การเมือง

'อานุภาพ' พร้อมพิสูจน์ข้อกล่าวหา คดีล่วงละเมิด 'วิโรจน์' ชี้พรรคไล่พ้น ส.ก.ไม่ได้ ต้องให้เจ้าตัวตัดสินเอง

โดย nattachat_c

15 ก.ค. 2565

15 views

กรณี อานุภาพ ธารทอง ส.ก.เขตสาทร พรรคก้าวไกล ถูกแจ้งความดำเนินคดี “อนาจาร-คุกคามทางเพศ” วัยรุ่นหญิง 4 ราย ระหว่างกินดื่มกันที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง


วานนี้ (14 ก.ค. 65) นายอานุภาพ ถูกพนักงานสอบสวนทำสำนวนพร้อมกับยื่นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อฝากขังระหว่างสอบสวน เนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบพยานอีก 6 ปาก และรอตรวจผลพิมพ์มือผู้ต้องหา อย่างไรก็ดีศาลอนุญาตให้ประกันตัวออกไปด้วยวงเงิน 1 แสนบาท พร้อมเงื่อนไขห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานและห้ามเดินทางออกนอกประเทศ


ล่าสุด นายอานุภาพทวีตข้อความเปิดใจเป็นครั้งแรก โดยระบุว่า “จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันที่ 13 ก.ค.65 ผมได้ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจทุ่งมหาเมฆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยผมยินดีและพร้อมที่จะพิสูจน์ข้อกล่าวหาทั้งหมด ผ่านกระบวนการยุติธรรมในทุกขั้นตอน เพื่อเป็นการยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจและความเชื่อมั่นในตัวผมที่ส่งผ่านมาในทุกช่องทางครับ”


ด้านนายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนนานาชาติฮิวแมนไรท์วอทช์ ทวีตข้อความ ระบุว่า โคตรน่าผิดหวัง ส.ก.สาทร ไม่สำนึก ไม่ลาออก แถมยังไม่เลิกโยงโปรไฟล์กับพรรคก้าวไกล ทั้งเสื้อที่ใส่ และสีแบ็กกราวด์ คาดคั้นความรับผิดชอบกรณี ปริญญ์ พานิชภักดิ์ หนักหน่วงยังไง กรณีนี้ก็หวังว่าจะเห็นแบบเดียวกัน

-------------

ด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีนายอานุภาพ ธารทอง ส.ก.เขตสาทร พรรค ก.ก. ถูกดำเนินคดีคุกคามทางเพศว่า คณะกรรมการวินัยฯของพรรค ก.ก. จะเริ่มพิจารณาสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานในช่วงต้นสัปดาห์หน้า ส่วนข้อมูลการแถลงข่าวของกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่อธิบายเป็นฉากๆ ประหนึ่งเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ ว่าได้บุกเข้าไปช่วยผู้เสียหายด้วยนั้น โดยข้อเท็จจริงไม่ใช่แบบนั้น และเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง


อย่างไรก็ตาม การนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาพูดซ้ำ อาจจะทำให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อจิตใจของผู้เสียหาย จึงเป็นสิ่งไม่ควรทำ เพราะยังไม่มีการพิสูจน์ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ดังนั้น จึงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายก่อน


นายวิโรจน์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการวินัยฯจะตัดสินและพิจารณาจากหลักฐานที่ปรากฏที่ปราศจากข้อสงสัยแล้วเท่านั้น เช่น มีการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น และเมื่อกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนข้อเท็จจริงปรากฏเพิ่มเติม คณะกรรมการวินัยฯ ก็สามารถเพิ่มโทษนายอานุภาพได้ เพราะข้อกล่าวหาไม่ใช่หลักฐาน


เมื่อถามว่า หากข้อเท็จจริงปรากฏว่านายอานุภาพ กระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา กระบวนการพ้นจากตำแหน่ง ส.ก.จะเป็นอย่างไร นายวิโรจน์กล่าวว่า การพ้นจากตำแหน่ง ส.ก.ต้องเป็นการตัดสินใจของตัวนายอานุภาพเอง พรรคก้าวไกลไม่สามารถไล่ได้ เพราะ ส.ก.เป็นตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งผ่านการเลือกตั้ง

--------------

ด้าน เครือข่ายองค์กรพัฒนาด้านเด็กและสตรี นำโดย อาทิ มูลนิธิเพื่อนหญิง มูลนิธิพิทักษ์สตรี ออกแถลงการณ์เครือข่ายองค์กรพัฒนาด้านเด็กและสตรี ว่า 


การล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงและในกรณีนี้ เป็นเด็กและเยาวชนน้ันเป็นการกระทำที่สังคมไม่อาจจะเพิกเฉย หรือยอมรับได้ว่าเป็นเรื่องปกติวิสัย และพฤติกรรมการคุกคามทางเพศเช่นนี้เป็นอาชญากรรมทางสังคม ไม่ใช่เพียงเฉพาะปัญหาส่วนตวัหรือปัญหาระหว่างบุคคลเท่านั้น


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเป็นนักการเมืองท้องถิ่น และได้รับเลือกตั้งจากประชาชนในพื้นที่ให้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) จึงมิใช่บุคคลทั่วไป หากแต่เป็นบุคคลสาธารณที่วิญญูชนย่อมคาดหวังความมีคุณธรรมจริยธรรมที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป ดังนั้น กรณีที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นเพียงการกล่าวหาโดยผู้เสียหาย และคดียังไม่ถูกพิพากษาให้ถึงที่สุด แต่เมื่อเกิดการกล่าวหาฟ้องร้องนักการเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบ ก็จะแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นๆ ไปก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เครือข่ายจึงเรียกร้อง ดังนี้


1.ขอเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่ผู้ถูกกล่าวหาสังกัดอยู่ ได้แสดงความรับผิดชอบกับการกระทำของสมาชิกพรรคของตนอย่างเด็ดขาด ตามขั้นตอนและกระบวนการที่กำหนดไว้ของพรรคการเมืองนั้นอย่างจริงจัง


2.ขอเรียกร้องไปยังสภากรุงเทพมหานครที่ผู้ถูกกล่าวหาสังกัดอยู่ ได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อตอบสนองต่อกรณีดังกล่าว อย่างจริงจังและไม่นิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


3.การดำเนินการของทั้งสองสถาบันดังกล่าวข้างต้น ต้องรวมถึงการคุ้มครองผู้เสียหายโดยมิชักช้าด้วย รวมถึงการปกป้องสิทธิของผู้เสียหายในทุกกรณี เพื่อให้ผู้เสียหายไม่ถูกกระทำ ถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ซ้ำหรือถูกละเลยให้ต้องเผชิญกับการข่มขู่คุกคาม จากที่ผู้ถูกกล่าวหาที่มีอิทธิพลอำนาจและสถานะทางสังคมที่เหนือกว่าผู้เสียหาย รวมทั้งควรประสานการคุ้มครองกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจของผู้เสียหายเหล่านี้ด้วย และควรแสดงความรับผิดชอบว่ากระบวนการยุติธรรมจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายได้อย่างแท้จริง ปราศจากการแทรกแซงจากผู้ถูกกล่าวหาไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม


สุดท้ายนี้ ขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องไปยังทุกพรรคการเมือง ได้ทำการตรวจสอบพฤติกรรมสมาชิกพรรค สก.และส.ส.ของพรรคตนเอง ท้ังที่ได้รับเลือกตั้งแล้วและที่กำลังจะลงสมัครแข่งขันเลือกตั้งในอนาคต ว่าเป็นผู้ที่มีพฤตินิสัยในการคุกคามทางเพศ เหยียดเพศ หรือไม่คำนึงถึงสิทธิของทุกเพศหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การกำหนดให้เป็นหนึ่งในคุณสมบัติของผู้ที่จะเสนอตัวเข้ามารับใช้ประชาชน ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งในสนามเลือกตั้งทุกระดับด้วย เพื่อเป็นบรรทัดฐานและมาตรฐานจริยธรรมที่นักการเมืองพึงมี

----------

ด้าน รัชดา ธนาดิเรก กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า 

"#คุกคามทางเพศ ของนักการเมือง (อีกแล้ว) อย่าให้เป็นเพียงเรื่องการเมือง


วันนี้มีคดีกล่าวหาคุกคามทางเพศเกิดขึ้นกับส.ก.พรรคก้าวไกล และหากจำกันได้ ช่วงกลางเดือนของเมษายน ที่ผ่านมา ก็มีเรื่องลักษณะเดียวกันกับอดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนั้นเป็นข่าวกันโด่งดังรายวัน ยาวเป็นสัปดาห์กว่าจะจางลง เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม


ไม่ว่าจะเป็นการถูกกล่าวหาของคนในพรรคใดก็ตาม และความจริงจะเป็นอย่างไร ที่แน่นอนที่สุดคือ #การคุกคามทางเพศ มันเป็นปัญหาสังคม สามารถเกิดได้ในทุกค์องกรและทุกชนชั้น ที่สำคัญ ทั่วโลก! UNWOMEN ได้เคยประมาณการตัวเลขว่า ทุกๆ 1ใน 3 ของผู้หญิงทั่วโลก เคยถูกคุกคามทางเพศ โดยอาจเกิดขึ้นในหลายรูปแบบ


มันเป็นปัญหาสังคม ที่ผู้คุกคามอาจคิดว่าทำได้เพราะเป็นคนใหญ่โต มีอำนาจ มีชื่อเสียง หลงตัวเอง สำคัญผิดไปเอง หรือบางที ก็อาจอยู่ในสังคมที่ไม่รู้ว่าพฤติกรรมที่เป็นอยู่มันคือการคุกคาม ไม่ใช่เรื่องขำขัน ที่เล่าแล้วสนุกปาก ขณะที่ผู้ถูกคุกคาม หลายครั้งอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถจะนำตัวเองหลุดพ้นมาได้ เช่นการถูกคุกคามจากผู้มีอำนาจ เจ้านาย หรือสภาพแวดล้อมที่ต้องจำยอม แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่กล้าทั้งๆที่จะกล้าก็ได้ หรือทนยอมๆมันไป จะได้ไม่มีปัญหา..


สังคมที่ไม่ได้ถูกหล่อหลอมให้คนเข้าใจคำว่าเคารพในเนื้อตัวผู้อื่น เคารพในศักดิ์ศรีตนเอง เคารพในการการตัดสินใจ และกระบวนการลงโทษทางกกฎหมาย การลงโทษทางสังคมที่เบาเหลือเกินกับคนไม่ดี เราก็จะเห็นคนมีเงิน มีอำนาจ มีกำลัง รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าอย่างไม่จบสิ้น


เมื่อครั้ง ที่เป็นประเด็นกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคน้อมรับเสียงตำหนิ และจะแก้ไขในส่วนที่เป็นข้อบกพร่อง และได้หยิบยกเรื่องนี้ว่า ขออย่ามอง #การคุกคามทางเพศ เป็นเรื่องแค่ภายในองค์กร เพราะมันใหญ่โตกว่านั้น แต่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในองค์กรไหน องค์กรนั้นก็ต้องรับผิดชอบในขอบเขตที่จะทำได้ แต่สังคมต้องไม่จบแค่การออกมาจับจ้องเป็นเคสเดียวแล้วจบกันไป แต่ควรถือเป็นความรับผิดชอบที่เราต้องช่วยกันสร้างทัศนคติให้ถูกต้อง สร้างกลไกทางสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้คนใกล้ตัวเราต้องตกเป็นผู้เสียหาย หรือตัวเราเป็นผู้ไม่หลงผิดประพฤติตัวคุกคามผู้อื่น ..ย้ำกันไว้นะคะ ไม่ว่าเราจะอาชีพใด มียศฐานบรรดาศักดิ์ใด ก็คุกคามผู้อื่นไม่ได้ เพราะมันผิดกฎหมาย"


ชมผ่าน YouTube ได้ที่นี่ : https://youtu.be/XtXhQo01X_E

คุณอาจสนใจ

Related News