การเมือง

'ชัชชาติ' เตรียมหารือ 'มหาดไทย' จัดโซนนิ่งผับ ปรับให้ทันสมัย ย้ำความปลอดภัยสถานบันเทิง

โดย nattachat_c

10 ส.ค. 2565

7 views

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. บอกถึงกรณีการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการ ในกทม. ว่า จากการตรวจสอบ ที่พบว่าเขตจตุจักร ตรวจเจอสถานบริการที่ไม่ถูกต้องมากนั้นมองว่าเป็นเรื่องดี ที่จะได้แก้ไข


ซึ่งตามกฎหมาย ปี 2548 เขียนจำกัดความไว้ค่อนข้างกว้าง คือ ร้านอาหารที่มีดนตรี ต้องมีทางหนีไฟอย่างน้อย 2 ทาง ดังนั้น ร้านไหนที่มีดนตรีเล่น ก็จะต้องมีทางหนีไฟ 2 ทาง ซึ่งในเขตจตุจักรมีสถานบริการ 49 แห่ง หลายๆ ร้านก็เป็นร้านอาหารที่มีดนตรีเล่น


ส่วนตัวมองว่า หากมีการทำเพิ่มก็ไม่ใช่เรื่องยาก โดยส่วนตัวก็อยู่ในวงการเรื่องอัคคีภัยมาก่อน ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังคือ ร้านอาหารที่มีชั้น 2 ถือว่าอันตรายมาก เพราะมีทางขึ้นลงทางเดียว หากเกิดเพลิงไหม้ ควันจะลอยอยู่ด้านบน ชั้น 2 จะโดนควันก่อน ก็อาจจะหนีได้ยาก จึงต้องมีการฝึกเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มองเห็นปัญหาและเกิดการแก้ไข และขณะนี้ กทม.จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ในเรื่องนี้ กทม.มีคำสั่งไปตั้งแต่ 20 มิ.ย. จึงทำให้มีข้อมูลที่ต้องกลับมาตรวจสอบเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ


ส่วนเรื่องของระเบียบการจัดโซนนิ่ง แม้เป็นนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่อำนาจของ กทม.โดยตรง แต่ก็จะต้องมีข้อเสนอไปกับทางตำรวจ แม้ไม่ใช่อำนาจแต่ก็เสนอได้ว่า สถานการณ์มันทันสมัยหรือไม่ ซึ่งถนนข้าวสารก็ไม่ได้อยู่ในโซนนิ่ง และตอนนี้ผับก็อยู่แถวทองหล่อเยอะ ก็ไม่ได้อยู่ในโซนนิ่ง รวมถึงซอยอารีย์ก็ไม่อยู่ในโซนนิ่งสถานบันเทิง ดังนั้น ต้องมีคำแนะนำ หรือมีคณะทำงานร่วมกับตำรวจ ว่าตำรวจมองอย่างไร


ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังมองว่า เรื่องของโซนนิ่งคือเรื่องเวลาเปิด-ปิดเป็นหลัก อาจจะไม่ได้ออกระเบียบเพิ่ม แต่กทม. ก็จะดูเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย ว่ามีความเข้มข้นมากพอหรือยัง โดยจะนำบทเรียนเรียนหลายๆ เรื่องที่ผ่านมา ทั้งเรื่องวัสดุติดไฟต่างๆ อาจจะไปปรับปรุงในเรื่องนี้ที่เกี่ยวกับความปลอดภัย จากอัคคีภัยแต่ไม่เกี่ยวกับโซนนิ่ง


ด้านพล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อธิบายถึงกรณีการจัดโซนนิ่ง และใบอนุญาตด้วยว่า เรื่องโซนนิ่งมีรายละเอียดการจัดตั้งแต่ปี 2545 ทั้งนี้ ก็เพื่อให้สังคมเกิดความเป็นระเบียบได้อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพราะอาจจะได้รับผลกระทบเรื่องเสียง และเรื่องพื้นที่จอดรถ รวมถึงศีลธรรมประเพณี จึงมีการจัดโซนนิ่ง แต่โซนนิ่งก็มีความเปลี่ยนแปลง เนื่องจากชีวิตของคนเปลี่ยน และโซนนิ่งที่มีการจัดไว้คือ โซนบางรัก-พัฒพงษ์/โซนห้วยขวาง-สุทธิสาร-รัชดา/โซนมักกะสัน-เพชรบุรีตัดใหม่-RCA ซึ่งที่ยังมีอยู่ได้จริงคือย่านรัชดา ส่วนอีกสองโซนค่อนข้างจะเงียบแล้ว


ดังนั้น จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการในการลงทุน มีการขยับไปตามความต้องการของคน ตามสถานที่ที่คนจะไปเที่ยว จึงไปอยู่จุดอื่นๆ และในจุดอื่นๆเดิมก็จะเริ่มจากการเป็นร้านอาหารก่อน จากนั้นก็สามารถจำหน่ายอาหาร สุรา และมีดนตรี แต่เมื่อมีดนตรีก็จะต้องมีทางเข้าออกสองทาง


โดยเงื่อนไขการดำเนินกิจการคือเรื่องของเวลา ถ้าขายถึงเที่ยงคืน กทม.ได้ออกใบอนุญาตเรื่องเสียง และเรื่องอาหารให้แล้ว รวมถึงเรื่องโครงสร้างในการขอใช้อาคาร ส่วนการขายสุราเป็นของ สรรพสามิต ทั้งนี้เมื่อร้านอาหานเปิดเกินเทียงคืนก็จะเข้าสู่ พ.ร.บ.สถานบริการ ก็จะเป็นลักษณะของสถานประกอบการที่เปิดบริการเลียนแบบสถานบริการ


และเนื่องจากข้อมูลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าสถานบริการบางแห่ง จุคนเป็นพัน และคนเมาอาจจะไม่ได้มีสติเหมือนคนปกติ ประกอบกับสถานที่มืด ที่จะทำให้เกิดความโกลาหลหากเกิดเหตุ ดังนั้น หลังจากหารือกับ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. แล้ว สิ่งที่กทม.จะเน้นย้ำ คือ การฝึกหนีภัย ซึ่งการใช้มาตรการเสริมเหล่านี้น่าจะทำให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น



รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/D_JCEslXT8M

คุณอาจสนใจ

Related News