การเมือง

‘โรม’ อภิปรายตั๋วช้างภาค 2 ซัด ‘บิ๊กตู่’ ควักงบกลางจ่ายหนี้ทุจริต

โดย attayuth_b

22 ก.ค. 2565

45 views

การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีวันนี้ ที่ดุเดือดที่สุดคือการอภิปรายของ ส.ส.รังสิมันต์ โรม พรรคก้าวไกล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ดุเดือดทั้งถ้อยคำและเนื้อหา ซึ่ง ส.ส.รังสิมันต์ ระบุว่า เป็น "ตั๋วช้างภาค 2"


โดยนายรังสิมันต์ กล่าวหาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าปล่อยปละละเลยให้ทุจริตและยังใช้งบประมาณแผ่นมาแก้ปัญหาจากการทุจริตครั้งนี้ โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นใน "กองบินตำรวจ" ซึ่ง ส.ส.รังสิมันต์ ได้เปิดว่าเกี่ยวข้องกับ "พลตำรวจตรี ก.ไก่" ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับการกองบินตำรวจ


ประเด็นสำคัญ คือ มีการเซ็นสัญญาโครงการซ่อมบำรุงอากาศยานของกองบินตำรวจ กับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้เป็นผู้ดำเนินการซ่อมและจัดหาอะไหล่ ตามงบประมาณปี 2563 วงเงินประมาณ 950 ล้านบาท


แต่ปรากฏว่าเดือนกันยายน 2564 การบินไทยได้ยื่นหนังสือทวงหนี้มายังสตช.จึงทำให้พบว่ากองบินตำรวจ โดย "พลตำรวจตรี ก." และพวก ได้สั่งจ้างสั่งซื้อเพิ่มเติมเกินกว่างบประมาณที่วางไว้ รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการเป็นจำนวนถึง 2,774 ล้านบาท


เกินวงเงินงบประมาณถึงมา 1,824 กว่าล้านบาท ซึ่งต่อมา สตช.ส่งเรื่องขอความช่วยเหลือมายัง ครม.และ พลเอกประยุทธ์ ได้ลงนามท้ายหนังสือรับทราบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยังปล่อยปละละเลย ในขณะที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ "พลตำรวจตรี ก.ไก่" ขึ้นมา


แต่ก็มีความล่าช้า แต่เตะถ่วง สุดท้ายกรมบังคับคดีซึ่งดูแลเรื่องการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยส่งหนังสือทวงหนี้มา ซึ่งหลังมีการเจรจาลดบางรายการไปแล้วเหลือเงินที่ต้องจ่ายให้การบินไทย ถึง 937 ล้านบาท ซึ่งสุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ ได้ใช้งบกลางไปจ่าย เป็นการฟอกขาวให้ "พลตำรวจตรี ก.ไก่"


นอกจากนี้ "พลตำรวจตรี ก.ไก่" ได้ไปทำสัญญาแลกเปลี่ยนอะไหล่อากาศยานด้วยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยรวบรวมเอาอะไหล่เก่าๆ ที่เสื่อมสภาพแล้วไปแลกกับชุดใบพัดหางเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ชุด และพบว่ามีการเอาอะไหล่ของเครื่องบิน Skyvan 1 ลำ 4 ชิ้น


ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเครื่องยนต์ 2 ชิ้นที่ยังใช้การได้ และอะไหล่ของเฮลิคอปเตอร์ Bell 3 ลำ อีก 21 ชิ้น เป็นอะไหล่เครื่องยนต์ที่ยังใช้งานได้ ประเมินมูลค่าประมาณ 111 ล้านบาท แต่เมื่อนำไปยำรวมกับเศษเหล็กหลือเพียง 2.5 ล้าน บาทเท่านั้น


ทั้งนี้ยังพบว่าในงบประมาณของกองบินตำรวจนั้นใช้ไปกับการซ่อมบำรุงเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่ใช้ซื้ออะไหล่ เงินงบมากกว่า 300 เปอร์เซ็นต์ซึ่ง ส.ส.รังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตว่า การไม่ซ่อมบำรุงอาจจะเกี่ยวข้องกับทำให้เฮลิคอปเตอร์ของตำรวจมีปัญหาตกในหลายครั้งหรือไม่


ส.ส.รังสิมันต์ กล่าวว่า จากพฤติการณ์ "พลตำรวจตรี ก.ไก่" ทำให้สงสัยว่าใหญ่มาจากไหน และพบว่าหลังถูกย้ายออกกองบินตำรวจเพียงเดือนเศษมีการตั้งไป "พลตำรวจตรี ก.ไก่" ไปเป็น ผอ..ศูนย์ปฏิบัติการถวายความปลอดภัยสำหรับขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


ส.ส.รังสิมันต์ ระบุว่า ตามระเบียบ ผอ..ศูนย์ปฏิบัติการถวายความปลอดภัยสำหรับขบวนเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ จะต้องผ่านการตรวจร่างกายและจิตใจโดยแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ แต่ "พลตำรวจตรี ก." ถูกย้ายไปอยู่ในสังกัดที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบินแล้ว รวมถึงไม่ได้ตรวจสุขภาพด้วย อย่างน้อยตลอดปี 2564 แต่เฉพาะปี 2565 "พลตำรวจตรี ก." ไปทำการบินแล้ว ถึง 40 ครั้ง คำถามคือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการถวายนักบินเถื่อนไปทำหน้าที่เป็นนักบินถวายการเดินทางได้อย่างไร


พออภิปรายจบ ส.ส.พรรคก้าวไกลก็ได้ปรบมือให้ ทั้งนี้ขณะที่นายรังสิมันต์ อภิปราย ไม่ได้มี ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลคนใดลุกขึ้นมาประท้วง ส่วนนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้เข้ามานั่งฟังอยู่ในห้องประชุม


หลังจากนายกฯเข้ามาในห้องประชุมในภายหลัง ท่านได้ลุกขึ้นชี้แจงประเด็นที่ถูกอภิปรายหลายเรื่อง ส่วนเรื่องที่ ส.ส.รังสิมันต์อภิปราย ท่านตอบเพียงสั้นๆ ว่าพอทราบเรื่องบ้างแล้ว จะข้อมูลที่เป็นประโยชน์ไปดำเนินการแก้ไข และกล่าวขอบคุณ


ทีมข่าวสอบถามไปยังแหล่งข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง และขณะนี้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนแล้ว ซึ่งมีทั้งคณะสืบสวนและสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบมีความผิดจริงทั้งวินัยและอาญาก็จะดำเนินการโดยไม่มีข้อละเว้นอย่างแน่นอน


คุณอาจสนใจ

Related News