การเมือง

เดือดจัด! 'ชลน่าน' อภิปรายซัดแรง 'บิ๊กตู่' เป็นรัฐบาล 608 นายกฯซัดกลับ เอาคนเก่ากลับมาให้ได้แล้วกัน

โดย petchpawee_k

20 ก.ค. 2565

13 views

เดือดจัด! ‘ชลน่าน’ ซัดแรง พล.อ.ประยุทธ์’ เป็นผู้นำที่มารยาททรามที่สุด ‘บิ๊กตู่’ ซัดกลับ เอาคนกอนหน้านี้กลับมาให้ได้แล้วกัน


เริ่มแล้วอภิปรายไม่วางใจรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ครั้งสุดท้าย ผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำรัฐบาลล้มเหลวทุกด้าน แถมทุจริต ใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง เป็นรัฐบาล 608 แก่-ไร้ความสามารถ ซัดแรง “พลเอกประยุทธ์”เป็นผู้นำที่มารยาททรามที่สุด


นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้อ่านญัตติขอเปิดอภิปรายย้ำถึงพฤติกรรมและข้อกล่าวหาเริ่มที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีรวม 11 คน บริหารประเทศผิดพลาดล้มเหลว ไม่สามารถ แก้ปัญหาต่างๆ ให้กับประเทศ ในทางตรงกันข้ามกลับเป็นต้นตอที่ทําให้ปัญหาที่มีอยู่มีความซับซ้อน ขยายวงกว้างและรุนแรงยิ่งขึ้น ประชาชนในชาติแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายขยายวงกว้างขึ้นมากกว่าเดิม แถมยัง จงใจฝ่าฝืนกฎหมายและรัฐธรรมนูญใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะพลเอกประยุทธ์ต้องการอยู่ในอำนาจและสืบทอดอำนาจ เพราะพลเอกประยุทธ์ประกาศชัดเจนว่าต้องการเข้ามาเพื่อล้มล้างคู่แข่งทางการเมือง กำจัดศัตรูทางการเมือง ปิดกั้นโอกาสและอำนาจของประชาชน การอยู่ขอำนาจของพลเอกประยุทธ์สร้างความเสียหายของรุนแรงให้กับประชาชน


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า ผลงานที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ มีความผิดพลาดล้มเหลวทุกด้าน เป็นผู้นำที่ไร้ความชอบธรรมตั้งแต่วิธีการเข้ามาสู่อำนาจ สวมหน้ากากประชาธิปไตยลวงโลกหลอกประชาชน ทำทุกอย่างเพื่อให้อยู่ในอำนาจ  นอกจากนี้ยังกระหายอำนาจแต่ไร้ความสามารถ และการนำสุนทรพจน์ของผู้นำประเทศอื่นมาเป็นของตนเองเพื่อบอกว่าตนเองเก่งโดยไม่มีการกล่าวอ้างอิง ถือว่าเป็นมารยาทที่ทรามที่สุดในทางการเมือง คนในชาติต้องอับอายขายหน้ากับผู้นำประเทศ


ตนเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ทำหน้าที่ 2 ครั้งที่ผ่านมา มุ่งเน้นเรื่องบุคลิกลักษณะที่จะเป็นอันตรายต่อบ้านเมืองจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน โดยตนเคยกล่าวหานายกรัฐมนตรี เป็นโรคหลงตนเองซึ่งอาการชัดมากขึ้นเรื่อยๆ คือเป็นผู้ที่มีบุคลิกแปรปรวน เรียกนาซิซีติส ซึ่งเป็นโรคหลงตัวเอง ว่าเก่งที่สุดมีอำนาจที่สุด ไม่ต้องฟังใคร และทุกคนต้องฟังฉัน


และครั้งนี้ตนเติมเต็มให้อีกเพราะอาการชัดมาก นอกจากหลงตัวเองยังแสดงอาการโอหังคลั่งอำนาจ เป็นกลุ่มอาการทางจิตและประสาท แต่พลเอกประยุทธ์ไม่รักษาปล่อยให้อาการกำเริบจนเข้าสู่ปีที่ 8 สร้างความเสียหายแระเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งเป็นภาวะผู้นำที่ล้มเหลว และความพังพินาศทางเศรษฐกิจ

---------------------------------------------------------------------------

ขณะที่  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงหลัง นพ. ชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านได้อภิปรายเปิดญัตติ โดย กล่าวว่า ทุกวันนี้มีปัญหามากมายซึ่งทุกคนก็ทราบดีอยู่แล้วมีการตั้งหัวข้อตั้งโจทย์มาเยอะแยะ  แต่หากยังไม่ฟังว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้างหรือฟังแล้วฟังไม่ครบไม่หมดหรือใช้อวัยวะข้างเดียวฟังข้างเดียว ไม่ได้ฟัง 2 ข้าง เพราะฉะนั้นท่านพูดมาตนก็คงพูดได้บ้าง เนื่องจากท่านก็พูดรุนแรงเหมือนกัน


เราจำเป็นจะต้องลดทิฐิของเรา อคติหรือแม้กระทั่งผลประโยชน์ส่วนตัวส่วนตน ไว้ข้างหลังและยึดผลประโยชน์ส่วนรวมของคนในชาติเป็นที่ตั้ง หากเรามีความรักความสามัคคีกันไม่ขัดแย้งกันตนคิดว่าปัญหาทุกปัญหาที่พูดมาทั้งหมดสามารถแก้ไขได้ทั้งหมดด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน


นายกไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่อง ไม่ได้เก่งทุกเรื่อง ไม่ได้ฉลาดที่สุด เหมือนบางคนที่ท่านว่าฉลาดที่สุดนั่นแหละ ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นทุกอย่างทุกความสำเร็จพิสูจน์ได้ด้วยตัวเลขนักท่องเที่ยวที่กลับมาแล้วกว่า 2.2 ล้านคน เกิดรายได้ 1.25 ล้านบาท ไทยเที่ยวไทย มีเงินหมุนเวียนในระบบทุกระดับมากกว่า 4.3 แสนล้านบาท นี่คือผลงาน ท่านไม่เห็นหรืออย่างไร ท่านไม่ดูอะไรเลย


ตนไม่อาจกล่าวอ้างได้ว่าทำได้ดีที่สุดเก่งที่สุด ตนไม่เคยพูดอย่างนั้นท่านตีความของท่านไปเอง หลายอย่างที่ท่านพูดมาไม่ใช่ข้อเท็จจริง ท่านเป็นบุคลากรทางการแพทย์อยู่แล้วฉลาดกว่าผมอยู่แล้ว โชคดีที่ผมไม่ได้ไปรักษาอะไรกับท่าน เพราะว่าท่านว่าผมเป็นผู้พิการทางสมอง โชคดีที่ผมเป็นผมก็รักษากับท่านไม่ได้


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สรุปแล้วที่ท่านพูดมาทั้งหมดไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดและไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ตนก็จำเป็นต้องพูดต้องชี้แจง ขอให้บรรยากาศไปอย่างความเรียบร้อย ถ้าท่านแรงมาตนก็จะแรงน้อยกว่าท่านหน่อย เพราะรู้อยู่แล้วว่าท่านต้องการให้ตนโมโห   ตนจำเป็นต้องชี้แจงแบบนี้ เพราะผ่านมาชั่วโมงเต็มๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง 100% เลย หลายอย่างกำลังทำกำลังแก้ไข แม้กระทั่งสมช. ตั้งมากี่คณะ นำมาทำงานด้านเศรษฐกิจ ท่านก็ตั้งว่าใช้ทหารมาทำอีกแล้ว ใช้คนอื่นไม่เป็นหรือ


ขอให้ไปดูคำสั่งที่ตั้งมามีสักกี่คนที่เป็นทหาร อยู่ในนั้น ในเมื่อ สมช. มีหน้าที่ในการดูแลความมั่นคง และดูแลในเรื่องภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ในทุกๆ เรื่อง หน้าที่คือการกำหนดยุทธศาสตร์ ว่าเราจะเดินหน้าอย่างไรในสถานการณ์ที่มีความมั่นคงมาเกี่ยวข้อง ถ้าท่านทำงานไม่เป็นไม่รู้เรื่องตรงนี้ท่านก็พูดแบบที่ท่านพูด ตนก็ทราบดีว่าท่านคงชื่นชมหลายคนที่ทำงานมาก่อนว่าดีกว่าตนนู่นนี่ ไม่เป็นไร ก็เอากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/Es7o-8MbJbo

คุณอาจสนใจ