การเมือง

นายกฯ ท้าฟ้องเลย! หลังฝ่ายค้านสับเละ “งบฯ66” ส่อโกง ฉะรัฐบาลหมดสภาพ โดนพรรคร่วมเรียกค่าไถ่

โดย pattraporn_a

31 พ.ค. 2565

33 views

วันนี้ ที่สภาผู้แทนราษฎร มีการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ชลน่าน อัด รัฐบาลหมดสภาพ ทำ "งบสิ้นหวัง - ถูกเรียกค่าไถ่" ด้าน พิธา อัด "งบช้างป่วย" ไม่สอดคล้องสถานการณ์ที่มีความหวัง


การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เริ่มต้นด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อภิปรายนำเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566  วงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงบประมาณ ปี 65 จำนวน 85,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.74


ซึ่งเป็นการจัดงบประมาณตามยุทธศาสตร์ 6 ด้าน เช่น ด้านความมั่นคง , ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน , ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ , ด้านการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม เป็นต้น​


สำหรับงบด้านความมั่นคงที่น่าสนใจ เช่น งบประมาณรักษาความสงบและส่งเสริมความปรองดองในชาติ วงเงิน 22,117 ล้านบาท


ทั้งนี้ นายกฯใช้เวลาในการอภิปรายนำเสนอประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที โดยการอภิปรายครั้งนี้ของท่านนายกฯเป็นการอภิปรายโดยเปิดหน้ากากอนามัยครั้งแรก จากก่อนหน้านี้ท่านจะใส่หน้ากากอภิปราย โดยทางสภาได้จัดทำที่กั้นตามมาตรการโควิดให้ตรงที่ที่นังนายกฯ 


จากนั้นเป็นการอภิปรายของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำจุดยืนว่า จะไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.งบฯ 66 เนื่องจากไม่ไว้วางใจให้ พลเอกประยุทธ์ บริหารงบประมาณ เพราะที่ผ่านมาพบความล้มเหลวในการบริหาร ทำประชาชนจน ประเทศเจ๊ง และทิ้งมรดกหนี้ไว้ให้ประชาชน ทั้งหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน และหนี้เสีย และย้ำว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลหมดสภาพ และมีการเทียบไปถึงนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ด้วย


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.งบฯ 2566 เป็นจัดสรรแบบเจอทางตัน และเป็นงบสิ้นหวังทุกหน้ากระดาษ นอกจากนั้นยังพบว่าเป็นงบส่อเอื้อประโยชน์ งบส่อโกง โดยดูจากงบโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง กระทรวงคมนาคม ทางหลวง ทางหลวงชนบท รวมถึงเงินบูรณาการและโลจิสติกส์ แม้ว่าประเทศมีความจำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐาน แต่การจัดสรรงบเป็นงบประมาณถูกเรียกค่าไถ่ พรรคแกนนำรัฐบาลถูกพรรคร่วมรัฐบาลเรียกค่าไถ่ หากไม่จัดงบให้ ก็ไม่อยู่


ซึ่งทันทีที่ นพ.ชลน่าน อภิปรายจบ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ขอลุกขึ้นชี้แจงและตอบโต้กลับทันที ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมไปทันที แต่หลังจากเดินออกไปแล้ว ต่อมาท่านก็มานั่งร่วมประชุมต่อ และเมื่อช่วงบ่าย 3 โมง หลังฟังการอภิปรายของฝ่ายค้านไปส่วนหนึ่ง ท่านก็ลุกขึ้นชี้แจงอีกครั้ง


ขณะที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า การจัดทำงบประมาณครั้งนี้ถือเป็นปีแห่งการฟื้นฟูประเทศ นับเป็นปีแห่งความหวังของประชาชน หลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 ขณะเดียวกันปีหน้าก็จะมีการเลือกตั้งใหญ่ เป็นจังหวะที่ประเทศ กำลังมีความหวังหรือ "น้ำขึ้นก็ต้องรีบตัก"


นายพิธา กล่าวว่า งบที่จัดสรรส่วนใหญ่ใช้เพื่อเป็นรายจ่ายบุคลากรที่สูงถึง 40% เรียกว่าเป็นงบที่เอาไว้ชำระหนี้ในอดีต วงเงินสูงเท่ากับงบของกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งกระทรวงที่ดูแลเด็กทั้งประเทศ นี่คือปัญหาช้างป่วยที่ดูแลไม่ได้


ช่วงหนึ่ง นายพิธา อภิปรายไปว่าควรมีการนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยส่งเสริมระบบ SME แต่ไม่แปลกใจที่ทำไม่ได้ เพราะ CTO หรือ Chief Technology Officer ของประเทศนี้ คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ


ทั้งนี้ ขณะที่ฝ่ายค้านวิจารณ์การจัดงบประมาณว่าไม่เหมาะสม อีกด้าน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลก็ลุกขึ้นมาสนับสนุนการจัดงบประมาณ หนึ่งในนั้น คือ นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคแทน นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ โดยระบุว่า การที่ฝ่ายค้านประกาศจะคว่ำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณผ่าน ก็เหมือนกับดึงการท่อสายออกซิเจนของประชาชน






รับชมผ่านยูทูบ : https://youtu.be/hzSVPK-kMOM 

คุณอาจสนใจ

Related News