เลือกตั้งและการเมือง

“โรม” แฉหลักฐานเพิ่ม ส.ว.ทรงเอ แสดงทรัพย์สินเท็จ ปมขายโรงแรมประเทศเพื่อนบ้าน

โดย paranee_s

20 ก.พ. 2566

85 views

วันนี้ (20 ก.พ. 2566) ที่ห้องพรรคก้าวไกล รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล แถลงข่าวกรณีที่นายอุปกิต ปาจารียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ต้องสงสัยว่ายื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ ซึ่งเป็นการแถลงตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลของการขายโรงแรมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ให้กับนายชาคริส เนื่องจากพบหลักฐานว่ามีการซื้อขายอาคารและกิจการโรงแรมเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2562 ในราคา 8.15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


ซึ่งรายละเอียดของสัญญา มีลักษณะเป็นการซื้อขายแบบบุคคล ไม่ใช่นิติบุคคล แต่ปรากฏว่าเดือน มิ.ย.2563 นายชาคริส ยังถือหุ้นในรีสอร์ตเท่าเดิม คือ 1,500 หุ้น ประกอบกับยังมีคำให้การของนายชาคริส ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าเคยตกลงซื้อกิจการโรงแรมจริง แต่ไม่ได้มีการทำสัญญาซื้อขาย และคำให้การของนายชาคริส ยังบ่งบอกอีกว่านายอุปกิตได้ขายกิจการให้กับบุคคลอื่นในราคาประมาณ 300 ล้านบาท


นายรังสิมันต์ ตั้งคำถามว่า ตามข้อมูลนี้ หมายความว่าหนังสือสัญญาซื้อขายระหว่างนายอุปกิตกับนายชาคริสเป็นเอกสารเท็จ สัญญาซื้อขายไม่ได้เกิดขึ้นจริงใช่หรือไม่ รายได้ที่เข้าบัญชีกัมพูชาของอุปกิตกว่า 8 ล้านดอลลาร์มาจากไหน และเป็นเงินจากใคร ได้มาจากเรื่องอะไรกันแน่ และการกระทำเช่นนี้เป็นการจงใจยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบหรือไม่ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้หรือไม่ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาที่แท้จริงของทรัพย์สินคือเงิน 8 ล้านดอลลาร์ ว่ามาจากที่ไหน


ซึ่งจะเป็นความผิดตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการปราบปรามทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 167 และในมาตรา 114 ประกอบมาตรา 81 ยังกำหนดให้ ป.ป.ช. เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อวินิจฉัยด้วย


หากวินิจฉัยว่าผิดจริง นายอุปกิตจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ว. ถูกเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดไป และอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสูงสุด 10 ปี โดยภายในสัปดาห์นี้ ตนจะยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ต่อไป


นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ขอตั้งคำถามไปถึงหน่วยงานตำรวจ 3 ข้อ ข้อแรกคือเนื่องจากในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ จะเป็นวันปิดสมัยประชุมสภาฯ ทำให้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันของ ส.ส. และ ส.ว. หมดไป จึงขอถาม ผบ.ตร. ในฐานะพนักงานสอบสวนระดับสูงสุด ว่าหลังจากตนเปิดหลักฐานไปหมดแล้ว ตำรวจจะดำเนินการอย่างไรต่ออุปกิต เรื่องนี้ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้


คำถามที่ 2 ถ้าข้อเท็จจริงชี้ว่าทรัพย์สินต่างๆ ของอุปกิตได้มาจากการฟอกเงิน หรือยังไม่มีความชัดเจนว่าอาจได้มาโดยผิดกฎหมาย จะต้องมีการยึดอายัดทรัพย์สินเหล่านั้นตามหลักปฏิบัติหรือไม่ ตำรวจจะกล้ายึดอาคารและที่ดินที่วันนี้เป็นที่ตั้งของพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่


และคำถามที่ 3 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พยายามปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุปกิต แต่ตอนนี้ในฐานะประธาน ก.ตร. เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจ ตนขอตั้งคำถามว่า ทำไมตำรวจที่รับผิดชอบคดีจับกุม ทุนมินลัต จึงถูกย้าย เป็นเพราะ พล.อ. ประยุทธ์รู้ใช่หรือไม่ ว่าตัวเองอาจหนีความรับผิดชอบไม่ได้


เมื่อถามถึงกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติ และสมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย จะไปยื่นฟ้องดำเนินคดีกับนายรังสิมันต์นั้น นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อย่างแรกการทำหน้าที่ของตน ตนทำหน้าที่ ส.ส. ตามที่ให้ไว้ในรัฐธรรมนูญ หากยืนยันว่าไม่จริง ทำไมไม่ตอบคำถามให้ชัดเจน ให้นำพยานหลักฐานมาแสดงต่อสังคมให้ชัดเจน


วันนี้สิ่งสำคัญคือต้องตอบคำถามให้ได้ว่าผู้มีอำนาจ ไปยุ่งกับยาเสพติด ทุนสีเทาหรือไม่ และตนเชื่อว่าสังคมมองออกว่าการฟ้องร้องกลับ เพื่อต้องการให้ผู้ที่ออกมาเปิดเผยกลัวที่จะต้องสู้คดี ต้องขึ้น สน. สภ.จำนวนมาก


“สำหรับผมเลยจุดนั้นมานานแล้ว ลูกไม้แบบนี้ใช้กับผมไม่ได้ ผมพร้อมในการสู้คดี และผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าประเทศนี้ ถ้ายังมีกระบวนการยุติธรรมอยู่จริง ให้มันรู้กันไปว่าคนที่ออกมาเปิดโปงแบบผม ที่ต้องการจัดการกับคนที่ค้ายาเสพติด คนเปิดโปงแบบผมติดคุกก็ให้มันรู้กันไป ผมไม่ถนัดเรื่องของการฟ้องปิดปาก แต่ผมก็ต้องใช้กระบวนการนี้เพื่อป้องกันตนเอง” นายรังสิมันต์กล่าว


นายรังสิมันต์ ยังเตือนไปถึง สมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทย หากใครจะใช้สิทธิ์ตามที่ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์ ขอให้คิดให้ดี


เมื่อถามว่ามองอย่างไร ต่อกรณีคดีที่นายอุปกิตฟ้องร้องถึงดำเนินการอย่างรวดเร็ว นายรังสิมันต์ ยอมรับว่าเร็วที่สุดเท่าที่โดนดำเนินคดีมา ที่ผ่านมาโดนมาเยอะ แต่ไม่เคยเร็วขนาดนี้ ตนเข้าใจว่ากระบวนการในศาลก็เป็นไปตามปกติ ย้ำว่าดูเร็วไปนิดหนึ่ง และระบุว่า พร้อมต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ตัวเอง มั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะเอกสารที่รวบรวมกันมาวันนี้ไม่ใช่เอกสารปลอม


“คดีนี้ 100 ล้าน คดีเก่ารวม ๆ กันก็ 100 ล้าน รวม 200 ล้าน ค่าตัวมากที่สุดในพรรคตอนนี้แล้ว” นายรังสิมันต์กล่าว


นายรังสิมันต์ ระบุว่า วันนี้เป็นความท้าทายมาก หากกระบวนการยุติธรรมเป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น ตนไม่จำเป็นต้องมาพูดอภิปรายนายอุปกิตเลย แต่ปรากฏว่าไม่ได้เป็นไปตามนั้น มันมีพลังงานบางอย่างที่อยู่ด้านหลัง ผมกำลังบอกว่า เราจะปล่อยให้ประเทศของเราเป็นแบบนี้ไม่ได้ ตนเป็นฝ่ายค้าน ตนเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ตนก็ต้องทำหน้าที่ หากเราเห็นขบวนการเหล่านี้ แล้วไม่ทำอะไรเลย เราจะต่างอะไรกับการเป็นส่วนหนึ่งในขบวนการเหล่านี้ ก่อนจะตั้งคำถามว่าผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะอยู่อีกกี่เดือน


“ผบ.เด่นจะอยู่อีกกี่เดือน ท่านฝากผลงานให้ลูกหลานได้จดจำไหม วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเจอกับความท้าทายหลายอย่าง ทั้งข่าวฉาวแทบทุกวัน เรายังจะปล่อยให้คนที่มีความชัดเจนทั้งพยานหลักฐานที่ชี้ชัดมากว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่มาจากยาเสพติด และเราก็ปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นโดยไม่ทำอะไรเลย แล้วจะต่างอะไรกับขบวนการค้ายา” นายรังสิมันต์กล่าว


เมื่อถามว่า ส.ว.ควรจะมีการตรวจสอบจริยธรรมกันเองหรือไม่ นายรังสิมันต์ ตอบว่าตนก็รู้สึกไม่ค่อยอยากจะพูดถึงเท่าไหร่ เพราะพูดมาเยอะแล้ว แต่ ส.ว. หลายท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ชอบพูดตลอดเวลาว่าเป็นคนดี เป็นคนไม่โกง เป็นคนที่จะเข้ามาทำให้สภานี้สูงขึ้น


“เนี่ยเหรอครับ แล้วทำอะไร ยื่นเรื่องจริยธรรมได้เลย ไม่ต้องให้ผมยื่น เพราะวันนี้หลักฐานมันชัดแล้ว หากคิดว่า ส.ว.ไม่ควรมีคนแบบนี้ก็ควรไปดำเนินการ แต่ไม่เห็นมีอะไรเลย ส.ว.ทุกคนเงียบหมด แต่เวลาพูดเชียร์พล.อ.ประยุทธ์หรือท้าทายประชาชนเก่งเหลือเกิน พอเป็นพวกเดียวกันเกี่ยวข้องกับเรื่องเทา ๆ ก็เงียบสนิท” นายรังสิมันต์กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  รังสิมันต์โรม ,ส.ว.ทรงเอ

คุณอาจสนใจ

Related News