การเมือง

'บิ๊กตู่' วอนคนไทยช่วยประหยัดพลังงาน ลั่น 'ผมก็ใช้รถเท่าที่จำเป็น-ไม่ได้เติมน้ำมันฟรี'

โดย petchpawee_k

5 ก.ค. 2565

7 views

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 4 ก.ค. ภายหลังเป็นประธานการประชุม สมช. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงผลการประชุม ว่า การประชุมใช้เวลายาวนาน ซึ่งเป็นการประชุมในด้านพลังงาน วันนี้ เป็นการประชุม สมช. หลายคนไม่เข้าใจตรงนี้ว่า สมช.มีหน้าที่เกี่ยวข้องอย่างไร เพราะไม่ใช่เรื่องของทหาร


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การประชุมวันนี้มีการหารือระหว่างหน่วยงาน ซึ่งมีหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ที่ประชุมมีการกำหนดมาตรการและวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ จากสาเหตุที่เกิดขึ้นในเวลานี้มีผลกระทบที่เกิดจากสงคราม รวมทั้งสงครามการค้ากินระยะเวลายาวนาน จากนี้ไป 3-6 เดือนแล้วจะเกิดอะไรขึ้น หรือเกิน 6 เดือนไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เราจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทยมากที่สุด


โดยสรุปเรากำหนดว่าการทำงานของเราที่ผ่านมามีมาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางต่างๆ ซึ่งทำมาโดยลำดับ ตั้งแต่ช่วงเกิดโควิดและหลังการเกิดโควิด มีการคลี่คลายมากขึ้น วันนี้อยู่ในระยะ 3 เดือน คือตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย. เราต้องมาดูว่าในช่วง 3 เดือนนี้มีอะไรเกิดขึ้นใหม่อีกที่มีผลกระทบในทุกๆ ด้าน เราต้องมาดูว่าเรายังมีงบประมาณอีกเท่าไร และจะหาเงินได้จากที่ไหน


สิ่งที่สรุปวันนี้คือการเตรียมมาตรการ 3 เดือน ดังนั้นสิ่งที่เคยให้ไปในขณะนี้เราจะมาดูว่าเราจะพิจารณาให้อะไรเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ และจะดูแลตรงไหนได้อีกบ้าง มีเงินอีกจำนวนเท่าไหร่ จะหาเงินได้จากที่ไหน


ถ้าใช้การกู้เงินมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเป็นการสะสมหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นไปตามลำดับ ซึ่งจะมีผลต่อการเงินในระยะยาว ส่วนเรื่องการที่จะไปบังคับอะไรต่างๆ นั้น กฎหมายทำไม่ได้ ถ้าทำไปก็จะเสี่ยงถูกฟ้องร้อง ก็ต้องระมัดระวังมากที่สุด


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้สิ่งที่เราต้องเตรียมรับคือเรื่องของพลังงาน ซึ่งเราจะต้องไม่มีคำว่าขาดแคลน วันนี้เราอยู่ในเกณฑ์ที่ยังไม่ขาดแคลน แต่ยอมรับว่าราคาสูง ทั้งราคาของน้ำมันและแก๊ส ซึ่งเราต้องดูราคาในความเป็นจริงจากต่างประเทศด้วย เพราะราคาต้นทุนน้ำมันมาจากมาตรฐานตัวเดียวกัน  ในส่วนของค่าการกลั่นมีกฎหมายดูแลและควบคุมอยู่ทุกฉบับ ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาคงออกมาชี้แจงอีกครั้งว่าอะไรทำได้หรือทำไม่ได้ ยืนยันไม่ได้เอื้อประโยชน์ต่อใคร ทำไมจะไปเอื้อประโยชน์ให้ใคร


สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องรู้ราคาพลังงานอย่างแท้จริงในโลก ทั้งภูมิภาคและอาเซียน ซึ่งประเทศไทยสามารถรักษาไว้ได้ในราคาเท่านี้ แต่ใช้เงินไปจำนวนมหาศาล 100,000 กว่าล้านในขณะนี้ ถ้าเราใช้อย่างนี้ไปเรื่อยๆ จะไหวหรือไม่ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ถ้าเรามีงบประมาณเพียงพอ ผมยินดี แต่ต้องระมัดระวังสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


นายกรัฐมนตรีย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้ขอสักอย่างได้หรือไม่ ขอให้ช่วยประหยัดกันหน่อยได้ไหม คือการประหยัดใช้พลังงาน ขอให้ใช้เท่าที่จำเป็นได้หรือไม่ ถ้าเราประหยัดค่าต่างๆ ก็จะลดลงเยอะ ค่าไฟฟ้าลดค่าเอฟทีก็ลด ถ้าเราใช้มากเหมือนเดิมก็ลำบาก ผมได้แต่ขอร้องไปบังคับพวกท่านไม่ได้อยู่แล้ว ผมเองก็ใช้รถเท่าที่จำเป็นเช่นกัน

----------------------------------------------------------------------------------------

'สุพัฒนพงษ์' ขอวุฒิสภา ลดอุณหภูมิแอร์-ถอดสูท เป็นตัวอย่างประหยัดพลังงาน


นายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นปัจจุบันเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งรัฐบาลหาทางแก้ปัญหาอยู่ สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับการลดค่ากลั่น ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอเกี่ยวการเจรจาลดค่ากลั่น ในข้อเท็จจริงพบว่าผู้ประกอบการมีกำไรในส่วนดังกล่าวมา 2-3 เดือน ไม่ใช่มีกำไรมาอย่างยาวนาน


อย่างไรก็ตามปัจจุบันผู้ประกอบการมีกำไรจากค่ากลั่นเพียง 1-2 บาทเท่านั้น หากจะเจรจาเพื่อลดค่ากลั่นต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้วย หากโรงกลั่นยุติการ กลั่น รัฐบาลจำเป็นต้องนำเข้าน้ำมัน อาจทำให้ราคาน้ำมันมีราคาสูงขึ้น ตนเชื่อว่าหากวิกฤตพลังงานมีสูงขึ้น การเจรจาเพื่อขอโรงกลั่นในการลดกำไรน้อยลงอาจทำได้ในอนาคต


ส่วนมาตรการของรัฐบาลในการแก้ปัญหาพลังงานนั้นจะใช้แนวทางในการประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานสะอาด รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนช่วยประหยัดไฟฟ้า ด้วยวิธีปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ


หากวุฒิสภาทำได้ ปรับอุณหภูมิไม่ต้องใส่สูท ผูกไทด์ และมีอุปกรณ์วัดพลังงาน เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าเริ่มทำแล้ว ผ่านการถ่ายทอดสด เพื่อจะทำให้เกิดการปฏิบัติจริงจังมากขึ้น กระทรวงพลังงานพร้อมสนับสนุน เพื่อช่วยรัฐสภาทำเรื่องนี้ จะให้ข้อมูลและส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งอุปกรณ์วัดหรือแสดงตัวเลขต่างๆ ให้เห็นเชิงประจักษ์ว่าการลดใช้พลังาน


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/AL-Js6yW7gI

คุณอาจสนใจ

Related News