การเมือง

ผบ.ตร.สั่งรื้อระเบียบรถนำขบวน ย้ำ สวมเครื่องแบบรับงานนอกเวลาไม่ได้ เชื่อไม่มีให้บริการผู้ก่อการร้าย

โดย kanyapak_w

25 ม.ค. 2566

191 views

วันที่ 25 มกราคม 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่มีเพจดัง "ลุยจีน" ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า ตำรวจไทยรับจ้างขับรถนำขบวนนักท่องเที่ยวจีนมีมานานกว่า 10 ปีแล้ว ว่า ได้มอบหมายให้จเรตำรวจแห่งชาติตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบทุกอย่างถ้ามีข้อมูลบอกว่าทำไปยาวนานถึงไหน




หากมีหลักฐานถึงใครก็จะดำเนินการหมดทั้งอาญาและวินัย ไม่ละเว้น ขอให้สบายใจได้แต่ขอเวลาในการรวบรวมข้อเท็จจริง เพราะมีตำรวจท่องเที่ยวและตำรวจบก.จร. หรืออาจจะมีอะไรมากกว่านั้นอีก หรืออาจมีคนอื่นร่วมกระทำผิดด้วย เช่น ไกด์ จึงต้องดำเนินการในทุกมิติ ที่บอกว่ามีหลักฐานหรือมีข้อมูลว่าทำเป็น 10 ปี หากพบข้อมูลต่างๆ จะให้ทางจเรตำรวจเป็นผู้ดูข้อมูลทั้งหมดและจะดำเนินการครั้งเดียวโดยจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบว่าใครผิดอะไรบ้าง แต่ละคนมีความผิดอาญาหรือไม่ ผิดวินัยขนาดไหน ผู้บังคับบัญชาที่กำกับดูแลบกพร่องหรือไม่อย่างไร ซึ่งตอนนี้ได้สั่งการกำชับให้ทางจเรตำรวจลงไปตรวจสอบในทุกประเด็นแล้ว และจากนี้จะไม่ให้โฆษกของแต่ละ บช.ออกมาชี้แจงแล้ว เพราะอาจจะทำให้คำตอบและข้อมูลมีความสับสนไม่ตรงกัน




พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ได้ยืนยันว่า บริการพิเศษนี้ไม่มีบริการให้แก่กลุ่มผู้ก่อการร้าย เพราะจะต้องมีการตรวจสอบก่อนอยู่แล้ว ในภาพรวมไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะไม่เป็นไปตามคำสั่งตร. ที่มีแนวทางและหลักเกณฑ์ในการนำขบวน ซึ่งครั้งนี้ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ทำโดยพละการเป็นความผิด แต่ขอเวลาให้ชุดทำงานได้ตรวจสอบหลักฐานว่ามีหลักฐานถึงใครกี่ปีย้อนหลังจะดำเนินการทั้งหมด ยืนยันว่า การนำขบวนในลักษณะดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เป็นความผิดเพราะไม่มีหน้าที่ การนำขบวนจะต้องมีเหตุผลและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของตร. ที่มีคำสั่งออกมา




ผบ.ตร. ยืนยันว่า ตำรวจสวมเครื่องแบบไปรับจ้างนอกเวลา จะใช้รถส่วนตัวหรือรถหลวงก็ผิดทั้งนั้น เพราะเป็นการกระทำโดยพละการและไม่ได้ทำตามคำสั่ง ดังนั้นจึงไม่มีหน้าที่ การจะนำรถไปใช้กิจใดๆ ต้องมีเหตุและผล และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และก่อนหน้านั้นก็มีคำสั่งชัดเจนอยู่แล้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อตรวจสอบแล้วจะต้องมีการลงโทษอย่างจริงจัง เชื่อว่าปัญหานี้จะเกิดความเกรงกลัว จะไม่มีใครกล้า แต่ถ้ามีใครกล้าหากจับได้หรือมีสื่อโซเชียลไปลงก็จะต้องดำเนินการต่อไปอีก เพราะคนจำนวนมากอาจจะมีหลุดรอดหรืออาจจะมีคนลองทำในสิ่งที่ผิด แต่หากเราทราบก็จะดำเนินการจะนำมาตรฐานในการดำเนินการในครั้งนี้ไปใช้เป็นมาตรการที่เข้มข้นต่อไป




พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ทีมจเรตำรวจจะดำเนินการในทุกมิติ หากสามารถประสานผู้เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูลได้ก็จะมีการประสาน ทั้งฝั่งที่มีการนำข้อมูลไปแชร์ ฝั่งตำรวจที่มาให้การ ทั้งนี้ข้อเท็จจริงต่างๆ ต้องปรากฏให้ชัดเจนแต่ขอเวลาทำงานอีกสักระยะ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ จะได้เห็นข้อมูลในภาพรวมทั้งหมดยิ่งบอกว่ามีการทำมานานแล้วก็จะไปตรวจสอบว่าจริงหรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ต้องรอให้จเรตำรวจได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน



พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องไปรื้อระเบียบเกี่ยวกับรถนำขบวน เพราะเป็นการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่นอกลู่นอกทางไม่เกี่ยวกับระเบียบที่มี ส่วนจะเรียกสาวจีนที่โพสต์คลิปมาสอบถามเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ผบ.ตร.กล่าวว่าหากจเรตำรวจพิจารณาแล้วว่าจำเป็น ก็จะประสานให้เข้ามาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ แต่ตอนนี้ผู้โพสต์อาจไม่อยู่ในประเทศไทยเเล้ว พร้อมย้ำชัดว่าไม่ได้รู้สึกหนักใจที่ตอนนี้มีแต่ข่าวเสียหายของตำรวจแต่ถือเป็นการไปตรวจสอบถ้าตรงไหนที่ไม่ดีก็ต้องแก้ไข ซึ่งหลายเรื่องจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบจะด่วนสรุปเลยก็ไม่ได้ ขอให้ประชาชนใจเย็นเพราะตำรวจก็กำลังเร่งทำทุกคดีอย่างเต็มที่




คุณอาจสนใจ

Related News