายมากขึ้น ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ที่สะท้อนว่าสถานการณ์โควิดคลี่คลายลง และพร้อมร่วมทำงานกับรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


นายปรเมศวร์ กล่าวว่า จากการประชุมได้รับทราบถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างดีที่สุด ซึ่งในส่วนของเมืองพัทยา ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ ซึ่งจะนำเสนอผ่าน ศบค. ต่อไป


จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้เชิญนายชัชชาติ และนายปรเมศวร์ กลับขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อร่วมรับประทานอาหาร และนำเดินชมภายในตึกภักดีบดินทร์ และบริเวณโดยรอบ ก่อนถ่ายรูปร่วมกันบริเวณด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า


โดย พล.อ.ประยุทธ์ นำนายชัชชาติ พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ เยี่ยมชมตึกไทยคู่ฟ้า และตึกภักดีบดินทร์ รวมทั้งบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างเป็นกันเอง โดยนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เสมือนไกด์พาทัวร์พร้อมแนะนำอย่างอารมณ์ดี


ทั้งนี้ ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับนายชัชชาติว่า "เราก็พี่น้องกันทั้งนั้น ยังเคยเจอกันหลายงาน อย่างเช่นตอนน้ำท่วมก็เคยเจอ ไปช่วยกันแก้ปัญหา" ขณะที่ นายชัชชาติ กล่าวตอบรับว่า "ขอบคุณครับ ทำงานเพื่ออนาคตครับท่าน"


จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยนายอนุทิน นายชัยวุฒิ นายชัชชาติ และนายปรเมศวร์ ได้ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยนายกรัฐมนตรีได้จับมือกับนายชัชชาติ และนายปรเมศวร์ ในระหว่างถ่ายภาพอีกด้วย


ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้พาเยี่ยมชมสถานที่ภายในทำเนียบรัฐบาล นายชัชชาติ ได้เข้าไปพูดคุยและทักทายกับบรรดาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ โดยระบุว่า "ดีใจได้มาเจอคนเก่า ๆ ที่คุ้นเคย 8 ปี เปลี่ยนไปเยอะ" พร้อมถ่ายภาพกับบรรดาข้าราชการที่ยืนรออยู่เพื่อขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป


หลังจากนั้น นายชัชชาติ พร้อมด้วย นายจักรพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่โรงงานจำกัดมูลฝอยชุมชน เพื่อผลิตพลังไฟฟ้าขนาด 800 ตันต่อวัน ย่านอ่อนนุช หลังชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงงานร้องเรียนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่าได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นขยะ และกลิ่นจากการหมักก๊าชภายในโรงงาน ซึ่งมีบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (วิสาหกิจ ของ กทม.) เป็นผู้บริหารจัดการ


ขณะที่ตัวแทนชาวบ้านที่เข้ามาร้องเรียน สะท้อนปัญหาว่า ผลกระทบจากการกำจัดขยะมูลฝอย มีทั้งปัญหากลิ่น น้ำเสีย ควัน ละอองเขม่า ที่ชาวบ้านต้องอยู่กับสภาพเหล่านี้มาตลอด 2 ปี ตั้งแต่ตั้งโรงงาน จนทำให้หลายคนในชุมชนมีอาการภูมิแพ้ ระคายคอ บางคนมีอาการผื่นคัน ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากโรงงานตั้งอยู่ใกล้ชุมชนไม่กี่ร้อยเมตร บางบ้านห่างจากโรงงานจำกัดขยะไม่ถึง 10 เมตร หลังจากที่มีโรงงานมาตั้งสภาพอากาศเปลี่ยนไป ชาวบ้านไม่สามารถออกนอกบ้านมาออกกำลังกายได้ ต้องปิดอยู่ในบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นตลอด 2 ปี ส่งผลต่อสุขภาพกายและใจของคนในชุมชนเป็นอย่างมาก ขณะนี้มีชุมชนโดยรอบโรงงาน ได้รับความเดือนประมาณ 54 หมู่บ้าน หากคิดเป็นครัวเรือนก็หลายพันหลังคาเรือน


หลังรับฟังปัญหาของชาวบ้าน นายชัชชาติ ระบุว่า เรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขเป็นอันดับแรกก่อน คือปัญหาสิ่งแวดล้อม จากกลิ่นเน่าเหม็น เพราะจากการลงพื้นที่ก่อนหน้านี้ก็พบว่าเรื่องกลิ่นเป็นปัญหาชัดเจน ขอให้ทางโรงงานคำนึงถึงเรื่องสุขภาพความปลอดภัยของประชาชนมาเป็นอันดับแรก เบื้องต้นอาจต้องจัดพื้นที่ 500 ไร่ ปรับสภาพให้เป็นสวนป่า เพื่อเพิ่มธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ ช่วยบรรเทาเรื่องมลพิษ ส่วนการแก้ปัญหาเรื่องอื่น ต้องไปดูข้อมูลเชิงลึกก่อน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ดีก่อนจะเปิดเดินเคลื่อนอีกครั้ง เพราะขณะนี้โรงงานถูกสั่งปิดโรงงานเป็นการชั่วคราวอยู่ พร้อมขอให้ทางโรงงานสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นกับชาวบ้าน และต้องคณะกรรมการแก้ปัญหาร่วมกับ ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นที่ต้องทำเร่งด่วนและทำทันที


ภายหลังหารือกับตัวแทนชาวบ้าน และตัวแทนโรงงานเสร็จแล้ว ชาวบ้านต้องการให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงไปในชุมชนที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เพื่อให้เห็นปัญหาที่แท้จริง แต่เนื่องจากผู้ว่ามีภารกิจต่อในช่วง 14.30 น. ที่นัดหารือกับกรรมการสภาหอการค้าไทยไว้ แต่ขณะนั้นเป็นเวลา 14.00 น. แล้ว ผู้ว่าจึงแจ้งชาวบ้านว่าไม่สามารถลงพื้นที่ไปในชุมชนได้ แต่ชาวบ้านขอร้องให้ผู้ว่าลงพื้นที่


นายชัชชาติกลัวชาวบ้านเสียกำลังใจ จึงลงพื้นที่ไปดูหมู่บ้านของชาวบ้านรอบโรงงานที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ใช้วิธีวิ่งลงพื้นที่ตรวจสอบ เนื่องจากมีเวลาจำกัด ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่โรงงาน ชาวบ้าน สื่อมวลชน ต้องรีบวิ่งตามผู้ว่าลงพื้นที่ ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา จากนั้นผู้ว่าฯ กทม. ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างเดินไปขึ้นรถ ว่าจะเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน และยินดีลงพื้นที่อีกในอนาคต เพื่อติดตามการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน


จากนั้น นายชัชชาติ เข้าหารือกับคณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเตรียมตั้งคณะกรรมการร่วม กทม. และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หรือ กรอ.กทม. ทำงานร่วมกันในอีก 1 เดือน นับจากนี้ เพื่อสร้างความร่วมมือในหลายเรื่อง


เช่น การจัดพื้นที่ถนนคนเดิน ตลาดนัด เขตละ 1 แห่ง ให้ผู้ค้าสตรีทฟู้ดมีพื้นที่ค้าขายฟรี ลดภาระค่าเช่า เพื่อช่วยบรรเทาต้นทุนที่สูงขึ้นในขณะนี้ จากราคาก๊าซหุงต้ม ล่าสุดแต่ละเขตได้ทยอยพื้นที่ที่คัดเลือกมาบ้างแล้ว คาดว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมภายใน 1 เดือน และอาจจัดให้มีคาร์ฟรีเดย์อีกด้วย เพื่อลดการใช้พลังงาน โครงการครัวกลาง เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับผู้มีรายได้น้อยตามชุมชน เช่น ชุมชนคลองเตย การฟื้นโครงการฝึกอาชีพ โครงการครูภาษาจีน โรงเรียน 437 แห่ง ในสังกัด กทม. การพัฒนา E-Government และจัดทำ Open Data เพื่อให้ภาครัฐและเอกชน ได้ดึงข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกัน


ด้าน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เน้นย้ำภาระกิจในการยกระดับขีดความสามารถของภาคเอกชนในการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ ดูแลภาคเกษตร อาหาร การท่องเที่ยวและบริการ


https://youtu.be/7vzUHUBTZRg

คุณอาจสนใจ